ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เข้าใจโรคโควิด-19 ในเด็กและระยะเวลากักตัวที่เหมาะสม

การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 (COVID-19) ยังคงเป็นประเด็นสุขภาพที่พ่อแม่ต้องให้ความสำคัญ โดยเฉพาะในเด็กเล็กและทารกที่มีระบบภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่เต็มที่ เมื่อลูกน้อยมีผลตรวจเป็นบวก คำถามแรกที่กุมารแพทย์มักได้รับคือ ลูกติดโควิดต้องกักตัวกี่วัน การดูแลอย่างถูกวิธีมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการหายจากโรคและการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อสู่สมาชิกในครอบครัว

ตามมาตรฐานทางการแพทย์ปัจจุบัน ระยะเวลากักตัวสำหรับเด็กที่ติดเชื้อโควิด-19 คือ 5-7 วันนับจากวันที่เริ่มมีอาการ หรือวันที่ตรวจพบเชื้อ ในกรณีที่ไม่มีอาการหรืออาการน้อย หากครบระยะเวลา 5 วันแล้วไม่มีไข้ อาการทางระบบทางเดินหายใจดีขึ้น สามารถออกจากที่กักตัวได้ภายใต้เงื่อนไขการสวมหน้ากากอนามัยอย่างเคร่งครัดจนครบ 10 วัน อย่างไรก็ตาม หากเด็กมีโรคประจำตัวหรือมีภาวะเปราะบาง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินระยะเวลาที่เหมาะสมรายบุคคล

กลไกการเกิดโรคและการแพร่กระจายเชื้อในเด็ก

เชื้อไวรัส SARS-CoV-2 ก่อให้เกิดการอักเสบในระบบทางเดินหายใจ โดยผ่านการติดต่อจากละอองฝอย (Respiratory Droplets) จากการไอ จาม หรือการพูดคุยในระยะใกล้ ในเด็กเล็กเชื้ออาจเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายผ่านการสัมผัสพื้นผิวที่มีเชื้อปนเปื้อนแล้วนำมือเข้าปากหรือขยี้ตา หลังจากเชื้อเข้าสู่ร่างกายจะแบ่งตัวในเยื่อบุทางเดินหายใจส่วนบน ก่อนจะกระจายตัวหรือก่อให้เกิดการตอบสนองของภูมิคุ้มกันที่ทำให้เกิดอาการไข้และอักเสบ

อาการที่พบได้บ่อยและสัญญาณเตือนอันตราย (Red Flags)

อาการในเด็กมักไม่รุนแรงเท่าผู้ใหญ่ แต่พ่อแม่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด อาการที่พบได้แก่ ไข้ ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ ปวดเมื่อยตามตัว หรือมีอาการทางระบบทางเดินอาหาร เช่น ท้องเสีย หรืออาเจียน

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพาพบแพทย์ทันที:

  • ไข้สูงลอยเกิน 39 องศาเซลเซียส หรือไข้ไม่ลดลงหลังได้รับยาลดไข้และเช็ดตัว
  • หายใจหอบเหนื่อย หายใจเร็ว ปีกจมูกบาน หรือชายโครงบุ๋มขณะหายใจ
  • ซึมลง ไม่ยอมรับประทานนมหรือน้ำ ปัสสาวะออกน้อยกว่าปกติ (บ่งบอกภาวะขาดน้ำ)
  • มีอาการปากเขียว ปลายมือปลายเท้าเขียวคล้ำ
  • อาการชักจากไข้สูง
คำแนะนำจากคุณหมอ: การสังเกตระดับความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด (SpO2) ด้วยเครื่องวัดปลายนิ้ว หากค่าต่ำกว่า 95% ถือเป็นสัญญาณวิกฤตที่ต้องรีบพาไปโรงพยาบาลโดยด่วน

วิธีรักษาและดูแลลูกที่บ้านอย่างถูกต้อง

หัวใจสำคัญของการดูแลเด็กติดโควิดคือ การรักษาตามอาการและการประคับประคองเพื่อให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาจัดการกับเชื้อไวรัสได้ด้วยตนเอง

  • การใช้ยาลดไข้: ให้ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) ขนาด 10-15 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ทุก 4-6 ชั่วโมงเมื่อมีไข้
  • การเช็ดตัวลดไข้: ใช้ผ้าชุบน้ำอุณหภูมิห้องเช็ดตามข้อพับ ซอกคอ และตัว เพื่อระบายความร้อน
  • การดื่มน้ำ: กระตุ้นให้ลูกจิบน้ำบ่อยๆ หรือดื่มสารละลายเกลือแร่ (ORS) หากมีอาการท้องเสียหรืออาเจียนร่วมด้วย
  • อาหาร: เน้นอาหารที่ย่อยง่าย รสชาติไม่จัด และให้พลังงานเพียงพอเพื่อเสริมสร้างร่างกาย
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามใช้ยาแอสไพริน (Aspirin) ในเด็กเพราะเสี่ยงต่อกลุ่มอาการเรย์ (Reye Syndrome) และห้ามซื้อยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย) มาให้ลูกทานเองโดยเด็ดขาด เนื่องจากโควิด-19 เกิดจากเชื้อไวรัส การใช้ยาปฏิชีวนะเกินความจำเป็นอาจก่อให้เกิดเชื้อดื้อยา

การป้องกันการแพร่กระจายเชื้อภายในครอบครัว

การแยกกักตัวในบ้านไม่ใช่เรื่องง่าย แต่สามารถทำได้ด้วยการจัดการสิ่งแวดล้อมดังนี้:

  • แยกห้องนอนและห้องน้ำให้เด็ก หากไม่สามารถทำได้ ควรเว้นระยะห่างและสวมหน้ากากอนามัยทั้งผู้ดูแลและเด็ก
  • เพิ่มการถ่ายเทของอากาศภายในบ้าน เปิดหน้าต่างให้ลมผ่าน
  • ทำความสะอาดพื้นผิวจุดสัมผัสร่วมด้วยแอลกอฮอล์ 70% หรือน้ำยาฆ่าเชื้อเป็นประจำ
  • ผู้ดูแลควรสวมหน้ากากอนามัยชนิด N95 หรือหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ซ้อนกันเมื่อต้องใกล้ชิดเด็ก
  • ล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ทุกครั้งหลังสัมผัสตัวเด็กหรืออุปกรณ์ของใช้

บทสรุปและการสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

นอกจากการดูแลในขณะป่วย การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันเป็นสิ่งสำคัญที่สุด พ่อแม่ควรนำบุตรหลานเข้ารับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม และรักษาสุขอนามัยพื้นฐานอย่างสม่ำเสมอ หากลูกน้อยติดเชื้อ สิ่งสำคัญคือความใจเย็น การสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด และการปฏิบัติตามคำแนะนำทางการแพทย์อย่างเคร่งครัดจะช่วยให้ลูกผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ด้วยความปลอดภัย

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down