ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกติดโควิดไอเรื้อรังไม่หาย รับมืออย่างไรให้ปลอดภัยและตรงจุด

อาการไอเรื้อรังหลังการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 (COVID-19) เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในเด็ก ซึ่งสร้างความกังวลใจให้แก่ผู้ปกครองเป็นอย่างมาก โดยปกติแล้วอาการไอในเด็กหลังติดเชื้ออาจคงอยู่ได้นานตั้งแต่ 2 สัปดาห์ไปจนถึงหลายเดือน แม้ว่าผลการตรวจเชื้อจะเป็นลบแล้วก็ตาม ภาวะนี้อาจเกิดจากการอักเสบที่ยังหลงเหลืออยู่ของระบบทางเดินหายใจ (Post-viral cough) หรือความไวของหลอดลมที่เพิ่มมากขึ้น การทำความเข้าใจกลไกและวิธีการดูแลอย่างถูกต้องตามหลักการแพทย์จึงเป็นกุญแจสำคัญในการช่วยให้เด็กฟื้นตัวได้อย่างสมบูรณ์

กลไกการเกิดอาการไอหลังติดเชื้อโควิดในเด็ก

อาการไอเรื้อรังในเด็กหลังติดโควิด-19 เกิดจากปัจจัยหลักหลายประการ ได้แก่ การอักเสบของเยื่อบุทางเดินหายใจ (Airway inflammation) ที่ยังไม่หายสนิท การมีเสมหะตกค้าง รวมถึงภาวะหลอดลมไวเกิน (Airway hyper-responsiveness) ซึ่งส่งผลให้เมื่อเด็กสัมผัสกับอากาศเย็น ฝุ่นละออง หรือควันบุหรี่ จะกระตุ้นให้เกิดการไอได้ง่ายกว่าปกติ นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากน้ำมูกไหลลงคอ (Post-nasal drip) ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องจากการอักเสบของโพรงจมูกที่ยังคงอยู่

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพาพบแพทย์ทันที (Red Flag Symptoms)

ผู้ปกครองควรสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด หากพบสัญญาณอันตรายต่อไปนี้ถือเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องรีบพาเด็กไปพบกุมารแพทย์โดยด่วน:

  • หายใจหอบเหนื่อย หายใจเร็วผิดปกติ อกบุ๋ม หรือปีกจมูกบานขณะหายใจ
  • เด็กมีอาการซึม ไม่ยอมรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำ ปัสสาวะน้อยลงกว่าปกติอย่างชัดเจน
  • มีไข้สูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียสติดต่อกันเกิน 3 วัน หรือไข้กลับมาสูงอีกครั้งหลังไข้ลดไปแล้ว
  • ริมฝีปากหรือปลายนิ้วเริ่มเขียวคล้ำ ซึ่งเป็นสัญญาณของการได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ
  • ไอมีเลือดปน หรือมีเสมหะเปลี่ยนสีเป็นเขียวเข้มข้นพร้อมไข้สูง ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงภาวะแทรกซ้อนของปอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน
คำแนะนำจากคุณหมอ: การไอในเด็กมักมีสาเหตุจากการระคายเคืองคอ หากเด็กยังเล่นได้ กินได้ตามปกติ ไม่มีไข้ และไม่มีอาการหายใจลำบาก ไม่จำเป็นต้องวิตกกังวลจนเกินไป แต่หากอาการไอนานเกิน 4 สัปดาห์ ควรพาลูกไปพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินภาวะหลอดลมตีบหรือภูมิแพ้ทางเดินหายใจเพิ่มเติม

วิธีรักษาและยาละลายเสมหะที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก

การรักษาอาการไอในเด็กควรเน้นไปที่การดูแลแบบประคับประคอง (Supportive care) เป็นหลัก โดยมีแนวปฏิบัติดังนี้:

  • การจิบน้ำสะอาด: น้ำอุ่นช่วยละลายเสมหะและบรรเทาการระคายเคืองคอได้ดีที่สุดในเด็กทุกช่วงวัย สำหรับเด็กที่อายุเกิน 1 ปี สามารถให้จิบน้ำผึ้งผสมน้ำอุ่นเล็กน้อยเพื่อช่วยเคลือบคอได้
  • ยาละลายเสมหะ (Mucolytics): ยาในกลุ่มนี้ เช่น Acetylcysteine หรือ Bromhexine ควรใช้ตามคำแนะนำของแพทย์เท่านั้น ไม่ควรซื้อยาให้เด็กรับประทานเองโดยปราศจากการวินิจฉัย เพราะกลไกการออกฤทธิ์ของยาแต่ละชนิดแตกต่างกัน
  • ยาแก้ไอ: สำหรับเด็กเล็ก ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาแก้ไอรวม (Compound cough syrup) ที่มีส่วนผสมของสารกดอาการไอแรงๆ เพราะอาจทำให้เสมหะเหนียวข้นจนอุดกั้นทางเดินหายใจได้
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามใช้ยาแอสไพรินในเด็กเด็ดขาดเนื่องจากเสี่ยงต่อภาวะ Reye syndrome สำหรับการใช้ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) ต้องคำนวณขนาดยาตามน้ำหนักตัว (10-15 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม) ทุก 4-6 ชั่วโมง และห้ามใช้ยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อ) ในการรักษาโควิดหรืออาการไอจากไวรัสโดยไม่มีคำสั่งจากแพทย์ เพราะเชื้อไวรัสไม่ตอบสนองต่อยาปฏิชีวนะและอาจส่งผลเสียต่อสมดุลจุลินทรีย์ในร่างกาย

วิธีดูแลรักษาที่บ้านอย่างถูกวิธี

การเช็ดตัวลดไข้ควรใช้น้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่นเล็กน้อย ไม่ควรใช้น้ำเย็นจัด การระบายอากาศภายในห้องนอนต้องทำอย่างเหมาะสม ไม่เปิดเครื่องปรับอากาศเย็นเกินไป และควรทำความสะอาดห้องเพื่อลดฝุ่นละอองที่กระตุ้นอาการไอ พักผ่อนให้เพียงพอและจัดโภชนาการให้ครบ 5 หมู่ เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในการฟื้นฟูร่างกาย

การป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในระยะยาว

การป้องกันการติดเชื้อซ้ำและการเสริมสร้างสุขภาพทางเดินหายใจให้แข็งแรงทำได้โดยการให้บุตรหลานได้รับวัคซีนพื้นฐานและวัคซีนโควิด-19 ตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข สอนสุขอนามัยในการล้างมือ สวมหน้ากากอนามัยในพื้นที่แออัด และดูแลบ้านให้สะอาดปราศจากควันบุหรี่หรือสารก่อภูมิแพ้ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เด็กที่หายจากโควิดแล้วยังมีอาการไอเรื้อรัง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down