ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกติดโควิดกินยาฟ้าทะลายโจรได้ไหม ไขข้อข้องใจจากกุมารแพทย์

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา หรือที่เรารู้จักกันในชื่อโควิด (COVID-19) ยังคงเป็นความกังวลใจของคุณพ่อคุณแม่ทุกท่าน เมื่อเด็กๆ เกิดอาการเจ็บป่วยขึ้นมา ความตื่นตระหนกมักนำไปสู่การแสวงหาตัวยาหรือสมุนไพรต่างๆ เพื่อมาบรรเทาอาการ หนึ่งในสมุนไพรไทยที่ได้รับความนิยมอย่างสูงคือ ยาฟ้าทะลายโจร (Andrographis paniculata) จนเกิดคำถามสำคัญในหมู่ผู้ปกครองว่า ลูกติดโควิดกินยาฟ้าทะลายโจรได้ไหม และมีความปลอดภัยเพียงใดในเด็ก ในฐานะกุมารแพทย์และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ขออธิบายให้เข้าใจอย่างละเอียดถึงข้อควรระวัง ขนาดยา และแนวทางการดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของเด็กๆ

โดยหลักการทางการแพทย์แล้ว การใช้ยาฟ้าทะลายโจรในเด็กมีข้อจำกัดและข้อควรระวังที่แตกต่างจากผู้ใหญ่อย่างสิ้นเชิง เนื่องจากสรีรวิทยา การทำงานของตับและไต รวมถึงระบบภูมิคุ้มกันของเด็กยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ การให้ยาที่มีฤทธิ์เย็นและมีกลไกออกฤทธิ์ต่อเอนไซม์ในตับอย่างสมุนไพรฟ้าทะลายโจร จึงต้องอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด และในหลายกรณีแพทย์มักไม่แนะนำให้เด็กเล็กรับประทานเองโดยเด็ดขาด

ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามซื้อยาฟ้าทะลายโจรให้เด็กรับประทานเองตามคำแนะนำในอินเทอร์เน็ต เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของตับและไตในเด็ก ซึ่งมีความเปราะบางสูงกว่าผู้ใหญ่มาก

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคโควิดในเด็กและการตอบสนองของร่างกาย

โรคโควิดเกิดจากการติดเชื้อไวรัสกลุ่มโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งเชื้อโรคนี้มีการกลายพันธุ์และแพร่กระจายผ่านทางละอองฝอยจากการไอ จาม หรือการสัมผัสสารคัดหลั่ง เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายของเด็ก ผ่านทางเยื่อบุจมูกและลำคอ เชื้อไวรัสจะเข้าจับกับเซลล์เป้าหมายและจำวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดกระบวนการอักเสบในระบบทางเดินหายใจ

ในเด็กส่วนใหญ่ที่ได้รับเชื้อ ระบบภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติมักตอบสนองได้ดี อาการจึงมักไม่รุนแรงเท่ากับในผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีโรคประจำตัว แต่เด็กทารกและเด็กเล็กอายุต่ำกว่าหนึ่งขวบ รวมถึงเด็กที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหอบหืด โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด หรือภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง จัดเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงที่อาจเกิดอาการรุนแรง ภาวะแทรกซ้อนทางปอด หรือเกิดภาวะอักเสบหลายระบบในเด็ก (Multisystem Inflammatory Syndrome in Children หรือ MIS-C) ซึ่งเป็นภาวะอันตรายที่ต้องได้รับการดูแลจากแพทย์อย่างใกล้ชิด

อาการสำคัญและระยะของโรคโควิดในเด็ก

อาการของการติดเชื้อโควิดในเด็กมีความหลากหลายและอาจคล้ายคลึงกับโรคติดเชื้อทางเดินหายใจอื่นๆ เช่น ไข้หวัดใหญ่ หรือโรคอาร์เอสวี (RSV) โดยสามารถแบ่งช่วงเวลาและอาการแสดงออกได้ดังนี้

  • ระยะเริ่มแรก: เด็กอาจมีอาการไข้ต่ำถึงไข้สูง ตัวร้อน อ่อนเพลีย งอแงผิดปกติ เจ็บคอ กลืนน้ำลายลำบาก น้ำมูกไหล และไอแห้งๆ
  • ระยะเด่นชัด: บางรายอาจมีอาการปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย หรือสูญเสียการรับรสและกลิ่น ซึ่งอาการเหล่านี้อาจพบได้น้อยในเด็กเล็กแต่พบได้บ่อยในเด็กโตและวัยรุ่น
  • ระยะฟื้นตัว: อาการไข้จะค่อยๆ ลดลงภายในสามถึงห้าวัน อาการไอและน้ำมูกอาจหลงเหลืออยู่ได้อีกหนึ่งสัปดาห์ หากร่างกายแข็งแรงดี เด็กจะกลับมาสดใสและมีเรี่ยวแรงตามปกติ

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพาเด็กไปพบแพทย์ทันที

คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตอาการของลูกอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา หากพบสัญญาณอันตรายเหล่านี้ (Red Flags) ควรรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลหรือพบแพทย์ฉุกเฉินทันที ห้ามรอดูอาการที่บ้าน

  • ไข้สูงมากโดยกินยาลดไข้แล้วไม่ยอมลด หรือไข้สูงติดต่อกันเกินสามวัน
  • มีอาการซึมลง ปลุกตื่นยาก ไม่ยอมสบตา หรือไม่สนใจสิ่งรอบข้าง
  • ภาวะขาดน้ำรุนแรง เช่น ปากแห้งแห้งผาก ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ปัสสาวะไม่ออกหรือมีสีเข้มจัดติดต่อกันเกินหกชั่วโมง
  • หายใจหอบเหนื่อย หายใจแรงจนซี่โครงบุ๋ม หายใจมีเสียงครืดคราด หรือปีกจมูกบานขณะหายใจ
  • ริมฝีปาก ปลายมือ หรือปลายเท้าเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ (Cyanosis)
  • มีอาการชักเกร็ง หรือมีผื่นขึ้นตามตัวร่วมกับไข้สูง
คำแนะนำจากคุณหมอ: หากเด็กมีอาการหายใจหอบเหนื่อยหรือซึมลงอย่างเห็นได้ชัด ถือเป็นภาวะวิกฤตที่ต้องรีบนำส่งห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลใกล้บ้านโดยเร็วที่สุด

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์และการประเมินอาการ

เมื่อเด็กมีอาการเข้าข่ายสงสัยว่าติดเชื้อโควิด แพทย์จะทำการวินิจฉัยผ่านขั้นตอนทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐาน เริ่มจากการซักประวัติการสัมผัสผู้ติดเชื้อ ประวัติการรับวัคซีน และอาการเบื้องต้น จากนั้นจะทำการตรวจยืนยันด้วยชุดตรวจหาแอนติเจนด้วยวิธีแยงจมูก (Rapid Antigen Test หรือ ATK) หรือการทำปฏิกิริยาลูกโซ่โพลีเมอเรส (RT-PCR) ในกรณีที่จำเป็น

นอกจากนี้ แพทย์อาจพิจารณาตรวจร่างกายระบบทางเดินหายใจ ฟังเสียงปอด เอกซเรย์ปอด (Chest X-ray) หรือตรวจเลือดเพิ่มเติม เพื่อประเมินความรุนแรงของการอักเสบและค้นหาภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นในเด็กกลุ่มเสี่ยง

วิธีดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์และการพยาบาลที่บ้าน

สำหรับการรักษาเด็กที่ติดเชื้อโควิดและมีอาการไม่รุนแรง แพทย์จะใช้แนว การรักษาตามอาการ (Symptomatic Treatment) ควบคู่ไปกับการดูแลประคับประคองที่บ้าน ดังนี้

  • การให้ยาลดไข้แก้ปวด: ใช้ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) ตามขนาดน้ำหนักตัวที่ถูกต้อง เพื่อลดไข้และบรรเทาอาการปวดเมื่อย
  • การเช็ดตัวลดไข้ (Tepid Sponge): ใช้น้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิห้องเช็ดตัวเพื่อช่วยระบายความร้อนออกจากร่างกาย โดยเช็ดบริเวณซอกคอ รักแร้ และขาหนีบ
  • การชดเชยน้ำและเกลือแร่: ให้ดื่มน้ำเปล่าสะอาด นม หรือน้ำเกลือแร่ (ORS) บ่อยๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำและช่วยให้เสมหะไม่เหนียวข้น
  • การพักผ่อนและการโภชนาการ: ให้เด็กนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เลือกทานอาหารอ่อนย่อยง่ายที่มีสารอาหารครบถ้วน

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดในการรักษาเด็ก

ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนในการใช้ยาอาจนำอันตรายมาสู่ชีวิตของเด็กได้ ผู้ปกครองจึงต้องตระหนักถึงข้อห้ามทางการแพทย์ที่สำคัญดังต่อไปนี้

  • ห้ามให้เด็กกินยาแอสไพริน (Aspirin) หรือยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) โดยเด็ดขาดในกรณีที่ยังไม่แน่ใจว่าเด็กป่วยเป็นโรคไข้เลือดออกหรือไม่ เนื่องจากอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดกลุ่มอาการรายส์ (Reye's Syndrome) ซึ่งเป็นภาวะสมองบวมและตับวายที่อันตรายถึงชีวิต
  • ขนาดยาพาราเซตามอลต้องคำนวณตามน้ำหนักตัว คือ 10 ถึง 15 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม ทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมงเมื่อมีไข้ ห้ามกะประมาณปริมาณยาเองโดยไม่ชั่งน้ำหนักหรือดูฉลากยาให้ชัดเจน
  • ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย) มารับประทานเอง เพราะโควิดเกิดจากเชื้อไวรัส การใช้ยาปฏิชีวนะจึงไม่มีผลในการรักษา และอาจทำให้เกิดเชื้อดื้อยาในอนาคต
  • ห้ามใช้ยาฟ้าทะลายโจรในเด็กเล็กและทารก ยกเว้นแต่แพทย์ผู้พิจารณาเห็นชอบและสั่งจ่ายด้วยขนาดที่คำนวณอย่างแม่นยำตามเกณฑ์อายุและน้ำหนัก เนื่องจากสารแอนดรกราโฟไลด์ (Andrographolide) ในฟ้าทะลายโจรอาจสะสมและเป็นพิษต่อตับและไตของเด็กได้

วิธีป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การป้องกันการติดเชื้อและการแพร่กระจายของไวรัสโควิดยังคงเป็นมาตรการที่ดีที่สุดในการปกป้องเด็กๆ โดยมีแนวทางปฏิบัติที่แนะนำดังนี้

  • การรับวัคซีนป้องกันโควิด: พาเด็กเข้ารับการฉีดวัคซีนตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขและกุมารแพทย์ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่และลดความรุนแรงของโรคหากติดเชื้อ
  • สุขอนามัยส่วนบุคคล: สอนให้เด็กล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่และน้ำสะอาด หรือเจลแอลกอฮอล์ สวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในพื้นที่แออัดหรือเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
  • การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน: ส่งเสริมให้เด็กรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบห้าหมู่ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายสม่ำเสมอเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่และผู้ดูแล

เช็กลิสต์ด่วนสำหรับคุณพ่อคุณแม่เมื่อลูกติดโควิด

  • 1. ตั้งสติและประเมินอาการของลูกน้อยอย่างใกล้ชิด
  • 2. วัดไข้สม่ำเสมอ และให้กินยาพาราเซตามอลตามน้ำหนักตัวเมื่อมีไข้สูง
  • 3. ห้ามให้เด็กกินยาฟ้าทะลายโจรหรือยาต้านไวรัสเองเด็ดขาด ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ
  • 4. จัดให้ลูกดื่มน้ำและพักผ่อนให้เพียงพอ เช็ดตัวลดไข้เมื่อจำเป็น
  • 5. สังเกตสัญญาณอันตราย เช่น หายใจหอบ ซึมมาก ไม่ดื่มน้ำ และรีบพาไปโรงพยาบาลทันทีหากพบอาการเหล่านี้
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down