ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกติดโควิดต้องกักตัวกี่วัน และแนวทางปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยของครอบครัว

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา หรือโรคโควิด (COVID-19) ยังคงเป็นเรื่องที่พ่อแม่ผู้ปกครองต้องให้ความใส่ใจอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเมื่อเกิดขึ้นกับเด็กเล็กและทารก ซึ่งระบบภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่เต็มที่ เมื่อตรวจพบว่าลูกน้อยติดเชื้อ คำถามแรกที่เกิดขึ้นในใจของคนเป็นพ่อแม่เสมอคือ ลูกติดโควิดต้องกักตัวกี่วัน และจะต้องมีการดูแลความสะอาดรวมถึงป้องกันการแพร่กระจายเชื้อภายในบ้านอย่างไร บทความนี้รวบรวมคำแนะนำทางการแพทย์ที่ถูกต้อง ครบถ้วน และปลอดภัยที่สุด เพื่อให้คุณพ่อแม่สามารถรับมือได้อย่างมั่นใจ

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคโควิดในเด็ก

โรคโควิดเกิดจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งเป็นเชื้อโรคในระบบทางเดินหายใจ การติดต่อส่วนใหญ่เกิดขึ้นผ่านละอองฝอยจากการไอ จาม การพูดคุย หรือการสัมผัสพื้นผิวที่มีเชื้อโรคปนเปื้อนแล้วนำมือเข้าปาก จมูก หรือขยี้ตา เชื้อไวรัสจะเข้าสู่ร่างกายผ่านเยื่อบุทางเดินหายใจ เกาะติดกับเซลล์เป้าหมายและเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว ในเด็กเล็ก เชื้อไวรัสอาจกระจายตัวในระบบทางเดินหายใจส่วนบนและส่วนล่างได้ง่ายเนื่องจากขนาดทางเดินหายใจที่เล็กกว่าผู้ใหญ่

อาการสำคัญและระยะของโรคที่ต้องสังเกต

อาการของโรคโควิดในเด็กมักมีความหลากหลายและอาจแตกต่างจากผู้ใหญ่ โดยแบ่งออกเป็นระยะต่างๆ ดังนี้

  • ระยะเริ่มแรก (วันแรกถึงวันที่สาม): เด็กอาจมีอาการไข้ น้ำูกไหล ไอเบาๆ เจ็บคอ งอแงผิดปกติ หรือเบื่ออาหาร
  • ระยะแสดงอาการเด่นชัด (วันที่สี่ถึงวันที่เจ็ด): อาการไข้ ไอ และน้ำมูกอาจเด่นชัดขึ้น บางรายอาจมีอาการอาเจียน ท้องเสียร่วมด้วย เนื่องจากเชื้อไวรัสสามารถส่งผลต่อระบบทางเดินอาหารได้เช่นกัน
  • ระยะฟื้นตัว (หลังจากวันที่เจ็ดเป็นต้นไป): อาการไข้จะค่อยๆ ลดลงและหายไป อาการไออาจหลงเหลืออยู่บ้างแต่มีความรุนแรงลดลง เด็กเริ่มกลับมารับประทานอาหารได้และร่าเริงขึ้น

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพาไปพบแพทย์ทันที

แม้ว่าเด็กส่วนใหญ่จะมีอาการไม่รุนแรงและหายได้เอง แต่พ่อแม่ต้องสังเกตอาการเตือนอันตราย (Red Flag Symptoms) อย่างใกล้ชิด หากพบบอาการเหล่านี้ต้องพาไปโรงพยาบาลทันที

  • ไข้สูงเกินสามสองจุดเก้าองศาเซลเซียส หรือไข้สูงติดต่อกันเกินสามวันในเด็กเล็ก
  • หายใจหอบเหนื่อย หายใจลำบาก ซี่โครงบุ๋ม ปีกจมูกบานขณะหายใจ หรือริมฝีปากและปลายนิ้วมีสีเขียวคล้ำ
  • ซึมลง ปลุกตื่นยาก ไม่ยอมสบตา หรือมีอาการชักจากไข้สูง
  • ภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรง เช่น ปากแห้งสนิท ร้องไห้ไม่มีน้ำตา และปัสสาวะไม่ออกติดต่อกันเกินหกชั่วโมง
  • อาเจียนหรือถ่ายเหลวบ่อยมากจนไม่สามารถรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำได้เลย

ลูกติดโควิดต้องกักตัวกี่วัน

ตามแนวทางปฏิบัติทางการแพทย์ปัจจุบัน ระยะเวลาในการกักตัวสำหรับเด็กที่ติดเชื้อโควิดคือ อย่างน้อยเจ็ดวัน นับจากวันที่เริ่มมีอาการ หรือวันที่ตรวจพบเชื้อเป็นบวกในกรณีที่ไม่มีอาการ และควรตรวจหาเชื้อซ้ำด้วยชุดตรวจโควิดทางจมูก (ATK) ในช่วงวันที่หกหรือวันที่เจ็ด หากผลตรวจเป็นลบและไม่มีอาการไข้ร่วมกับอาการทางระบบทางเดินหายใจดีขึ้นอย่างมากแล้ว จึงจะถือว่าพ้นระยะแพร่เชื้อ อย่างไรก็ตาม ควรให้เด็กสวมหน้ากากอนามัยและหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำต่ออีกสามวัน

วิธีรักษาและดูแลเด็กที่บ้านอย่างถูกต้อง

การดูแลรักษาเด็กที่ติดโควิดส่วนใหญ่เป็นการรักษาตามอาการ (Supportive Care) เนื่องจากเป็นโรคที่เกิดจากไวรัส การให้ยาและการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องมีความสำคัญมาก

  • การให้ยาพาราเซตามอล: ใช้สำหรับลดไข้และบรรเทาอาการปวด ขนาดยาที่ถูกต้องคือ สิบถึงสิบห้าิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม ทุกสี่ถึงหกชั่วโมงเมื่อมีอาการไข้
  • การเช็ดตัวลดไข้: ควรใช้น้ำอุ่นในการเช็ดตัวเพื่อช่วยระบายความร้อน ห้ามใช้น้ำเย็นจัดหรือแอลกอฮอล์เด็ดขาด
  • การดื่มน้ำและสารเกลอแร่: ส่งเสริมให้เด็กดื่มน้ำอุ่น นม หรือสารละลายเกลือแร่ (ORS) บ่อยๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำและช่วยให้เสมหะอ่อนตัวลง
  • อาหารที่เหมาะสม: ควรเลือกอาหารอ่อน ย่อยง่าย รสชาติไม่จัด เช่น ข้าวต้มโจ๊ก ซุปอุ่นๆ และผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามให้เด็กอายุต่ำกว่าสิบสองปีรับประทานยาแอสไพริน (Aspirin) เด็ดขาด เนื่องจากอาจเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรย์ซินโดรม (Reye syndrome) ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่ส่งผลต่อสมองและตับ และห้ามซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อให้เด็กรับประทานเอง เพราะยาปฏิชีวนะใช้รักษาโรคที่เกิดจากแบคทีเรีย ไม่สามารถฆ่าเชื้อไวรัสโควิดได้

การดูแลความสะอาดและการป้องกันการแพร่เชื้อในครอบครัว

การป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่กระจายไปยังสมาชิกคนอื่นในครอบครัว โดยเฉพาะผู้สูงอายุและเด็กทารก มีแนวปฏิบัติที่เข้มงวดดังนี้

  • แยกให้เด็กพักผ่อนในห้องเดี่ยวที่มีการระบายอากาศที่ดี เปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทสะดวก
  • กำหนดให้มีผู้ดูแลหลักเพียงคนเดียวเพื่อลดการสัมผัสจากหลายคน ผู้ดูแลควรสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาและล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์บ่อยๆ
  • แยกเครื่องใช้ส่วนตัวทุกชนิด เช่น จาน ชาม ช้อน แก้วน้ำ และผ้าเช็ดตัว ไม่ใช้ร่วมกับผู้อื่น
  • ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคบริเวณพื้นผิวสัมผัสบ่อยๆ เช่น ลูกบิดประตู ราวบันได โต๊ะ และของเล่นเด็ก ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อหรือแอลกอฮอล์เจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์
  • ซักเสื้อผ้า ผ้าปูที่นอน และผ้าขนหนูของผู้ป่วยด้วยน้ำร้อนและผงซักฟอกตามปกติ
คำแนะนำจากคุณหมอ: การป้องกันที่ดีที่สุดคือการสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาวและการรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล พ่อแม่ควรพาเด็กๆ ไปรับวัคซีนป้องกันโรคโควิดตามคำแนะนำของกุมารแพทย์ รวมถึงการล้างมือบ่อยๆ และสวมหน้ากากอนามัยในพื้นที่แออัด เพื่อลดความเสี่ยงในการรับเชื้อซ้ำ

สรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่และผู้ดูแล

เมื่อลูกติดโควิด สิ่งสำคัญที่สุดคือความใจเย็นและการสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด การกักตัวให้ครบตามกำหนด การดูแลความสะอาดอย่างเคร่งครัด และการให้การรักษาตามอาการอย่างถูกวิธี จะช่วยให้เด็กปลอดภัยและฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่กระจายสู่บุคคลอื่นในครอบครัว

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down