ความวิตกกังวลของคนเป็นแม่เมื่อลูกรักติดเชื้อไวรัสโควิด
การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือที่เรารู้จักกันในนามของโรคโควิด (COVID-19) ยังคงเป็นความกังวลใจอันดับต้นๆ ของคุณพ่อคุณแม่ทุกท่าน เมื่อเด็กๆ ในบ้านเกิดมีอาการป่วย ไข้ขึ้นสูง ไอ จาม หรือผลตรวจยืนยันว่าเป็นบวก สิ่งแรกที่ผู้ปกครองมักจะนึกถึงคือการหายาต้านไวรัสหรือสมุนไพรฤทธิ์เย็นมาให้ลูกรับประทานเพื่อหวังจะให้อาการหายอย่างรวดเร็ว หนึ่งในสมุนไพรไทยยอดฮิตที่มีการกล่าวถึงอย่างแพร่หลายคือยาฟ้าทะลายโจร ด้วยความเชื่อที่ว่ามีฤทธิ์เผือกขมและช่วยต้านไวรัสได้ดีในผู้ใหญ่ ทำให้เกิดคำถามสำคัญในทางกุมารเวชศาสตร์ว่า ลูกติดโควิดกินยาฟ้าทะลายโจรได้ไหม ขนาดยาที่ถูกต้องควรเป็นอย่างไร และมีอันตรายอะไรซ่อนอยู่สำหรับเด็กหรือไม่ บทความฉบับนี้จะมาให้คำตอบโดยละเอียดตามหลักการแพทย์สากล
สถานการณ์การติดเชื้อโควิดในเด็กและกลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังเป็นพิเศษ
แม้ว่าเด็กส่วนใหญ่ที่ติดเชื้อไวรัสโควิดมักจะมีอาการไม่รุนแรง คล้ายกับโรคไข้หวัดใหญ่ทั่วไปหรือไข้หวัดธรรมดา แต่ในเด็กเล็ก ทารกแรกเกิดถึงอายุหนึ่งปี รวมถึงเด็กที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหอบหืด โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด โรคไต หรือภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง อาจมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ เช่น ปอดอักเสบ ภาวะการหายใจล้มเหลว หรือกลุ่มอาการอักเสบหลายระบบในเด็ก (MIS-C) ที่มักเกิดขึ้นหลังหายจากโรคแล้ว การดูแลรักษาจึงต้องอาศัยความระมัดระวังเป็นอย่างมาก และควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น
กลไกการเกิดโรคและสาเหตุเมื่อเด็กติดเชื้อไวรัสโควิด
เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เป็นเชื้อโรคในระบบทางเดินหายใจที่สามารถแพร่กระจายผ่านละอองฝอยจากการไอ จาม หรือการสัมผัสสารคัดหลั่ง เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายของเด็กผ่านทางจมูก ปาก หรือตา ไวรัสจะเข้าไปจับกับเซลล์รับสัญญาณบนเยื่อบุทางเดินหายใจ และเริ่มกระบวนการแบ่งตัวอย่างรวดเร็ว ระบบภูมิคุ้มกันของเด็กจะพยายามต่อสู้กับเชื้อไวรัส ส่งผลให้เกิดกระบวนการอักเสบ มีไข้ ตัวร้อน น้ำมูก ไอ เจ็บคอ และอ่อนเพลีย ในเด็กบางรายที่ภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่เต็มที่ การตอบสนองของภูมิคุ้มกันที่รุนแรงเกินไปอาจทำให้เกิดการอักเสบในปอดและเนื้อเยื่อส่วนอื่นๆ ตามมา
อาการสำคัญและลำดับการดำเนินของโรคในเด็ก
การสังเกตอาการของลูกน้อยในช่วงที่ติดเชื้อโควิดมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเด็กเล็กยังไม่สามารถสื่อสารความรู้สึกเจ็บป่วยของตนเองได้อย่างชัดเจน อาการมักจะแบ่งออกเป็นช่วงเวลาต่างๆ ดังนี้
- ระยะเริ่มต้น (วันที่หนึ่งถึงวันที่สาม): เริ่มมีไข้ต่ำๆ หรือไข้สูงฉับพลัน อ่อนเพลีย งอแงผิดปกติ เบื่ออาหาร และอาจมีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล หรือเจ็บคอร่วมด้วย
- ระยะแสดงอาการเด่นชัด (วันที่สี่ถึงวันที่เจ็ด): อาการไข้ยังคงอยู่หรือเริ่มลดลง แต่อาการไออาจจะเด่นชัดขึ้น บางรายมีอาการท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน หรือตาแดงร่วมด้วย
- ระยะฟื้นตัว (วันที่แปดเป็นต้นไป): อาการไข้เริ่มหายไป อาการไอและน้ำมูกค่อยๆ ลดลง เด็กเริ่มกลับมาทานอาหารได้และมีความร่าเริงมากขึ้นตามลำดับ
ไขข้อข้องใจทางการแพทย์: ลูกติดโควิดกินยาฟ้าทะลายโจรได้ไหม
ยาฟ้าทะลายโจรมีสารสำคัญค่อนข้างขมและมีฤทธิ์เย็นจัด การใช้ในเด็กเล็กอาจส่งผลกระทบต่อระบบการทำงานของตับและไตซึ่งยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ นอกจากนี้ การรับประทานยาฟ้าทะลายโจรติดต่อกันเป็นเวลานานเกินไป อาจทำให้เกิดอาการข้างเคียง เช่น ท้องเสีย อ่อนแรง กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือความดันโลหิตลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว ดังนั้น คำตอบสำหรับคำถามที่ว่าลูกติดโควิดกินยาฟ้าทะลายโจรได้ไหม คือ ไม่ควรให้เด็กกินเองโดยพลการ ควรเน้นการรักษาตามอาการและการให้ยาที่ปลอดภัยภายใต้คำแนะนำของแพทย์จะดีที่สุด
สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพาไปพบแพทย์ทันที
หากเด็กมีอาการติดเชื้อโควิด ผู้ปกครองต้องเฝ้าระวังอาการฉุกเฉินหรือสัญญาณอันตรายที่เรียกว่า Red Flags อย่างใกล้ชิด หากพบอาการเหล่านี้ควรรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที
- ไข้สูงมากเกินสามสิบเก้าองศาเซลเซียส หรือไข้สูงติดต่อกันเกินสามวันโดยไม่ตอบสนองต่อยาลดไข้
- มีอาการชักจากไข้ เกกร็ง หรือหมดสติ
- ซึมมาก ปลุกตื่นยาก ไม่ยอมสบตา หรือไม่สนใจสิ่งรอบข้าง
- หายใจหอบเหนื่อย หายใจแรงจนอกบุ๋ม ปีกจมูกบาน หรือริมฝีปากมีสีเขียวคล้ำ
- ภาวะขาดน้ำรุนแรง เช่น ปากแห้งสนิท ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ปัสสาวะไม่ออกหรือมีสีเข้มจัดนานเกินหกชั่วโมง
- อาการอาเจียนรุนแรงหรือท้องเสียไม่หยุดจนหมดแรง
วิธีดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักกุมารเวชศาสตร์
เมื่อเด็กติดเชื้อโควิดและมีอาการไม่รุนแรง แพทย์มักจะแนะนำให้รักษาตัวที่บ้าน (Home Isolation) โดยเน้นการรักษาตามอาการและการประคับประคองเพื่อให้ร่างกายของเด็กฟื้นตัวได้เองตามธรรมชาติ
การให้ยาที่ปลอดภัยตามน้ำหนักตัว
การใช้ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) สำหรับลดไข้และบรรเทาอาการปวด ควรคำนวณขนาดยาตามน้ำหนักตัวของเด็กอย่างเคร่งครัด โดยทั่วไปใช้น้ำหนักตัวคูณด้วยสิบถึงสิบห้ามนต์กรัม ทุกสี่ถึงหกชั่วโมงเมื่อมีอาการไข้หรือปวด ห้ามให้ยาเกินขนาดเด็ดขาด
การดูแลและพยาบาลที่บ้าน
- เช็ดตัวลดไข้ด้วยน้ำอุณหภูมิห้อง (Tepid Sponge) เพื่อช่วยระบายความร้อนออกจากร่างกายอย่างนุ่มนวล
- ให้เด็กดื่มน้ำสะอาดหรือสารละลายเกลือแร่ (ORS) บ่อยๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
- เลือกทานอาหารอ่อนๆ ที่ย่อยง่าย เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม ซุปอุ่นๆ และให้เด็กพักผ่อนให้เพียงพอ
- แยกของใช้ส่วนตัวและงดการคลุกคลีกับสมาชิกในครอบครัวที่มีโรคประจำตัวหรือผู้สูงอายุ
วิธีป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว
การป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิดในเด็กที่ดีที่สุดคือการสร้างสุขอนามัยที่ดีและการรับวัคซีนป้องกันโรคตามกำหนดของกระทรวงสาธารณสุข สอนให้เด็กหมั่นล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ สวมหน้ากากอนามัยเมื่อต้องอยู่ในพื้นที่แออัด และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบห้าหมู่เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงอยู่เสมอ