ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกติดโควิดกินไม่ได้ซึมลง อาการขาดน้ำในเด็กเล็กที่พ่อแม่ต้องรีบรับมือ

เมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ยังคงวนเวียนอยู่ใกล้ตัว หนึ่งในความกังวลใจสูงสุดของพ่อแม่ผู้ปกครองคือการที่ลูกน้อยติดเชื้อแล้วมีอาการปฏิเสธอาหาร ซึมลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งอาการเหล่านี้มักเป็นสัญญาณเตือนเริ่มต้นของภาวะขาดน้ำ (Dehydration) ในเด็กเล็กที่รุนแรงและอันตรายถึงชีวิตหากไม่ได้รับการประเมินและดูแลรักษาอย่างทันท่วงที ในฐานะกุมารแพทย์และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ บทความฉบับนี้จะพาคุณพ่อคุณแม่ไปเจาะลึกถึงกลไกการเกิดโรค สัญญาณเตือนภัยอันตราย แนวทางการดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์ รวมถึงวิธีป้องกันอย่างครอบคลุมรอบด้าน

ทำความเข้าใจสาเหตุและกลไกเมื่อเด็กเล็กติดเชื้อโควิดและมีภาวะขาดน้ำ

การติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในเด็กเล็ก โดยเฉพาะกลุ่มทารกและเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี มีความแตกต่างจากผู้ใหญ่เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันและสรีรวิทยาของร่างกายยังพัฒนาไม่เต็มที่ เมื่อไวรัสเข้าสู่ร่างกายจะทำให้เกิดการอักเสบในระบบทางเดินหายใจส่วนบนและส่วนล่าง ส่งผลให้เด็กเกิดอาการไข้สูง เจ็บคอมาก มีน้ำมูก คัดจมูก และบางรายมีอาการทางเดินอาหารร่วมด้วย เช่น ท้องเสียหรืออาเจียน

กลไกหลักที่ทำให้เด็กติดโควิดแล้วกินไม่ได้จนนำไปสู่ภาวะขาดน้ำ ได้แก่ อาการเจ็บคอและแผลในปากที่ทำให้เด็กกลืนน้ำลายหรืออาหารไม่ไหว ไข้สูงที่ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำผ่านผิวหนังและการหายใจเร็วกว่าปกติ รวมถึงอาการคลื่นไส้ อาเจียน และท้องเสียที่ทำให้สูญเสียเกลือแร่และน้ำปริมาณมากอย่างรวดเร็ว เมื่อ็รับประทานอาหารและน้ำไม่ได้ ร่างกายจึงเข้าสู่ภาวะขาดน้ำ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบไหลเวียนโลหิตและการทำงานของอวัยวะสำคัญทั่วร่างกาย

อาการสำคัญและลำดับพัฒนาการของโรคในเด็กเล็ก

การสังเกตอาการของเด็กที่ติดเชื้อโควิดจำเป็นต้องอาศัยความละเอียดอ่อน เนื่องจากเด็กเล็กยังไม่สามารถสื่อสารความรู้สึกเจ็บป่วยได้อย่างชัดเจน โดยทั่วไปพัฒนาการของอาการมักแบ่งออกเป็นระยะดังนี้

  • ระยะเริ่มต้น (Day 1 - 3): เด็กจะมีอาการไข้ ไอเบื้องต้น น้ำมูกไหล งอแงผิดปกติ เริ่มทานนมหรืออาหารได้น้อยลงเนื่องจากไม่สบายตัวและมีไข้สูง
  • ระยะแสดงอาการเด่นชัด (Day 3 - 5): เป็นช่วงที่อาการเจ็บคอหรืออาการทางเดินหายใจเด่นชัดขึ้น เด็กจะปฏิเสธอาหารอย่างเด็ดขาด เริ่มมีอาการซึมลง ปัสสาวะเริ่มมีสีเข้มและปริมาณลดลง
  • ระยะฟื้นตัว (Day 5 - 7 เป็นต้นไป): หากไม่มีภาวะแทรกซ้อน ไข้จะเริ่มลดลง ความอยากอาหารค่อยๆ กลับมาเป็นปกติ และร่างกายมีความสดชื่นขึ้น

สัญญาณเตือนอันตราย (Red Flag Symptoms) ที่ต้องพาไปโรงพยาบาลทันที

คุณพ่อคุณแม่ต้องเฝ้าระวังอาการวิกฤตอย่างใกล้ชิด หากพบอาการเหล่านี้ร่วมกับการที่ลูกติดโควิดกินไม่ได้และซึมลง ถือเป็นเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องนำส่งโรงพยาบาลทันทีโดยไม่ต้องรอให้ครบกำหนดกักตัว

  • ภาวะขาดน้ำรุนแรง: ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ปากแห้งสนิท ผิวหนังเหี่ยวไม่ยืดหยุ่น กระหม่อมหน้ายุ๋บลงอย่างเห็นได้ชัดในทารก และไม่ปัสสาวะติดต่อกันนานเกิน 6 ถึง 8 ชั่วโมง
  • อาการซึมมากผิดปกติ: ปลุกตื่นยาก ไม่สบตา เซื่องซึม ไม่สนใจสิ่งแวดล้อมรอบตัว หรือหมดสติ
  • ระบบหายใจล้มเหลว: หายใจหอบเหนื่อย ปีกจมูกบาน หน้าอกบุ๋มเวลาหายใจ หรือริมฝีปากและปลายนิ้วมีสีเขียวคล้ำ (Cyanosis)
  • อาการทางระบบประสาท: มีอาการชักเกร็ง ตาค้าง หรือไข้สูงมากจนไม่สามารถลดลงได้ด้วยยาลดไข้และการเช็ดตัว
ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากเด็กมีอาการซึมร่วมกับหายใจลำบาก ห้ามรอดูอาการที่บ้านเด็ดขาด เนื่องจากภาวะออกซิเจนในเลือดต่ำอาจส่งผลอันตรายถึงชีวิตได้อย่างรวดเร็วในเด็กเล็ก

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อมาถึงโรงพยาบาล กุมารแพทย์จะทำการประเมินอาการอย่างละเอียดโดยเริ่มจากการซักประวัติระยะเวลาที่มีไข้ ประวัติการรับประทานอาหารและปริมาณปัสสาวะ จากนั้นจะทำการตรวจร่างกายเพื่อประเมินระดับความรุนแรงของภาวะขาดน้ำและระบบทางเดินหายใจ การยืนยันการติดเชื้อโควิดจะทำผ่านการตรวจหาเชื้อด้วยวิธีมาตรฐาน (RT-PCR) หรือการตรวจคัดกรองเบื้องต้น (Antigen Test Kit) นอกจากนี้ แพทย์อาจพิจารณาตรวจเพิ่มเติม เช่น การตรวจเลือดเพื่อดูระดับเกลือแร่และความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด หรือการเอกซเรย์ปอดหากสงสัยว่ามีภาวะปอดอักเสบแทรกซ้อน

วิธีดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์และการดูแลที่บ้าน

การรักษาอาการเด็กติดโควิดที่กินไม่ได้และมีภาวะขาดน้ำ จะมุ่งเน้นไปที่การประคับประคองตามอาการและการชดเชยน้ำและเกลือแร่ที่สูญเสียไป

  • การชดเชยน้ำ (Oral Rehydration): สำหรับเด็กที่มีภาวะขาดน้ำเล็กน้อยถึงปานกลาง แพทย์จะแนะนำให้จิบสารละลายเกลือแร่สำหรับเด็ก (ORS) ทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง เพื่อป้องกันการอาเจียนซ้ำ ห้ามให้ดื่มน้ำเปล่าบริสุทธิ์ปริมาณมากเกินไปในคราวเดียวเพราะอาจทำให้ระดับเกลือแร่ในเลือดต่ำลงอันตรายได้
  • การให้อาหารและนม: หากเด็กยังดูดนมแม่ได้ ให้ดูดนมแม่บ่อยขึ้น สำหรับเด็กโตให้อาหารอ่อนย่อยง่าย เช่น โจ๊ก ซุป หรืออาหารเหลวที่มีรสชาติไม่จัดจ้าน
  • การรักษาตามอาการ: แพทย์จะพิจารณาให้ยาลดไข้พาราเซตามอลตามน้ำหนักตัวอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งแนะนำการเช็ดตัวลดไข้ด้วยน้ำอุ่น (Tepid Sponge) เพื่อช่วยระบายความร้อน
  • การรักษาในโรงพยาบาล: ในกรณีที่เด็กขาดน้ำรุนแรง ไม่สามารถรับประทานทางปากได้ หรือซึมมาก แพทย์จำเป็นต้องรับตัวเด็กไว้ในโรงพยาบาลเพื่อให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดดำ (IV Fluid) และติดตามอาการอย่างใกล้ชิด
คำแนะนำจากคุณหมอ: ขนาดยาพาราเซตามอลสำหรับเด็กที่ถูกต้องคือ 10 ถึง 15 มิลลิกรัม่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ทุกๆ 4 ถึง 6 ชั่วโมงเมื่อมีไข้ และควรใช้ช้อนชาหรือไซริงค์ตวงยาที่มีมาตรวัดมาตรฐานทางการแพทย์เท่านั้น ห้ามกะปริมาณด้วยช้อนทานข้าวทั่วไป

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดในการดูแลเด็กป่วย

ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนอาจนำมาซึ่งอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพของเด็ก พ่อแม่ผู้ปกครองจึงควรระมัดระวังข้อห้ามสำคัญทางการแพทย์ดังต่อไปนี้

  • ห้ามใช้ยาแอสไพริน (Aspirin) หรือไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ในเด็กที่มีไข้สูงโดยยังไม่แน่ชัดว่าป่วยเป็นโรคไข้เลือดออกหรือโควิด เนื่องจากอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดกลุ่มอาการเรย์ (Reye Syndrome) และทำให้เลือดออกในทางเดินอาหารได้
  • ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) หรือยาฆ่าเชื้อให้เด็กทานเองเด็ดขาด เนื่องจากโควิดเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส การใช้ยาปฏิชีวนะจึงไม่มีผลในการรักษา และอาจก่อให้เกิดเชื้อดื้อยา รวมถึงผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อตับและไตของเด็ก
  • ห้ามบังคับป้อนน้ำหรืออาหารในปริมาณมากขณะที่เด็กกำลังอาเจียนหรือซึม เพราะอาจทำให้สำลักเข้าหลอดลมและปอด เกิดภาวะปอดอักเสบจากการสำลักตามมาได้

วิธีป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การป้องกันการติดเชื้อและการเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงในเด็กเล็กทำได้โดยการสร้างเกราะป้องกันสุขภาพที่แข็งแรง

  • การรับวัคซีน: พาบุตรหลานเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และวัคซีนพื้นฐานตามคำแนะนำของกุมารแพทย์อย่างครบถ้วน เพื่อลดความรุนแรงของโรคและการนอนโรงพยาบาล
  • สุขอนามัยส่วนบุคคล: สอนและฝึกฝนให้เด็ก ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์เป็นประจำ หลีกเลี่ยงการพาเด็กไปในสถานที่แออัดหรืออากาศถ่ายเทไม่สะดวกในช่วงที่มีการแพร่ระบาด
  • โภชนาการและการพักผ่อน: ส่งเสริมให้เด็กรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ ดื่มน้ำสะอาดเพียงพอ และนอนหลับพักผ่อนให้สนิทเพื่อเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติให้แข็งแรง

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่ผู้ดูแล (Actionable Checklist)

เพื่อให้พ่อแม่สามารถรับมือได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย นี่คือขั้นตอนปฏิบัติเร่งด่วนเมื่อลูกติดโควิดและมีอาการกินไม่ได้ซึมลง

  • ประเมินความรู้สึกตัวและระดับความตื่นของลูกอย่างต่อเนื่อง หากซึมมาก ปลุกไม่ตื่น หายใจหอบเหนื่อย ให้รีบพาไปโรงพยาบาลฉทันที
  • สังเกตจำนวนครั้งและสีของปัสสาวะ หากใส่สีเข้มจัดหรือไม่มีปัสสาวะนานเกิน 6 ชั่วโมง แสดงว่าเริ่มมีภาวะขาดน้ำ
  • ให้เด็กจิบสารละลายเกลือแร่ (ORS) หรือนมแม่ทีละน้อยบ่อยๆ เพื่อป้องกันการขาดน้ำและลดอาการอาเจียน
  • ให้ยาลดไข้พาราเซตามอลตามน้ำหนักตัวที่ถูกต้องและเช็ดตัวลดไข้เพื่อความสบายตัว
  • งดการใช้ยาแอสไพริน ไอบูโพรเฟน และยาปฏิชีวนะทุกชนิดโดยไม่ได้รับคำสั่งจากแพทย์
  • ปรึกษากุมารแพทย์ประจำตัวหรือสายด่วนสุขภาพทันทีหากไม่มั่นใจในอาการของบุตรหลาน
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down