ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกติดโควิดไข้ขึ้นสูงกี่วัน และธรรมชาติของโรคในเด็ก

เมื่อลูกน้อยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด (COVID-19) สิ่งที่พ่อแม่ผู้ปกครองมีความกังวลมากที่สุดคืออาการไข้สูง โดยทั่วไปแล้ว อาการไข้สูงในเด็กที่ติดเชื้อโควิดมักจะเกิดขึ้นในช่วง 2 ถึง 4 วันแรกของการแสดงอาการ และอาจมีไข้สูงได้ตั้งแต่ 38.5 ไปจนถึง 39.5 องศาเซลเซียส หลังจากนั้น ไข้ควรจะมีแนวโน้มลดลงตามลำดับเมื่อเข้าสู่วันที่ 4 หรือวันที่ 5 หากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเริ่มสร้างภูมิต้านทานขึ้นมาต่อสู้กับเชื้อไวรัส อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาของไข้อาจมีความแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ของไวรัส ภูมิต้านทานร่างกายเฉพาะบุคคล และอายุของเด็ก โดยทารกและเด็กเล็กอาจมีไข้สูงนานกว่าเด็กโตเล็กน้อย

ในฐานะกุมารแพทย์ การทำความเข้าใจเกี่ยวกับกลไกของโรคและธรรมชาติของไข้จะช่วยลดความตื่นตระหนกของพ่อแม่ได้เป็นอย่างดี ไข้ไม่ใช่โรค แต่เป็นกลไกตามธรรมชาติของระบบภูมิคุ้มกันที่พยายามสร้างสภาวะที่ไม่อิสด์ต่อการเจริญเติบโตของเชื้อโรค หน้าที่สำคัญของผู้ปกครองจึงไม่ใช่การพยายามกดอุณหภูมิร่างกายให้เป็นปกติโดยเร็วที่สุดด้วยวิธีที่ผิด แต่เป็นการประคับประคองอาการ สังเกตความผิดปกติ และป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคโควิดในเด็ก

โรคโควิดเกิดจากการติดเชื้อไวรัสซาร์ส-คอฟ-ทู (SARS-CoV-2) ซึ่งเป็นไวรัสในตระกูลโคโรนาไวรัส เชื้อนี้ติดต่อผ่านทางการหายใจ การไอ การจาม หรือการสัมผัสละอองฝอยที่มีเชื้อโรคปะปนอยู่ เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายผ่านทางจมูกหรือปาก จะเข้าไปจับกับตัวรับบนผิวเซลล์เยื่อบุทางเดินหายใจ แล้วจำแผ่ขยายจำนวนอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายตอบสนองด้วยการหลั่งสารสื่ออักเสบ ซึ่งไปกระตุ้นศูนย์ควบคุมความร้อนในสมอง ส่งผลให้เกิดอาการไข้สูง ปวดเมื่อยตามตัว และการอักเสบในระบบทางเดินหายใจ

แม้ว่าเด็กส่วนใหญ่จะมีอาการไม่รุนแรงเท่าผู้ใหญ่ เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันในเด็กมีความยืดหยุ่นและจำนวนตัวรับของไวรัสในเยื่อบุจมูกอาจมีน้อยกว่า แต่เด็กเล็ก ทารแรกเกิด และเด็กที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหอบหืด โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด หรือภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง จัดเป็นกลุ่มเสี่ยงที่อาจเกิดโรคในระดับรุนแรง ปอดอักเสบ หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาทได้ง่ายกว่าเด็กทั่วไป

อาการสำคัญและระยะการดำเนินโรคในเด็ก

อาการของเด็กที่ติดเชื้อโควิดมักจะเริ่มแสดงออกหลังจากได้รับเชื้อประมาณ 2 ถึง 14 วัน โดยแบ่งระยะการดำเนินโรคออกเป็นช่วงต่างๆ ดังนี้

  • ระยะเริ่มต้น (วันที่ 1 - 3): เด็กจะมีไข้ขึ้นสูงฉับพลัน อ่อนเพลีย งอแงมากกว่าปกติ บางรายอาจมีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล เจ็บคอ หรือไอแห้งๆ ร่วมด้วย ในเด็กเล็กอาจปฏิเสธการดูดนมหรือทานอาหารเนื่องจากเจ็บคอ
  • ระยะแสดงอาการเด่นชัด (วันที่ 4 - 7): อาการไข้เริ่มทรงตัวหรือค่อยๆ ลดลง แต่อาการไอและน้ำมูกอาจเด่นชัดขึ้น บางรายอาจมีอาการอาเจียน ท้องเสีย หรือปวดท้องร่วมด้วยเนื่องจากเชื้อไวรัสสามารถ affect ทางเดินอาหารได้เช่นกัน
  • ระยะฟื้นตัว (วันที่ 8 เป็นต้นไป): ไข้จะหายเป็นปลิดทิ้ง อาการไอและน้ำมูกเริ่มบรรเทาลง เด็กกลับมามีความสดใส ร่าเริง และเริ่มทานอาหารได้ตามปกติ

สัญญาณอันตราย Red Flags ที่ต้องพาไปพบแพทย์ทันที

การดูแลเด็กที่ติดโควิดที่บ้านสามารถทำได้ หากเด็กไม่มีอาการรุนแรง แต่ผู้ปกครองต้องสังเกตสัญญาณอันตรายอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง หากพบบอาการเหล่านี้ ควรพาไปโรงพยาบาลทันทีโดยไม่ต้องรอให้ครบกำหนดกักตัว

  • ไข้สูงมากกว่า 39 องศาเซลเซียสต่อเนื่องเกิน 48 ชั่วโมง หรือให้ยาลดไข้แล้วไข้ไม่ลดลงเลย
  • มีอาการซึมลง ปลุกตื่นยาก ไม่สบตา หรือไม่สนใจสิ่งรอบข้าง
  • หายใจหอบเหนื่อย หายใจแรงจนซี่โครงบุ๋ม หายใจมีเสียงครืดคราด หรือปีกจมูกบานขณะหายใจ
  • ริมฝีปาก ปลายมือ ปลายเท้า มีสีเขียวคล้ำ (ภาวะพร่องออกซิเจน)
  • มีอาการชักเกร็งจากไข้สูง
  • ภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรง เช่น ปากแห้งสนิท ร้องไห้ไม่มีน้ำตา และไม่ได้ปัสสาวะนานเกิน 6 ถึง 8 ชั่วโมง
ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากเด็กมีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น โรคปอด โรคหัวใจ หรือมีอายุน้อยกว่า 1 ปี ควรปรึกษาแพทย์ทันทีที่ตรวจพบเชื้อ แม้จะยังไม่มีอาการรุนแรง เพื่อประเมินความเสี่ยงและรับคำแนะนำที่เหมาะสม

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อสงสัยว่าเด็กติดโควิด การวินิจฉัยเบื้องต้นสามารถทำได้โดยการใช้ชุดตรวจคัดกรองแอนติเจนด้วยตนเอง (Antigen Test Kit หรือ ATK) สำหรับเด็ก ควรทำการ Swab หรือแยงจมูกอย่างนุ่มนวลตามคำแนะนำของผลิตภัณฑ์ หรือให้บุคลากรทางการแพทย์เป็นผู้ดำเนินการเพื่อความถูกต้อง หากผลเป็นบวกและเด็กมีอาการน้อย แพทย์จะแนะนำให้รักษาตัวที่บ้าน (Home Isolation) แต่หากเด็กมีอาการรุนแรง แพทย์อาจพิจารณาตรวจเพิ่มเติม เช่น การเอ็กซเรย์ปอด (Chest X-ray) การตรวจเลือดเพื่อดูระดับการอักเสบ และการตรวจหาเชื้อไวรัสอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น เชื้อไข้หวัดใหญ่ (Influenza) และเชื้ออาร์เอสวี (RSV)

วิธีดูแลรักษาที่บ้านและการให้ยาอย่างถูกต้อง

การรักษาโรคโควิดในเด็กส่วนใหญ่เป็นการรักษาตามอาการ (Symptomatic Treatment) เนื่องจากยังไม่มียาต้านไวรัสสำหรับเด็กกลุ่มอาการน้อย การดูแลที่บ้านจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

การให้ยาลดไข้และยาบรรเทาอาการ

การให้ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) เป็นหลักในการลดไข้และบรรเทาอาการปวด โดยมีข้อกำหนดที่สำคัญดังนี้:

  • ขนาดยาที่ถูกต้อง: ต้องคำนวณตามน้ำหนักตัวของเด็กเสมอ คือ 10 ถึง 15 มิลลิกรัม่อนน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ต่อครั้ง ทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมง เมื่อมีไข้
  • ห้ามให้ยาเกินขนาด: ไม่ควรให้ยาถี่เกินไป และต้องจำกัดปริมาณไม่เกิน 5 ครั้งต่อวัน
  • ยาลดไข้กลุ่มอื่น: ห้ามใช้ยาแอสไพริน (Aspirin) ในเด็กเด็ดขาด เนื่องจากเสี่ยงต่อการเกิดกลุ่มอาการเรย์ (Reye syndrome) ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่ทำให้สมองและตับบวม สำหรับยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ควรหลีกเลี่ยงในเด็กที่เป็นไข้เลือดออกหรือมีภาวะขาดน้ำ และควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้
  • ยาปฏิชีวนะ: ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อให้เด็กรับประทานเองเด็ดขาด เนื่องจากโควิดเกิดจากไวรัส ยาปฏิชีวนะไม่มีผลในการรักษา และอาจก่อให้เกิดเชื้อดื้อยาได้

การเช็ดตัวลดไข้ที่ถูกต้อง

การเช็ดตัวด้วยน้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่น (Tepid Sponge) จะช่วยระบายความร้อนออกจากร่างกายได้ดีขึ้น ควรใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาด เช็ดบริเวณหน้า ซอกคอ รักแร้ ขาหนีบ และลำตัว หลีกเลี่ยงการใช้น้ำเย็นจัดหรือแอลกอฮอล์เช็ดตัว เพราะจะทำให้เส้นเลือดหดตัว ความร้อนระบายออกไม่ได้ และอาจทำให้เด็กหนาวสั่นมากขึ้น

การดูแลด้านโภชนาการและการให้สารน้ำ

เนื่องจากเด็กมีไข้และอาจมีอาการเจ็บคอ ทำให้ไม่อยากอาหารและดื่มน้ำน้อยลง ผู้ปกครองควร:

  • ให้เด็กดื่มน้ำสะอาด นม หรือเกลือแร่ (ORS) ทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
  • เลือกอาหารอ่อน ย่อยง่าย รสชาติไม่จัด เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม ซุป หรืออาหารเหลวที่กลืนง่าย
  • หากเด็กเป็นทารก ควรให้ดูดนมแม่หรือนมผงตามความต้องการอย่างสม่ำเสมอ
คำแนะนำจากคุณหมอ: การพักผ่อนให้เพียงพอเป็นยาที่ดีที่สุดสำหรับเด็ก ปล่อยให้เด็กนอนหลับเต็มที่ ไม่ควรปลุกขึ้นมาเช็ดตัวหรือป้อนยาทุกๆ สตาร์ท หากเด็กหลับสบายและไม่มีอาการหอบเหนื่อย ปล่อยให้นอนหลับจะช่วยฟื้นฟูร่างกายได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

วิธีป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การป้องกันการติดเชื้อและการแพร่กระจายของโรคโควิดในครอบครัวสามารถทำได้โดยการปฏิบัติตามหลักสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด

  • การฉีดวัคซีน: พาเด็กไปรับวัคซีนป้องกันโรคโควิดตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขและกุมารแพทย์ เพื่อลดความรุนแรงของโรคและการเกิดภาวะแทรกซ้อนระยะยาว เช่น ภาวะลองโควิค (Long COVID) หรือกลุ่มอาการอักเสบหลายระบบในเด็ก (MIS-C)
  • การล้างมือ: สอนให้เด็กหมั่นล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาด หรือเจลแอลกอฮอล์บ่อยๆ
  • การสวมหน้ากากอนามัย: สวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในสถานที่แออัดหรือมีความเสี่ยงสูง
  • การรักษาสุขภาพ: ทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายตามวัยเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่ผู้ดูแล Actionable Checklist

เพื่อให้ผู้ปกครองสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างเป็นระบบเมื่อลูกติดโควิดและมีไข้สูง ขอให้ยึดแนวทางปฏิบัติดังนี้:

  • ตั้งสติและวัดอุณหภูมิร่างกายของลูกด้วยเทอร์โมมิเตอร์ที่ได้มาตรฐาน
  • คำนวณขนาดยาพาราเซตามอลตามน้ำหนักตัว และให้ยาทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมงเฉพาะเวลาที่มีไข้
  • เช็ดตัวลดไข้ด้วยน้ำอุ่นเมื่อมีไข้สูง และให้เด็กดื่มน้ำเกลือแร่หรือน้ำเปล่าบ่อยๆ
  • สังเกตอาการผิดปกติและสัญญาณอันตราย (Red Flags) เช่น การหายใจหอบ ซึม หรือปัสสาวะน้อย
  • แยกกักตัวเด็กออกจากสมาชิกคนอื่นในครอบครัวเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ
  • ปรึกษาแพทย์ทันทีหากมีข้อกังวล หรือพบสัญญาณอันตรายที่ระบุไว้ข้างต้น
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down