ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เข้าใจพฤติกรรมเมื่อลูกรักกลายเป็นเด็กเกเรที่โรงเรียน

ในฐานะกุมารแพทย์และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการและพฤติกรรมเด็ก สิ่งหนึ่งที่สร้างความกังวลใจและสร้างความเครียดให้กับคุณพ่อคุณแม่มากที่สุดคือการได้รับรายงานจากคุณครูว่า ลูกชอบแกล้งเพื่อนและใช้กำลังรังแกผู้อื่นที่โรงเรียน พฤติกรรมเช่นนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของการซุกซนตามวัย แต่เป็นสัญญาณเตือนที่สะท้อนถึงภาวะทางอารมณ์ จิตวิทยา และสิ่งแวดล้อมรอบตัวที่เด็กกำลังเผชิญอยู่ ซึ่งหากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการแก้ไขที่ต้นเหตุ อาจส่งผลกระทบระยะยาวต่อพัฒนาการทางบุคลิกภาพ การเข้าสังคม และอาจพัฒนาไปสู่ปัญหาพฤติกรรมที่รุนแรงขึ้นในวัยรุ่นได้

สาเหตุและกลไกทางจิตวิทยาที่ทำให้เด็กใช้กำลังรังแกเพื่อน

พฤติกรรมการใช้ความรุนแรง (Bullying and Aggressive Behavior) ในเด็กไม่ได้เกิดขึ้นจากความตั้งใจที่จะเป็นคนไม่ดีโดยกำเนิด แต่เกิดจากปัจจัยทางจิตวิทยา ระบบประสาท และสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อน โดยแบ่งออกเป็นมิติต่างๆ ดังนี้

  • การเลียนแบบพฤติกรรม (Observational Learning): เด็กในวัยเรียนมักเรียนรู้ผ่านการสังเกต หากเด็กพบเจอความรุนแรงในครอบครัว การทะเลาะเบาะแว้งของพ่อแม่ การถูกลงโทษด้วยการตี หรือการได้รับชมสื่อที่มีความรุนแรง เด็กจะซึมซับว่าความรุนแรงคือเครื่องมือในการแก้ปัญหา
  • ปัญหาการควบคุมอารมณ์ตนเอง (Emotional Self-Regulation Deficit): สมองส่วนหน้า (Prefrontal Cortex) ซึ่งทำหน้าที่ในการยับยั้งชั่งใจ ควบคุมอารมณ์ และการคิดเชิงวิเคราะห์ ยังอยู่ในช่วงกำลังพัฒนา เด็กบางคนจึงมีความสามารถในการจัดการกับความโกรธ ความคับข้องใจ หรือความอิจฉาได้น้อย เมื่อเกิดความรู้สึกด้านลบจึงแสดงออกผ่านการใช้กำลังแทนการใช้คำพูด
  • ความต้องการการยอมรับและการเรียกร้องความสนใจ (Attention Seeking and Need for Control): เด็กบางคนที่มีความรู้สึกว่าตนเองด้อยกว่า หรือขาดความมั่นใจในตนเอง (Low Self-Esteem) อาจหันมาใช้อำนาจและการใช้กำลังข่มเหงผู้อื่น เพื่อสร้างความรู้สึกมีอำนาจและทำให้ตนเองเป็นที่ยอมรับในกลุ่มเพื่อน
  • ปัญหาทางด้านทักษะทางสังคม (Social Skills Deficit): เด็กอาจไม่รู้วิธีการสื่อสารเพื่อขอเล่นด้วย วิธีการจัดการความขัดแย้งที่ถูกต้อง หรือวิธีแสดงออกถึงความต้องการของตนเอง จึงเลือกใช้วิธีผลัก ดึง แย่งของ หรือทำร้ายร่างกายเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ

สัญญาณเตือนและพฤติกรรมร่วมที่ต้องระวัง

พฤติกรรมชอบแกล้งเพื่อนมักไม่ได้มาเดี่ยวๆ แต่มักจะมีสัญญาณเตือนทางพฤติกรรมและอารมณ์อื่นๆ ร่วมด้วย ซึ่งพ่อแม่ควรสังเกตอย่างใกล้ชิด ได้แก่

  • มีอารมณ์หงุดหงิดง่าย ฉุนเฉียวรุนแรง หรืออาละวาดเมื่อไม่ได้ดั่งใจ (Tantrums)
  • ขาดความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น (Lack of Empathy) ไม่รู้สึกผิดเมื่อทำให้ผู้อื่นเจ็บปวด
  • มีความก้าวร้าวต่อสมาชิกในครอบครัว หรือสัตว์เลี้ยงที่บ้าน
  • ผลการเรียนตกลง มีปัญหาในการปรับตัวเข้ากับกฎระเบียบของโรงเรียน
  • มีความรู้สึกต่อต้านผู้มีอำนาจ เช่น คุณครู หรือพ่อแม่
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามใช้วิธีการใช้ความรุนแรงในการลงโทษเด็กที่ชอบใช้ความรุนแรง เช่น การตี การด่าทอด้วยถ้อยคำรุนแรง หรือการใช้อารมณ์ข่มขู่ เพราะการกระทำดังกล่าวจะยิ่งเป็นการตอกย้ำวงจรความรุนแรง และสอนให้เด็กเรียนรู้ว่าผู้ที่มีอำนาจมากกว่ามีสิทธิ์ทำร้ายผู้ที่อ่อนแอกว่า ซึ่งจะทำให้พฤติกรรมของเด็กยิ่งแย่ลงไปอีก

วิธีตรวจประเมินโดยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญ

เมื่อเด็กมีพฤติกรรมใช้กำลังรุนแรงเรื้อรัง การพามาพบกุมารแพทย์ด้านพัฒนาการและพฤติกรรม หรือนักจิตวิทยาเด็กถือเป็นแนวทางที่ถูกต้อง โดยกระบวนการทางการแพทย์จะประกอบด้วย

  • การซักประวัติอย่างละเอียด: แพทย์จะพูดคุยกับพ่อแม่และเด็กเกี่ยวกับพัฒนาการ พฤติกรรมที่บ้านและโรงเรียน รูปแบบการเลี้ยงดู และเหตุการณ์ที่อาจเป็นตัวกระตุ้น
  • การประเมินสภาพจิตใจและพฤติกรรม: การใช้แบบประเมินมาตรฐานเพื่อคัดกรองภาวะสมาธิสั้น (ADHD) โรคอารมณ์แปรปรวน หรือปัญหาการควบคุมอารมณ์
  • การสังเกตพฤติกรรม: เพื่อวิเคราะห์ว่าพฤติกรรมการรังแกเพื่อนเกิดจากปัญหาทางระบบประสาท จิตวิทยา หรือสภาพแวดล้อม

วิธีแก้ปัญหาที่ต้นเหตุและการปรับพฤติกรรมที่บ้านและโรงเรียน

การแก้ไขพฤติกรรมชอบแกล้งเพื่อนต้องอาศัยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างครอบครัวและโรงเรียน โดยมีแนวทางปฏิบัติที่สำคัญดังนี้

  • ตั้งกฎและขอบเขตที่ชัดเจนพร้อมผลลัพธ์ที่แน่นอน (Clear Rules and Consequences): ควรกำหนดกติกาในบ้านและโรงเรียนว่าพฤติกรรมทำร้ายผู้อื่นเป็นสิ่งที่ไม่สามารถยอมรับได้ และต้องมีผลที่ตามมาอย่างสม่ำเสมอ เช่น การงดกิจกรรมที่ชอบเมื่อเกิดพฤติกรรมก้าวร้าว
  • สอนทักษะการจัดการอารมณ์ (Emotional Regulation Training): เมื่อเด็กเริ่มมีอารมณ์โกรธ ให้สอนวิธีสงบสติอารมณ์ เช่น การหายใจเข้าลึกๆ การนับเลขในใจ หรือการเดินออกจากสถานการณ์ตรงนั้นชั่วคราวก่อนที่จะระเบิดอารมณ์
  • เสริมสร้างความเห็นอกเห็นใจ (Empathy Building): ชวนเด็กพูดคุยและสะท้อนความรู้สึกของผู้อื่น เช่น ลูกคิดว่าเพื่อนจะรู้สึกอย่างไรตอนที่ลูกผลักเพื่อนล้ม การตั้งคำถามลักษณะนี้จะช่วยให้เด็กเริ่มมองเห็นมุมมองของผู้อื่น
  • ให้รางวัลเมื่อเด็กทำตัวดี (Positive Reinforcement): เมื่อเด็กสามารถใช้วิธีการเจรจาแทนการใช้กำลัง หรือสามารถควบคุมอารมณ์ตนเองได้สำเร็จ พ่อแม่ควรกล่าวชมเชยและให้กำลังใจทันที เพื่อเสริมสร้างพฤติกรรมเชิงบวก
คำแนะนำจากคุณหมอ: สิ่งสำคัญที่สุดคือการมองหาความต้องการที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังพฤติกรรมก้าวร้าว เด็กที่ชอบแกล้งคนอื่นมักเป็นเด็กที่กำลังร้องขอความช่วยเหลือภายในใจ การรับฟังด้วยความเข้าใจ ไม่ตัดสิน และการสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นปลอดภัยในครอบครัว จะช่วยให้เด็กค่อยๆ เปิดใจและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปในทางที่ดีขึ้นได้อย่างยั่งยืน

การป้องกันไม่ให้เกิดพฤติกรรมซ้ำในระยะยาว

การป้องกันที่มีประสิทธิภาพเริ่มต้นจากการสร้างสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความรัก ความเข้าใจ และการสื่อสารที่ดีในครอบครัว พ่อแม่ควรเป็นแบบอย่างที่ดีในการจัดการความขัดแย้งด้วยเหตุผลและการพูดคุย นอกจากนี้ควรส่งเสริมให้เด็กได้ทำกิจกรรมที่ช่วยปลดปล่อยพลังงานส่วนเกินในทางสร้างสรรค์ เช่น การเล่นกีฬา ดนตรี หรือศิลปะ ซึ่งจะช่วยลดความเครียดและช่วยให้เด็กมีพัฒนาการทางอารมณ์ที่สมบูรณ์แข็งแรง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down