ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

โควิดในเด็กกับอาการปวดศีรษะ: เรื่องที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม

เมื่อลูกน้อยติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 (COVID-19) พ่อแม่หลายท่านมักกังวลกับอาการไข้หรืออาการไอเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ในทางการแพทย์ อาการปวดศีรษะ (Headache) เป็นอีกหนึ่งอาการที่พบได้บ่อยในเด็กที่ติดเชื้อโควิด ทั้งในกลุ่มสายพันธุ์เดิมและสายพันธุ์ที่กลายพันธุ์ในปัจจุบัน การแยกให้ออกว่าอาการปวดหัวนั้นเป็นเพียงปฏิกิริยาของร่างกายต่อการติดเชื้อทั่วไป หรือเป็นสัญญาณเตือนของภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาท จึงเป็นทักษะสำคัญที่พ่อแม่และผู้ดูแลต้องทำความเข้าใจ เพื่อการตัดสินใจพาบุตรหลานมาพบแพทย์ได้อย่างทันท่วงที

กลไกการเกิดอาการปวดศีรษะจากการติดเชื้อโควิด-19

อาการปวดศีรษะในเด็กที่ติดเชื้อโควิดเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัยร่วมกัน กลไกหลักที่สำคัญ ได้แก่

  • การตอบสนองต่อการอักเสบ (Systemic Inflammation): เมื่อร่างกายได้รับเชื้อ ไวรัสจะกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันหลั่งสารสื่อประสาทและสารอักเสบ (Cytokines) ออกมา ส่งผลให้เกิดอาการไข้และปวดศีรษะตามมา
  • ภาวะขาดน้ำ (Dehydration): เด็กที่ป่วยมักดื่มน้ำหรือนมได้น้อยลงในช่วงที่มีไข้สูง ทำให้ปริมาตรเลือดและภาวะสมดุลน้ำในร่างกายเปลี่ยนแปลง ส่งผลให้เกิดอาการปวดหัวได้ง่าย
  • อาการคัดจมูกและไซนัสอักเสบ: เชื้อโควิดมักก่อโรคในระบบทางเดินหายใจส่วนบน ทำให้เกิดการอักเสบในโพรงไซนัส นำมาซึ่งอาการปวดตึงบริเวณหน้าผากและรอบดวงตา
  • ภาวะเครียดทางร่างกายและจิตใจ: ความไม่สบายตัว อาการไอต่อเนื่อง หรืออาการนอนไม่หลับจากการเจ็บป่วย เป็นปัจจัยกระตุ้นให้เด็กเกิดอาการปวดหัวแบบตึงเครียด (Tension-type headache)

สัญญาณเตือนอันตราย (Red Flag Symptoms) ที่ต้องรีบไปโรงพยาบาล

ในฐานะกุมารแพทย์ ผมขอย้ำว่าหากพบอาการเหล่านี้ร่วมกับอาการปวดศีรษะ ขอให้ผู้ปกครองรีบพาเด็กมาพบแพทย์ทันทีโดยไม่ต้องรอสังเกตอาการที่บ้าน:

  • อาการปวดศีรษะที่รุนแรงมากผิดปกติ หรือปวดจนเด็กตื่นขึ้นมากลางดึก
  • มีอาการคอแข็ง (Neck Stiffness) ไม่สามารถก้มคอให้คางชิดอกได้
  • มีอาการซึมลง สับสน พูดจาไม่รู้เรื่อง หรือพฤติกรรมเปลี่ยนไปจากเดิม
  • อาการชักเกร็ง หรือกระตุกโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • อาการอาเจียนพุ่ง (Projectile Vomiting) โดยไม่มีอาการคลื่นไส้นำมาก่อน
  • อาการแขนขาอ่อนแรง หรือการทรงตัวผิดปกติ เดินเซ
  • ไข้สูงลอยเกิน 3 วัน หรือไข้สูงมากจนยากต่อการควบคุม
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ภาวะแทรกซ้อนทางสมองจากโควิด แม้จะพบได้ไม่บ่อยนักแต่มีความรุนแรงสูง เช่น ภาวะสมองอักเสบ (Encephalitis) หรือภาวะการอักเสบของหลอดเลือดสมอง หากเด็กมีอาการซึมลงอย่างเห็นได้ชัดร่วมกับปวดหัวรุนแรง ห้ามป้อนยาแก้ปวดแล้วรอดูอาการที่บ้านเด็ดขาด ต้องไปห้องฉุกเฉินทันที

วิธีรักษาและการดูแลที่บ้านอย่างถูกวิธี

สำหรับการปวดศีรษะจากอาการป่วยทั่วไป (Viral illness) ผู้ปกครองสามารถดูแลประคับประคองได้ ดังนี้:

  • การให้ยาแก้ปวดที่ถูกต้อง: ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) คือทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด ขนาดที่แนะนำคือ 10-15 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ต่อครั้ง โดยให้ได้ทุก 4-6 ชั่วโมง
  • การดูแลภาวะขาดน้ำ: ให้เด็กจิบน้ำบ่อยๆ หรือดื่มสารละลายเกลือแร่ (ORS) เพื่อชดเชยน้ำและเกลือแร่ที่เสียไปจากไข้
  • การพักผ่อน: จัดสภาพแวดล้อมให้มืดและเงียบ ลดเสียงรบกวน เพื่อให้เด็กได้พักผ่อนอย่างเต็มที่
  • การเช็ดตัวลดไข้: หากเด็กมีไข้สูง ให้ใช้น้ำอุณหภูมิห้องเช็ดตัวเพื่อระบายความร้อน โดยเน้นบริเวณข้อพับ ซอกคอ และหน้าผาก
คำแนะนำจากคุณหมอ: ห้ามใช้ยาแอสไพริน (Aspirin) ในเด็กเด็ดขาดเนื่องจากเสี่ยงต่อการเกิดกลุ่มอาการไรย์ (Reye syndrome) ซึ่งเป็นภาวะตับและสมองอักเสบรุนแรง และหลีกเลี่ยงการใช้ยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) หากยังไม่ได้วินิจฉัยแน่ชัดว่าไม่ใช่ไข้เลือดออก

บทสรุปสำหรับผู้ปกครองในการสังเกตอาการ

การสังเกตอาการเด็กติดโควิดต้องอาศัยความละเอียดรอบคอบ หากลูกมีอาการปวดหัวเพียงเล็กน้อยและยังสามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ปกติ รับประทานอาหารและดื่มน้ำได้ดี สามารถสังเกตอาการที่บ้านได้ แต่หากอาการปวดนั้นรบกวนการนอน หรือมีอาการทางระบบประสาทร่วมด้วย การปรึกษากุมารแพทย์เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด

  • สิ่งที่ควรทำ: จดบันทึกเวลาที่เด็กเริ่มปวด อัตราการเต้นของหัวใจ และระดับอุณหภูมิร่างกาย เพื่อเป็นข้อมูลให้แพทย์ประเมินอาการ
  • สิ่งที่ห้ามทำ: ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อ) ให้เด็กทานเอง เพราะโควิดเกิดจากเชื้อไวรัส ยาปฏิชีวนะไม่สามารถรักษาได้และอาจทำให้เกิดอาการดื้อยาในอนาคต
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down