ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เมื่อเสียงครืดคราดของลูกน้อย นำมาซึ่งรอยเลือดในโพรงจมูก

เมื่อลูกน้อยมีอาการคัดจมูก หายใจติดขัด หรือมีน้ำมูกอุดตัน สิ่งแรกที่คุณพ่อคุณแม่มักจะทำด้วยความห่วงใยคือการพยายามเคลียร์ช่องจมูกเพื่อให้ลูกกลับมาหายใจได้สะดวก ทว่าบ่อยครั้งที่ความหวังดีนี้อาจนำไปสู่ความตกใจอย่างใหญ่หลวง เมื่อพบว่ามีรอยเลือดสีแดงสดซึมปนออกมากับน้ำมูก หรือพบแผลพุพองด้านในโพรงจมูกของทารก อาการเหล่านี้มักมีสาเหตุหลักมาจาก การบาดเจ็บทางกลต่อเยื่อบุโพรงจมูกทารก ซึ่งเป็นภาวะที่พบได้บ่อยแต่สามารถป้องกันได้หากมีความเข้าใจในสรีรวิทยาของเด็กอย่างถูกต้อง

โครงสร้างที่แสนบอบบาง: ทำไมจมูกของทารกจึงเลือดออกง่าย

โครงสร้างทางกายวิภาคของทารกแรกเกิดและเด็กเล็กมีความละเอียดอ่อนและเปราะบางกว่าผู้ใหญ่หลายเท่า โดยเฉพาะบริเวณเยื่อบุผิวภายในโพรงจมูกที่มีหลอดเลือดฝอยมารวมตัวกันเป็นกระจุกหนาแน่นบริเวณส่วนหน้าของผนังกั้นช่องจมูก ซึ่งทางการแพทย์เรียกว่า Kiesselbach's plexus เยื่อบุผิวที่คลุมทับหลอดเลือดเหล่านี้มีความบางอย่างยิ่งและขาดชั้นไขมันใต้ผิวหนังคอยรองรับแรงกระแทก

ด้วยความบอบบางนี้เอง ทำให้ปัจจัยกระตุ้นทางกายภาพเพียงเล็กน้อย เช่น อากาศที่แห้งและเย็น การจามอย่างรุนแรง หรือแรงสัมผัสจากการหยิบจับ ก็สามารถส่งผลให้หลอดเลือดฝอยเกิดการฉีกขาดได้ง่าย และหากมีกระบวนการกระตุ้นซ้ำๆ ก็จะนำไปสู่ภาวะเลือดกำเดาไหลซึมและการเกิดแผลเรื้อรังในโพรงจมูกตามมา

ภัยเงียบจากอุปกรณ์ดูดน้ำมูก: แรงเค้นเชิงกลที่ทำร้ายผิวสัมผัส

หนึ่งในสาเหตุหลักที่ก่อให้เกิด การบาดเจ็บทางกลต่อเยื่อบุโพรงจมูกทารก ในเวชปฏิบัติ คือการใช้อุปกรณ์ช่วยหายใจและอุปกรณ์ดูดน้ำมูกอย่างไม่ถูกวิธี แม้อุปกรณ์เหล่านี้จะถูกออกแบบมาเพื่อบรรเทาอาการคัดจมูก แต่หากใช้งานด้วยความรุนแรงหรือลึกจนเกินไป ย่อมส่งผลเสียมากกว่าผลดี

  • การสอดหัวอุปกรณ์ลึกเกินไป: ปลายของลูกยางแดงหรือท่อดูดน้ำมูกที่แข็งเกินไปอาจทิ่มแทงเข้ากับผนังกั้นช่องจมูกโดยตรง ก่อให้เกิดแผลถลอกและเลือดออกทันที
  • แรงดูดที่มากเกินพิกัด: การใช้เครื่องดูดน้ำมูกไฟฟ้าที่มีแรงดันสูงเกินไป หรือการกดแนบปลายอุปกรณ์เข้ากับผนังจมูกเพื่อสร้างสุญญากาศ จะทำให้เกิดแรงดึงรั้ง (Shear force) ทำลายเนื้อเยื่อบุผิวจนหลุดลอกและอักเสบ
  • การสวนล้างจมูกที่ขาดความระมัดระวัง: การใช้กระบอกฉีดยา (Syringe) ที่ไม่มีหัวต่อซิลิโคนนิ่มนวลชนเข้ากับผนังจมูกอย่างรวดเร็วขณะที่เด็กดิ้น รบกวนเยื่อบุผิวจนเกิดเป็นแผลพุพอง

คู่มือการปฐมพยาบาลเมื่อพบเลือดกำเดาซึมปนน้ำมูก

เมื่อพบว่ามีเลือดปนออกมากับน้ำมูกของลูกน้อย สิ่งสำคัญที่สุดคือการตั้งสติและงดการใช้เครื่องมือดูดน้ำมูกทุกชนิดทันที จากนั้นให้ปฏิบัติตามขั้นตอนการดูแลเบื้องต้นอย่างถูกวิธีดังนี้

1. ปรับท่าทางของทารกให้ถูกต้อง

อุ้มลูกน้อยให้อยู่ในท่านั่งตรง หรือกึ่งนั่งกึ่งนอนบนตัก โดยให้ศีรษะของเด็กโน้มไปทางด้านหน้าเล็กน้อย หลีกเลี่ยงการจับเด็กนอนหงายหรือแหงนหน้าขึ้นโดยเด็ดขาด เนื่องจากจะทำให้เลือดไหลลงสู่ลำคอ ก่อให้เกิดอาการสำลัก ไอ หรือระคายเคืองทางเดินอาหารจนอาเจียนออกมาเป็นเลือดได้

2. ประคบเย็นเพื่อช่วยลดการไหลของเลือด

ใช้ผ้าสะอาดห่อก้อนน้ำแข็งขนาดเล็ก หรือใช้เจลประคบเย็นทาบเบาๆ บริเวณดั้งจมูกและหน้าผากของทารก ความเย็นจะส่งสัญญาณผ่านระบบประสาทช่วยให้หลอดเลือดฝอยหดตัว ส่งผลให้เลือดหยุดไหลได้เร็วขึ้น

3. รักษาความชุ่มชื้นในโพรงจมูก

ภายหลังจากที่เลือดหยุดไหลแล้ว ควรหลีกเลี่ยงการเช็ดหรือแคะจมูก และแนะนำให้เพิ่มความชื้นในห้องนอนด้วยการใช้เครื่องเพิ่มความชื้นในอากาศ เพื่อป้องกันไม่ให้เยื่อบุจมูกแห้งตึงจนตกสะเก็ด ซึ่งสะเก็ดแผลนี้หากหลุดออกจากการจามหรือการร้องไห้จะทำให้เลือดกลับมาไหลซ้ำได้อีก

สัญญาณเตือนทางการแพทย์ที่ต้องได้รับการตรวจรักษา

แม้ว่ารอยแผลและการไหลซึมของเลือดจากการบาดเจ็บทางกลส่วนใหญ่จะสามารถสมานตัวและหายได้เองภายในไม่กี่วัน แต่คุณพ่อคุณแม่จำเป็นต้องสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด และควรรีบนำทารกไปพบกุมารแพทย์ทันทีหากพบสัญญาณเตือนดังต่อไปนี้

  • เลือดกำเดาไหลไม่หยุดหลังจากทำการปฐมพยาบาลและกดประคบเย็นอย่างต่อเนื่องนานกว่า 10 ถึง 15 นาที
  • ทารกมีอาการซึมลง อ่อนเพลีย ตัวซีด หรือมีสัญญาณของการสูญเสียเลือดมาก
  • มีเลือดไหลออกมาปริมาณมากหรือไหลทะลักออกจากรูจมูกทั้งสองข้างโดยไม่มีประวัติการกระแทก
  • พบลักษณะของแผลในโพรงจมูกที่มีอาการบวมแดง มีหนอง หรือมีกลิ่นเหม็น ซึ่งบ่งชี้ถึงการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน
การดูแลระบบทางเดินหายใจของทารกต้องอาศัยความอ่อนโยนและระมัดระวังเป็นที่สุด การหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงและการปกป้องเยื่อบุโพรงจมูกจากการบาดเจ็บทางกล ไม่เพียงแต่ช่วยป้องกันความเจ็บปวดและอาการเลือดออกเท่านั้น แต่ยังเป็นการรักษาปราการธรรมชาติทางระบบภูมิคุ้มกันด่านแรกของลูกน้อยให้แข็งแรงสมบูรณ์

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพที่คุณต้องการ หรือเลือกดูตามหมวดหมู่

🐻 แชทคุยกับคุณหมอนะคะ