ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

คุณแม่ตั้งครรภ์เป็นโรคมือเท้าปากใกล้คลอด: ความเสี่ยงในการส่งต่อเชื้อสู่ทารกแรกเกิดและวิธีสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด

"อีกไม่กี่วันจะถึงกำหนดคลอดแล้ว แต่ทำไมถึงมีตุ่มใสๆ ขึ้นที่มือและเจ็บคอมากขนาดนี้ ลูกในท้องจะเป็นอะไรไหม" นี่คือเสียงสะท้อนของความกังวลใจที่คุณหมอพบบ่อยครั้งในห้องตรวจฝากครรภ์ โรคมือเท้าปาก (Hand, Foot, and Mouth Disease: HFMD) ที่เรามักคุ้นเคยว่าเป็นโรคติดต่อในเด็กเล็ก แท้จริงแล้วสามารถเกิดขึ้นกับคุณแม่ตั้งครรภ์ได้ และหากการติดเชื้อเกิดขึ้นในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนคลอด สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือความปลอดภัยของทารกแรกเกิดที่กำลังจะลืมตาดูโลก

เส้นทางการเดินทางของเชื้อไวรัส: จากมารดาสู่ทารกในครรภ์และระหว่างคลอด

โรคมือเท้าปากเกิดจากกลุ่มเชื้อเอนเทอโรไวรัส (Enterovirus) เช่น Coxsackievirus และ Enterovirus 71 (EV71) การประเมิน ความเสี่ยงติดเชื้อจากมารดาในทารกแรกเกิด จำเป็นต้องเข้าใจกระบวนการแพร่กระจายของเชื้อ ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ผ่าน 3 ช่องทางหลัก ดังนี้

  • การแพร่เชื้อผ่านทางรก (Transplacental Transmission): แม้จะพบได้ไม่บ่อยนัก แต่หากคุณแม่มีการติดเชื้อไวรัสในกระแสเลือดอย่างรุนแรงในระยะใกล้คลอด เชื้อไวรัสมีโอกาสที่จะผ่านรกเข้าสู่ทารกในครรภ์ได้โดยตรง ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการติดเชื้อในทารกตั้งแต่ก่อนคลอด
  • การแพร่เชื้อระหว่างกระบวนการคลอด (Intrapartum Transmission): เป็นช่องทางที่มีความเสี่ยงสูงที่สุด ทารกมีโอกาสสัมผัสกับสารคัดหลั่งในช่องคลอด เลือด หรือแม้กระทั่งสิ่งปนเปื้อนจากอุจจาระของมารดาในขณะที่กำลังคลอดผ่านช่องคลอด
  • การแพร่เชื้อหลังคลอดทันที (Immediate Postpartum Transmission): เกิดขึ้นจากการสัมผัสใกล้ชิดระหว่างมารดาและทารก เช่น ละอองฝอยจากการไอจาม การสัมผัสแผลพุพองตุ่มน้ำบริเวณผิวหนังของคุณแม่ หรือการใช้สิ่งของร่วมกันโดยไม่ได้ทำความสะอาดอย่างทั่วถึง

ทำไมทารกแรกเกิดจึงเสี่ยงต่อความรุนแรง: เมื่อร่างกายไร้เกราะคุ้มกันจากแม่

โดยปกติแล้ว หากคุณแม่ติดเชื้อโรคต่างๆ ล่วงหน้าเป็นเวลานานก่อนคลอด ร่างกายของคุณแม่จะสร้างภูมิคุ้มกันชนิด IgG ซึ่งสามารถส่งผ่านรกไปปกป้องลูกน้อยได้ แต่ในกรณีที่คุณแม่มาติดโรคมือเท้าปากในช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนคลอด ร่างกายจะไม่มีเวลาเพียงพอในการสร้างและส่งต่อภูมิคุ้มกันนี้ไปยังทารก

ทารกแรกเกิดที่คลอดออกมาในช่วงเวลาที่มารดากำลังมีอาการเฉียบพลัน จึงเปรียบเสมือนนักรบที่ต้องลงสนามรบโดยไม่มีเกราะป้องกันภัย ทำให้ ความเสี่ยงติดเชื้อจากมารดาในทารกแรกเกิด ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมาก

เมื่อทารกแรกเกิดที่ไม่มีภูมิคุ้มกันได้รับเชื้อเอนเทอโรไวรัส เชื้อจะสามารถแพร่กระจายเข้าสู่กระแสเลือดและเข้าทำลายอวัยวะสำคัญต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดพยาธิสภาพที่รุนแรงและอันตรายถึงชีวิต เช่น:

  • ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดอย่างรุนแรงในทารกแรกเกิด (Neonatal Sepsis-like Syndrome)
  • ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ (Myocarditis) ซึ่งนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลว
  • เยื่อหุ้มสมองอักเสบหรือสมองอักเสบ (Aseptic Meningitis / Encephalitis) โดยเฉพาะหากเกิดจากเชื้อ EV71
  • ภาวะตับอักเสบรุนแรงและตับวาย ร่วมกับภาวะเลือดออกง่ายทั่วร่างกาย (Disseminated Intravascular Coagulation: DIC)

มาตรการเฝ้าระวังและการป้องกันพยาธิสภาพรุนแรงในระยะหลังคลอดทันที

เพื่อลดความสูญเสียและป้องกันความรุนแรงของโรค ทีมแพทย์ผู้ดูแลทั้งสูตินรีแพทย์และกุมารแพทย์สาขาทารกแรกเกิด (Neonatologist) จะต้องร่วมมือกันวางแผนการดูแลอย่างเป็นระบบทันทีที่มีการคลอดเกิดขึ้น:

1. การวางแผนคลอดและการแยกโรค

แม้ว่าการติดเชื้อโรคมือเท้าปากในคุณแม่จะไม่ใช่ข้อบ่งชี้ในการต้องผ่าตัดคลอดโดยตรง (ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจทางสูติศาสตร์) แต่ทันทีที่ทารกคลอดออกมา จะต้องแยกตัวทารกออกจากคุณแม่ที่ยังอยู่ในระยะแพร่เชื้อชั่วคราว เพื่อลดโอกาสที่ทารกจะได้รับเชื้อเพิ่มจากการสัมผัสทางกายภาพ

2. สุขอนามัยและการให้นมแม่

เชื้อเอนเทอโรไวรัสไม่ได้ติดต่อผ่านทางน้ำนมแม่โดยตรง ดังนั้น ทารกยังคงสามารถรับประทานน้ำนมแม่ได้ ซึ่งมีประโยชน์อย่างยิ่งในการสร้างภูมิคุ้มกัน อย่างไรก็ตาม แนะนำให้คุณแม่ใช้วิธีปั๊มนมเก็บใส่ขวดให้ผู้ดูแลท่านอื่นเป็นผู้ป้อนแทน โดยคุณแม่ต้องล้างมืออย่างเคร่งครัด สวมหน้ากากอนามัย และทำความสะอาดอุปกรณ์ปั๊มนมทุกครั้ง เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อจากตุ่มน้ำหรือสิ่งคัดหลั่งของคุณแม่ลงไปในน้ำนม

3. การสังเกตอาการสัญญาณเตือนในทารกแรกเกิด

เนื่องจากระยะฟักตัวของโรคจะอยู่ที่ประมาณ 3 ถึง 7 วัน ทารกแรกเกิดที่มีความเสี่ยงสูงจะต้องได้รับการเฝ้าระวังอาการในหอผู้ป่วยทารกแรกเกิดวิกฤต (NICU) หรือสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดโดยกุมารแพทย์ หากพบสัญญาณเตือนดังต่อไปนี้ ต้องได้รับการรักษาจากแพทย์ทันที:

  • มีไข้สูง หรือในบางรายอาจมีอุณหภูมิร่างกายต่ำผิดปกติ (ตัวเย็น)
  • ซึมลง ไม่ยอมดูดนม หรือดูดนมน้อยลงมาก
  • หายใจเร็ว หายใจหอบเหนื่อย หรือมีอาการหยุดหายใจเป็นช่วงๆ
  • ผิวหนังมีลักษณะลายสลับเข้มอ่อน (Mottled skin) ตัวซีด หรือปลายมือปลายเท้าเขียว
  • มีอาการสะดุ้งผวาบ่อย แขนขาอ่อนแรง หรือชักเกร็ง

แม้ว่าโรคมือเท้าปากใกล้คลอดจะสร้างความกังวลใจให้แก่คุณแม่และครอบครัวเป็นอย่างมาก แต่ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์และการประสานงานอย่างเป็นระบบของทีมแพทย์ในปัจจุบัน หากสามารถตรวจพบอาการได้อย่างรวดเร็ว มีการวางแผนการคลอดและการป้องกันการสัมผัสเชื้ออย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งเฝ้าระวังอาการของทารกแรกเกิดอย่างใกล้ชิด จะช่วยลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงและช่วยให้ลูกน้อยผ่านพ้นช่วงเวลาวิกฤตนี้ไปได้อย่างปลอดภัย

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพที่คุณต้องการ หรือเลือกดูตามหมวดหมู่

🐻 แชทคุยกับคุณหมอนะคะ