ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกติดโควิดมีผื่นขึ้น อาการลองโควิดที่พ่อแม่ต้องรู้ วิธีสังเกตและรับมืออย่างปลอดภัย

การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด (COVID-19) ในเด็กยังคงเป็นเรื่องที่สร้างความกังวลใจให้กับคุณพ่อคุณแม่เสมอ นอกเหนือจากอาการไข้ ไอ เจ็บคอ หรือน้ำมูกไหลที่เราคุ้นเคยกันดีแล้ว อีกหนึ่งอาการทางผิวหนังที่พบได้บ่อยและมักทำให้ผู้ปกครองตกใจคืออาการผื่นขึ้นหลังหรือระหว่างติดเชื้อ รวมถึงกลุ่มอาการลองโควิด (Long COVID) ที่สามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพระยะยาวของเด็กได้ การทำความเข้าใจถึงสาเหตุ อาการแสดง และแนวทางการดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์ จึงเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดในการดูแลลูกน้อยให้ปลอดภัยจากภาวะแทรกซ้อนต่างๆ

ทำความเข้าใจสาเหตุและกลไกการเกิดผื่นและการเกิดอาการลองโควิดในเด็ก

อาการทางผิวหนังหรือผื่นที่เกิดขึ้นในเด็กที่ป่วยเป็นโรคโควิด (COVID-19) เกิดจากปฏิกิริยาของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายที่ตอบสนองต่อเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 (Severe Acute Respiratory Syndrome Coronavirus 2) ซึ่งกระตุ้นให้เกิดการอักเสบที่หลอดเลือดฝอยใต้ผิวหนัง หรืออาจเกิดจากการที่ภูมิคุ้มกันทำงานไวเกินไป (Immune-mediated response) ทำให้แสดงออกมาเป็นผื่นรูปแบบต่างๆ เช่น ผื่นแดงนูน ผื่นลมพิษ หรือแม้แต่รอยโรคที่นิ้วมือและนิ้วเท้าที่มีลักษณะคล้ายอาการจากความเย็นจัด (COVID toes)

ในส่วนของกลุ่มอาการลองโควิด (Long COVID) หรือภาวะหลังติดเชื้อโควิด 19 (Post-COVID-19 Condition) ทางการแพทย์ินิจฉัยว่าเกิดขึ้นเมื่อเด็กมีอาการหลงเหลืออยู่ หรือมีอาการใหม่เกิดขึ้นต่อเนื่องนานกว่าสัปดาห์ที่สี่นับตั้งแต่เริ่มป่วย โดยกลไกยังเกี่ยวข้องกับการที่เชื้อไวรัสอาจยังหลงเหลืออยู่ในเนื้อเยื่อบางส่วน การอักเสบเรื้อรังในระดับเซลล์ หรือความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันที่ยังคงทำงานค้างอยู่ ส่งผลให้ระบบต่างๆ ในร่างกายเด็กยังไม่กลับสู่ภาวะปกติสมบูรณ์

ลักษณะอาการสำคัญและระยะของการเกิดโรค

อาการติดเชื้อโควิดในเด็กมักเริ่มต้นด้วยอาการทางระบบทางเดินหายใจที่คล้ายคลึงกับไข้หวัดใหญ่ทั่วไป เช่น ไข้สูง น้ำมูก ไอ จาม อ่อนเพลีย และปวดเมื่อยตามตัว ในเด็กเล็กบางรายอาจมีอาการท้องเสียร่วมด้วย ต่อมาอาจสังเกตพบผื่นขึ้นตามผิวหนัง ซึ่งอาจปรากฏในช่วงที่กำลังมีไข้หรือในช่วงที่เริ่มฟื้นตัวจากโรค

สำหรับอาการลองโควิด (Long COVID) ในเด็กนั้น สามารถแสดงออกได้หลากหลายระบบ ได้แก่

  • อาการทางระบบทางเดินหายใจ: มีอาการไอเรื้อรัง หายใจเหนื่อยง่าย หรือเจ็บหน้าอกขณะออกกำลังกาย
  • อาการทางระบบประสาทและจิตใจ: อ่อนเพลียเรื้อรัง ปวดศีรษะ มีปัญหาเรื่องสมาธิสั้นลง ความจำระยะสั้นลดลง หรือมีภาวะวิตกกังวลและซึมเศร้า
  • อาการทางผิวหนัง: ผื่นผิวหนังเรื้อรัง ผมร่วงเป็นหย่อมๆ ซึ่งมักพบในช่วงสัปดาห์หรือเดือนหลังจากหายจากโรคเฉียบพลัน
  • อาการทั่วไป: ปวดข้อต่อ กล้ามเนื้ออ่อนแรง และเบื่ออาหาร
สัญญาณเตือนอันตราย (Red Flag Symptoms) ที่ต้องพาลูกพบแพทย์ทันที:
  • ไข้สูงมากและไม่ยอมลดลงเลยแม้จะเช็ดตัวและทานยาลดไข้ นานเกินสามวัน
  • เด็กมีอาการซึมลงปลุกตื่นยาก ไม่ยอมดื่มนมหรือน้ำ ปัสสาวะน้อยลงหรือมีสีเข้มจัด ซึ่งเป็นสัญญาณของภาวะขาดน้ำ
  • หายใจหอบเหนื่อย ปีกจมูกบาน หน้าอกบุ๋มเวลาหายใจ หรือริมฝีปากและปลายนิ้วเปลี่ยนเป็นสีเขียว
  • มีอาการชักเกร็ง หรือมีผื่นกระจายตัวลามอย่างรวดเร็วร่วมกับอาการบวมที่ใบหน้าหรือริมฝีปาก

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อเด็กมีอาการป่วยหรือสงสัยว่ามีภาวะลองโควิด กุมารแพทย์จะทำการซักประวัติอย่างละเอียด รวมถึงประวัติการรับวัคซีนและการติดเชื้อโควิดในอดีต ร่วมกับการตรวจร่างกายอย่างครอบคลุม หากมีอาการผื่นขึ้น แพทย์ผิวหนังหรือกุมารแพทย์อาจพิจารณาลักษณะของผื่นเพื่อแยกแยะจากโรคติดเชื้อในเด็กอื่นๆ เช่น โรคมือ เท้า ปาก หรืออีสุกอีใส ในกรณีของลองโควิดแพทย์อาจพิจารณาตรวจทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติม เช่น การตรวจเลือดเพื่อดูระดับการอักเสบ การทำงานของตับ ไต หรือการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram) หากมีอาการเหนื่อยล้าหรือเจ็บแน่นหน้าอกร่วมด้วย เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

วิธีดูแลรักษาและแนวทางการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

การรักษาโรคโควิดและอาการลองโควิดในเด็กส่วนใหญ่เป็นการรักษาตามอาการและการดูแลประคับประคองเพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวได้เองตามธรรมชาติ โดยมีแนวทางปฏิบัติที่สำคัญดังนี้

  • การให้ยาลดไข้และบรรเทาอาการ: ให้ยาลดไข้พาราเซตามอล (Paracetamol) ตามขนาดยาน้ำที่เหมาะสมกับน้ำหนักตัวของเด็กอย่างเคร่งครัด
  • การดูแลผิวหนังที่มีผื่น: หากเด็กมีอาการคันจากผื่น แพทย์อาจจ่ายยาแก้แพ้ชนิดรับประทานหรือโลชั่นทาผิวที่ปราศจากน้ำหอมเพื่อลดอาการคัน ห้ามให้เด็กแกะเกาบริเวณผื่นเด็ดขาดเพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน
  • การพักผ่อนและโภชนาการ: ให้เด็กนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำสะอาดหรือเกลือแร่ในปริมาณที่เหมาะสม และทานอาหารอ่อนย่อยง่ายที่มีสารอาหารครบถ้วนเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
คำแนะนำจากคุณหมอเรื่องขนาดยาพาราเซตามอลที่ถูกต้อง: ขนาดยาที่ปลอดภัยสำหรับเด็กคือ 10 ถึง 15 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม ทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมงเมื่อมีอาการไข้หรือปวด โดยคำนวณตามน้ำหนักตัวจริงของเด็ก ไม่ควรคาดคะเนจากอายุ และควรเว้นระยะเวลาการให้ยาอย่างน้อย 4 ชั่วโมงเสมอ

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดในการดูแลเด็กป่วย

เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง ผู้ปกครองควรตระหนักถึงข้อห้ามทางการแพทย์ที่สำคัญดังนี้

  • ห้ามให้เด็กกินยาแอสไพริน (Aspirin) หรือไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) เองเด็ดขาด: การใช้ยาไอบูโพรเฟนอาจเพิ่มความเสี่ยงในผู้ป่วยที่มีภาวะเลือดออกหรือโรคไข้เลือดออกที่อาจวินิจฉัยสลับกันได้ ส่วนยาแอสไพรินในเด็กเสี่ยงต่อการเกิดกลุ่มอาการเรย์ส์ซินโดรม (Reye's syndrome) ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต
  • ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อให้เด็กกินเอง: โควิดเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส การใช้ยาปฏิชีวนะไม่มีผลในการรักษาโรค และยังอาจทำให้เกิดเชื้อดื้อยาที่เป็นอันตรายในอนาคต
  • ห้ามปล่อยให้อาการเรื้อรัง: หากเด็กมีอาการเหนื่อยล้า ซึม หรือมีผื่นเรื้อรังนานเกินสองสัปดาห์ ควรรีบพามาพบแพทย์เพื่อประเมินอาการซ้ำ

วิธีป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในระยะยาว

การป้องกันการติดเชื้อโควิดและการเกิดอาการลองโควิดที่ดีที่สุดคือการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงให้กับเด็ก ผ่านวิธีการดังนี้

  • การรับวัคซีนป้องกันโควิด: พาเด็กเข้ารับวัคซีนป้องกันโรคโควิดตามคำแนะนำของกุมารแพทย์และกระทรวงสาธารณสุข เพื่อลดความรุนแรงของโรคและลดโอกาสการเกิดภาวะลองโควิด
  • สุขอนามัยส่วนบุคคล: สอนให้เด็กหมั่นล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาด หรือเจลแอลกอฮอล์สม่ำเสมอ และสวมหน้ากากอนามัยในพื้นที่แออัด
  • การสร้างเสริมสุขภาพ: ส่งเสริมให้เด็กรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบห้าหมู่ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายอย่างเหมาะสมตามวัย
กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่และผู้ดูแลเด็ก:
  • สังเกตอาการผิดปกติอย่างใกล้ชิด ทั้งระบบทางเดินหายใจและผื่นผิวหนังที่อาจเกิดขึ้น
  • ให้ยาลดไข้ตามน้ำหนักตัวอย่างเคร่งครัด และห้ามใช้ยาแอสไพรินหรือยาปฏิชีวนะเอง
  • ดูแลให้เด็กดื่มน้ำเพียงพอและพักผ่อนให้เต็มที่
  • รีบพาไปพบแพทย์ทันทีหากพบสัญญาณอันตราย เช่น หอบเหนื่อย ซึมมาก หรือไข้สูงไม่ลด
  • ปรึกษากุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันทีหากเด็กมีอาการเรื้อรังเข้าข่ายลองโควิด
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down