ลูกติดโควิดมีผื่นขึ้น สัญญาณเตือนที่พ่อแม่ต้องเฝ้าระวัง
การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในเด็กนั้น แม้ส่วนใหญ่มักมีอาการไม่รุนแรงเท่าผู้ใหญ่ แต่การพบภาวะผื่นขึ้นตามร่างกายร่วมกับการติดเชื้อถือเป็นประเด็นที่กุมารแพทย์ให้ความสำคัญ ผื่นเหล่านี้อาจเกิดจากปฏิกิริยาการตอบสนองของภูมิคุ้มกันร่างกายต่อไวรัส หรือในบางกรณีอาจเป็นสัญญาณของภาวะแทรกซ้อนรุนแรงอย่างกลุ่มอาการอักเสบหลายระบบในเด็ก (Multisystem Inflammatory Syndrome in Children หรือ MIS-C) ซึ่งพ่อแม่ผู้ปกครองควรทำความเข้าใจและเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด
สาเหตุและกลไกการเกิดอาการทางผิวหนังในเด็กติดโควิด
ผื่นที่พบในเด็กที่ติดเชื้อโควิด-19 เกิดได้จากหลายกลไกหลัก ประการแรกคือการอักเสบของหลอดเลือดขนาดเล็กจากการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันต่อเชื้อ SARS-CoV-2 ทำให้เกิดผื่นแดงคล้ายลมพิษ ผื่นแดงเป็นปื้น หรือลักษณะคล้ายอาการปลายมือปลายเท้าอักเสบ (COVID toes) นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากปฏิกิริยาของร่างกายต่อยาที่ใช้รักษา หรือภาวะ MIS-C ซึ่งเป็นภาวะที่ร่างกายอักเสบอย่างรุนแรงภายหลังการติดเชื้อไวรัสผ่านไปแล้ว 2-6 สัปดาห์ ซึ่งเป็นหนึ่งในอาการที่พบในกลุ่มอาการลองโควิด (Long COVID) ได้ด้วย
เจาะลึกอาการลองโควิด (Long COVID) ในเด็กที่ต้องเฝ้าระวัง
ลองโควิดในเด็ก (Long COVID) คือภาวะที่อาการป่วยยังคงอยู่หรือปรากฏขึ้นใหม่หลังจากหายจากการติดเชื้อเฉียบพลันไปแล้วเกิน 4 สัปดาห์ โดยส่งผลกระทบต่อหลายระบบในร่างกาย อาการที่พบบ่อยได้แก่ อาการอ่อนเพลียเรื้อรัง ปวดศีรษะ สมาธิสั้นลง (Brain fog) ปวดกล้ามเนื้อ หรือมีปัญหาเกี่ยวกับการนอนหลับ หากบุตรหลานของท่านมีอาการดังกล่าวต่อเนื่อง พ่อแม่ควรปรึกษากุมารแพทย์เพื่อประเมินสุขภาพโดยรวมและวางแผนการฟื้นฟูอย่างถูกต้อง
- มีไข้สูงลอยเกิน 3 วัน หรือไข้กลับมาสูงอีกครั้งหลังไข้ลดลง
- ผื่นแดงขึ้นกระจายตามตัว ร่วมกับอาการตาแดง ปากแดง ลิ้นแดง หรือมือเท้าบวม
- ซึมลง ไม่เล่น ไม่ยอมรับประทานอาหาร หรือดื่มนมไม่ได้
- หายใจหอบเหนื่อย อกบุ๋ม หรือมีเสียงหายใจผิดปกติ
- ภาวะขาดน้ำ ปัสสาวะออกน้อยกว่าปกติ ปากแห้ง หรือไม่มีน้ำตาเวลาที่ร้องไห้
วิธีดูแลรักษาและการวินิจฉัยทางการแพทย์
เมื่อลูกมีอาการติดเชื้อ แพทย์จะเริ่มจากการซักประวัติอย่างละเอียดและการตรวจร่างกาย หากมีข้อบ่งชี้จะทำการตรวจหาเชื้อด้วยวิธี Rapid Antigen Test หรือ RT-PCR สำหรับการรักษาจะเน้นการรักษาตามอาการเป็นหลัก เช่น การให้ยาพาราเซตามอลเพื่อลดไข้ตามน้ำหนักตัวที่เหมาะสม (10-15 mg/kg ทุก 4-6 ชั่วโมง) การเช็ดตัวลดไข้ด้วยน้ำอุณหภูมิห้องเพื่อระบายความร้อน และการให้ดื่มน้ำหรือสารละลายเกลือแร่ (ORS) เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
- ห้ามใช้ยาแอสไพริน (Aspirin) หรือไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) หากยังไม่ได้วินิจฉัยแยกโรคไข้เลือดออก เนื่องจากอาจเกิดภาวะเลือดออกผิดปกติหรือผลข้างเคียงต่อไตได้
- ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) มาให้ลูกทานเองเด็ดขาด เพราะโควิดเป็นโรคที่เกิดจากไวรัส ยาฆ่าเชื้อไม่มีผลในการรักษาและอาจทำให้เกิดการดื้อยาในอนาคต
- หากลูกมีอาการผื่นขึ้น ร่วมกับไข้สูงและซึมลง ควรพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทันที เพื่อตรวจระดับการอักเสบในเลือดและประเมินภาวะ MIS-C
การป้องกันและการสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว
การป้องกันโควิด-19 และลดโอกาสเกิดลองโควิดที่ดีที่สุดคือการฉีดวัคซีนตามคำแนะนำของกุมารแพทย์ รวมถึงการส่งเสริมสุขอนามัยที่ดีด้วยการล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์อย่างสม่ำเสมอ การสวมหน้ากากอนามัยในพื้นที่เสี่ยง และการรักษาสุขภาพให้แข็งแรงผ่านการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ และการพักผ่อนที่เพียงพอ ซึ่งจะช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของเด็กพร้อมต่อสู้กับเชื้อโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สรุปขั้นตอนปฏิบัติสำหรับผู้ปกครอง (Parent Checklist)
- เฝ้าสังเกตอาการไข้และลักษณะผื่นทุกวัน หากผื่นลามเร็วหรือไข้สูงต้องรีบพบแพทย์
- จดบันทึกอาการที่เปลี่ยนแปลงในแต่ละวัน เช่น ระดับความเหนื่อย หรือพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป
- จัดเตรียมยาลดไข้ให้เหมาะสมกับน้ำหนักตัว และดูแลเรื่องสารน้ำให้เพียงพอ
- หากลูกมีอาการลองโควิด ให้พาพบแพทย์เพื่อเข้าสู่กระบวนการติดตามอาการและฟื้นฟูร่างกายอย่างถูกวิธี