ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกติดโควิดแล้วมีผื่นขึ้น เกิดจากอะไรและอันตรายแค่ไหน

เมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด (COVID-19) ยังคงอยู่รอบตัวเรา การสังเกตอาการผิดปกติในเด็กจึงเป็นสิ่งสำคัญที่พ่อแม่ผู้ปกครองจะละเลยไม่ได้ หนึ่งในอาการทางผิวหนังที่พบได้บ่อยและมักสร้างความกังวลใจให้กับคุณพ่อคุณแม่เป็นอย่างมากคือ อาการผื่นขึ้นตามผิวหนังของเด็กหลังจากติดเชื้อโควิด หรือแม้กระทั่งในช่วงที่กำลังฟื้นตัวจากโรค

สาเหตุหลักของการเกิดผื่นผิวหนังในเด็กที่ติดเชื้อโควิด (COVID-19) มาจากปฏิกิริยาของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายที่ตอบสนองต่อเชื้อไวรัส (SARS-CoV-2) ทำให้เกิดการอักเสบที่หลอดเลือดฝอยใต้ผิวหนัง นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากการแพ้ยาที่ใช้รักษาอาการป่วย หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนเฉพาะตัวในเด็ก เช่น ภาวะกลุ่มอาการอักเสบหลายระบบในเด็ก (Multisystem Inflammatory Syndrome in Children หรือ MIS-C) ซึ่งเป็นภาวะที่ต้องได้รับการดูแลจากกําลังแพทย์อย่างใกล้ชิด

ลักษณะของผื่นผิวหนังที่มักพบในเด็กติดเชื้อโควิด

  • ผื่นแดงราบหรือนูนกระจายตามลำตัว แขน และขา (Morbilliform Rash)
  • ผื่นลมพิษ (Urticaria) ที่มีลักษณะเป็นผื่นนูนแดงและมีอาการคันร่วมด้วย
  • ผื่นคล้ายภาวะนิ้วมืออักเสบหรือรอยโรคที่ปลายมือปลายเท้า (COVID Toes) ซึ่งพบได้บ่อยในเด็กโตและวัยรุ่น มีลักษณะบวมแดงหรือม่วงคล้ายอาการค้างคาวหรือถูกความเย็นกัด
  • ผื่นตุ่มน้ำใส (Vesicular Rash) คล้ายโรคอีสุกอีใส
ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากเด็กมีผื่นขึ้นร่วมกับอาการไข้สูง ตาแดง ปากแดง มือเท้าบวม หรือซึมลงอย่างเห็นได้ชัด ควรรีบพาไปพบกุมารแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะแทรกซ้อนรุนแรงอย่าง MIS-C

ทำความรู้จักอาการลองโควิดในเด็ก สัญญาณเงียบที่ต้องเฝ้าระวัง

ไม่เพียงแต่วินัยในการรักษาช่วงติดเชื้อเฉียบพลันเท่านั้น อาการลองโควิด (Long COVID) หรือกลุ่มอาการภายหลังการติดเชื้อโควิดในเด็ก (Post-COVID-19 Condition) เป็นอีกหนึ่งเรื่องใหญ่ที่กุมารแพทย์ทั่วโลกให้ความสำคัญ อาการลองโควิดหมายถึงอาการผิดปกติที่ยังคงหลงเหลืออยู่ หรือเกิดขึ้นใหม่หลังจากหายจากการติดเชื้อโควิดไปแล้วอย่างน้อยสัปดาห์ที่สิบสอง และอาการเหล่านี้ดำเนินต่อเนื่องนานกว่าสองเดือนโดยไม่สามารถอธิบายได้ด้วยสาเหตุอื่น

ในเด็ก อาการลองโควิดอาจแสดงออกในรูปแบบที่แตกต่างจากผู้ใหญ่ ทำให้พ่อแม่บางท่านอาจคาดไม่ถึงและคิดว่าลูกแค่เหนื่อยล้าจากการเรียนหรือการทำกิจกรรมทั่วไป การทำความเข้าใจและสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดจึงเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดในการช่วยให้เด็กได้รับการรักษาที่ตรงจุดและฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว

อาการลองโควิดที่พบบ่อยในกลุ่มเด็กและวัยรุ่น

  • อาการเหนื่อยล้าเรื้อรัง (Chronic Fatigue) เด็กจะบ่นว่าไม่มีแรง ไม่อยากวิ่งเล่น หรือเหนื่อยง่ายกว่าปกติเมื่อทำกิจกรรมเบาๆ
  • อาการทางระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอเรื้อรัง เจ็บคอ หายใจไม่อิ่ม หรือแน่นหน้าอกหลังออกกำลังกาย
  • อาการทางระบบประสาทและสมอง (Neurological Symptoms) เช่น ปวดศีรษะเรื้อรัง มีปัญหาเรื่องสมาธิสั้นลง ความจำลดลง (Brain Fog) หรือมีอาการวิตกกังวลและซึมเศร้า
  • อาการนอนไม่หลับ หรือหลับไม่สนิท ฝันร้ายบ่อย ส่งผลให้ตื่นมาแล้วไม่สดชื่น
  • อาการทางระบบทางเดินอาหาร เช่น ปวดท้องเรื้อรัง คลื่นไส้ ท้องเสีย หรือเบื่ออาหาร
  • อาการปวดตามข้อและกล้ามเนื้อโดยหาสาเหตุไม่ได้

วิธีดูแลรักษาและการพยาบาลเด็กที่บ้านอย่างถูกต้อง

เมื่อเด็กติดเชื้อโควิดหรือมีอาการลองโควิด การดูแลรักษาตามอาการและการสร้างสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมภายในบ้านเป็นหัวใจสำคัญในการช่วยให้เด็กหายป่วยและฟื้นตัวได้ไวที่สุด โดยมีแนวปฏิบัติทางการแพทย์ที่พ่อแม่ควรยึดถืออย่างเคร่งครัด

การให้ยาและการรักษาตามอาการ

  • การให้ยาลดไข้: ควรใช้ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) ในขนาดที่ถูกต้องตามน้ำหนักตัวของเด็ก คือ 10 ถึง 15 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม ให้กินทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมงเฉพาะเวลาที่มีไข้หรือปวด
  • การเช็ดตัวลดไข้: ใช้น้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่นในการเช็ดตัวเพื่อช่วยระบายความร้อน ห้ามใช้น้ำเย็นจัดหรือน้ำแข็งเด็ดขาด
  • การดื่มน้ำเกลือแร่ (ORS) หรือน้ำเปล่าสะอาดในปริมาณที่เพียงพอ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ โดยเฉพาะในเด็กที่มีไข้สูงหรือมีอาการอาเจียนร่วมด้วย
คำแนะนำจากคุณหมอ: ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อให้เด็กรับประทานเองเด็ดขาด เนื่องจากการติดเชื้อโควิดเกิดจากเชื้อไวรัส การใช้ยาปฏิชีวนะจะไม่ช่วยรักษาโรคและยังอาจส่งผลเสียต่อร่างกายของเด็กในระยะยาว

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดในการดูแลเด็กป่วย

การดูแลเด็กในช่วงที่เจ็บป่วยหรือมีภาวะลองโควิดมีความละเอียดอ่อนสูง มีข้อควรปฏิบัติทางการแพทย์ที่พ่อแม่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของบุตรหลาน

  • ห้ามใช้ยาแอสไพริน (Aspirin) ในเด็กที่ติดเชื้อไวรัสเด็ดขาด เพราะอาจเสี่ยงต่อการเกิดกลุ่มอาการเรย์ (Reye Syndrome) ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อตับและสมอง
  • ห้ามใช้ยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ในช่วงที่ยังไม่สามารถตัดโรคไข้เลือดออกหรือโรคติดเชื้อที่ทำให้เกล็ดเลือดต่ำออกไปได้ เนื่องจากอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะเลือดออกผิดปกติ
  • ห้ามบังคับให้เด็กทำกิจกรรมหนักหรือออกกำลังกายอย่างหักโหมในช่วงที่มีอาการลองโควิด เพราะจะทำให้อาการเหนื่อยล้าแย่ลง

สัญญาณเตือนอันตราย (Red Flags) ที่ต้องพาลูกส่งโรงพยาบาลทันที

หากเด็กมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ถือเป็นสัญญาณวิกฤตที่พ่อแม่ต้องรีบพาไปพบแพทย์ในทันที ห้ามรอดูอาการที่บ้าน:

  • ไข้สูงมากและไม่ยอมลดลงเลยแม้นานเกิน 3 วัน หรือมีอาการชักจากไข้
  • ซึมลงมาก ปลุกตื่นยาก ไม่ยอมสบตา หรือหมดสติ
  • หายใจหอบเหนื่อย ปีกจมูกบาน หน้าอกบุ๋มเวลาหายใจ หรือริมฝีปากและปลายนิ้วมีสีเขียวคล้ำ
  • มีภาวะขาดน้ำรุนแรง เช่น ปากแห้งสนิท ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ปัสสาวะไม่ออกหรือมีสีเข้มจัดนานเกิน 6 ถึง 8 ชั่วโมง
  • มีอาการเจ็บแน่นหน้าอก ใจสั่น หรือหมดสติเฉียบพลัน

วิธีป้องกันการติดเชื้อซ้ำและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การป้องกันไม่ให้เด็กกลับมาติดเชื้อซ้ำและการดูแลร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการลดความเสี่ยงทั้งจากโรคโควิดเฉียบพลันและอาการลองโควิด

  • การฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด (COVID-19 Vaccine) ตามคำแนะนำของกุมารแพทย์และกระทรวงสาธารณสุข เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันและลดความรุนแรงของโรค
  • การฝึกสุขอนามัยส่วนบุคคล เช่น ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ และสวมหน้ากากอนามัยในพื้นที่แออัด
  • การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ เน้นผัก ผลไม้สดที่มีวิตามินสูงเพื่อเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ
  • การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอตามวัย และส่งเสริมให้เด็กได้ออกกำลังกายกลางแจ้งที่เหมาะสม
ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากเด็กมีอาการผิดปกติทางร่างกายหรือจิตใจที่ยาวนานเกินกว่า 4 สัปดาห์หลังหายจากโควิด ควรปรึกษากุมารแพทย์เฉพาะทางด้านโรคติดเชื้อเพื่อรับการประเมินและวางแผนการฟื้นฟูร่างกายอย่างถูกต้อง
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down