ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำความเข้าใจกลไกและสาเหตุของภาวะกล่องเสียงอ่อนตัวแต่กำเนิด (Laryngomalacia)

เมื่อได้ยินเสียงหายใจครืดคราดคล้ายมีเสมหะในคอของทารกแรกเกิด คุณพ่อคุณแม่หลายคนมักกังวลว่าลูกน้อยกำลังเป็นหวัดหรือมีเสมหะค้างในทางเดินหายใจ แต่หากอาการนี้เป็นต่อเนื่องยาวนาน โดยเฉพาะในเด็กที่ดูแข็งแรงดี ไม่มีไข้ และไม่มีน้ำมูก สาเหตุสำคัญที่กุมารแพทย์มักตรวจพบคือ ภาวะกล่องเสียงอ่อนตัวแต่กำเนิด ซึ่งเป็นความผิดปกติของโครงสร้างทางเดินหายใจส่วนบนที่พบได้บ่อยที่สุดในวัยทารก

สาเหตุหลักของภาวะกล่องเสียงอ่อนตัวแต่กำเนิดเกิดจากความล่าช้าในการพัฒนาความแข็งแรงของกระดูกอ่อนบริเวณกล่องเสียง ส่งผลให้เนื้อเยื่อเหนือกล่องเสียงมีความนิ่มและหย่อนคล้อยมากกว่าปกติ ร่วมกับการควบคุมระบบประสาทและกล้ามเนื้อในส่วนนี้ยังพัฒนาได้ไม่เต็มที่ เมื่อทารกหายใจเข้า แรงลมที่ถูกสูดเข้าไปจะสร้างแรงดันลบ ดึงรั้งเอาเนื้อเยื่อที่อ่อนตัวและหย่อนคล้อยเหล่านั้นให้พับปิดขวางทางเดินหายใจบางส่วน แรงสั่นสะเทือนของเนื้อเยื่อที่ถูกดึงรั้งนี้เองที่ทำให้เกิดเสียงดังครืดคราด หรือเสียงหายใจฮึดฮัดเหนี่ยวรั้งที่เรียกว่า Stridor

ทำไมเสียงหายใจจึงดังขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อนอนหงายและดูดนม

ลักษณะเฉพาะที่สำคัญของภาวะกล่องเสียงอ่อนตัวแต่กำเนิดคือ ความดังของเสียงหายใจจะเปลี่ยนแปลงไปตามท่าทางและกิจกรรมของทารก โดยเฉพาะในสองสถานการณ์หลักดังนี้

  • ขณะนอนหงาย: เมื่อทารกอยู่ในท่านอนหงาย แรงโน้มถ่วงของโลกจะดึงรั้งให้เนื้อเยื่อกล่องเสียงที่อ่อนตัวและฝาปิดกล่องเสียงตกลงไปทางด้านหลัง ทับช่องทางเดินหายใจส่วนบนให้แคบลงกว่าเดิม ส่งผลให้ทางเดินหายใจถูกอุดกั้นมากขึ้น เสียงหายใจครืดคราดจึงดังชัดเจนขึ้นอย่างมาก ตรงกันข้ามกับการจัดท่าให้ทารกนอนตะแคงที่ช่วยดึงเนื้อเยื่อเหล่านั้นให้ห่างออกจากช่องทางเดินหายใจ ทำให้เสียงหายใจเบาลง
  • ขณะดูดนม: การดูดกลืนนมและการหายใจของทารกต้องทำงานประสานกันอย่างเป็นระบบ เมื่อทารกต้องออกแรงดูดนม แรงดันลบภายในช่องอกและทางเดินหายใจจะเพิ่มสูงขึ้น แรงดันนี้จะยิ่งดูดดึงเอาเนื้อเยื่อกล่องเสียงที่อ่อนแอให้ยุบตัวลงมาปิดกั้นทางเดินหายใจมากขึ้น นอกจากนี้ ทารกที่มีภาวะกล่องเสียงอ่อนตัวแต่กำเนิดมักมีภาวะกรดไหลย้อนร่วมด้วย ซึ่งกรดที่ไหลย้อนขึ้นมาอาจทำให้เกิดการระคายเคืองและบวมบริเวณกล่องเสียง ส่งผลให้ทางเดินหายใจแคบลงและมีเสียงดังขึ้นขณะและหลังการดูดนม

สัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าภาวะกล่องเสียงอ่อนตัวเริ่มมีอาการรุนแรงขึ้น

แม้ว่าทารกส่วนใหญ่จะมีอาการในระดับรุนแรงน้อยถึงปานกลาง และสามารถเจริญเติบโตได้ตามปกติ แต่มีทารกประมาณร้อยละ 5 ถึง 10 ที่อาจมีอาการรุนแรงจนส่งผลต่อการหายใจและการเจริญเติบโต คุณพ่อคุณแม่จึงควรสังเกตสัญญาณเตือนเหล่านี้อย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินว่าภาวะกล่องเสียงอ่อนตัวแต่กำเนิดเริ่มเข้าสู่ขั้นรุนแรงหรือไม่:

สัญญาณอันตรายที่ต้องนำส่งโรงพยาบาลทันที:
  • มีการดึงรั้งของกล้ามเนื้อช่วยหายใจอย่างชัดเจน เช่น หน้าอกบุ๋ม ใต้ซี่โครงบุ๋ม หรือคอบุ๋มลึกขณะหายใจเข้า
  • ทารกมีอาการสำลักน้ำหรือนมบ่อยครั้งขณะดูดนม หรือมีอาการไอสำลักจนหน้าดำหน้าแดง
  • ริมฝีปาก รอบปาก หรือปลายมือปลายเท้ามีสีเขียวคล้ำช้ำ
  • มีช่วงที่ทารกหยุดหายใจขณะหลับ
  • น้ำหนักตัวลดลง หรือน้ำหนักไม่ขึ้นตามเกณฑ์มาตรฐาน เนื่องจากทารกต้องใช้พลังงานอย่างมากในการพยายามหายใจจนไม่สามารถกินนมได้เพียงพอ

ระยะเวลาธรรมชาติที่ภาวะนี้จะค่อยๆ ดีขึ้นและหายไปเอง

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังกังวลใจ ภาวะกล่องเสียงอ่อนตัวแต่กำเนิดเป็นโรคที่สามารถหายได้เองตามธรรมชาติโดยไม่ต้องรักษาด้วยการผ่าตัดในผู้ป่วยส่วนใหญ่ เนื่องจากโครงสร้างกระดูกอ่อนและระบบประสาทสั่งการบริเวณกล่องเสียงจะค่อยๆ พัฒนาแข็งแรงขึ้นตามวัย

โดยทั่วไป อาการหายใจเสียงดังจะเริ่มปรากฏชัดเจนเมื่อทารกมีอายุประมาณ 2 ถึง 4 สัปดาห์ และอาจจะค่อยๆ เพิ่มความรุนแรงขึ้นจนเห็นได้ชัดที่สุดในช่วงอายุ 4 ถึง 6 เดือน หลังจากพ้นช่วงเวลานี้ไป โครงสร้างกล่องเสียงจะเริ่มแข็งตัวและขยายใหญ่ขึ้น ส่งผลให้อาการหายใจเสียงดังค่อยๆ ลดลงอย่างต่อเนื่อง ทารกส่วนใหญ่จะหายสนิทจากภาวะนี้เมื่ออายุประมาณ 12 ถึง 18 เดือน อย่างไรก็ตาม ในเด็กบางรายที่มีอาการระดับปานกลาง อาจมีเสียงครืดคราดหลงเหลืออยู่บ้างเวลาที่ออกกำลังกาย วิ่งเล่น หรือเมื่อเจ็บป่วยเป็นไข้หวัด จนกระทั่งหายสนิทในช่วงอายุ 2 ปี

การดูแลในช่วงที่รอการหายตามธรรมชาติเน้นไปที่การประคับประคอง เช่น การให้นมในท่าศีรษะสูง การอุ้มจับเรอหลังอาหารอย่างน้อย 20 ถึง 30 นาที เพื่อป้องกันภาวะกรดไหลย้อน และการพาลูกน้อยไปตรวจติดตามอาการกับกุมารแพทย์อย่างสม่ำเสมอเพื่อประเมินพัฒนาการและน้ำหนักตัว หากคุณพ่อคุณแม่มีความกังวล การบันทึกวิดีโอขณะที่ลูกหายใจมีเสียงดังเก็บไว้ จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการช่วยให้แพทย์วินิจฉัยและประเมินความรุนแรงได้อย่างแม่นยำ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down