ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เมื่อไข้หวัดใหญ่ทิ้งทวนด้วยความเจ็บปวด: รู้จักภาวะกล้ามเนื้ออักเสบ

คนไข้หลายรายมาพบหมอด้วยอาการไข้หวัดใหญ่ที่ดูเหมือนจะเริ่มดีขึ้น ไข้ลดลงแล้ว แต่จู่ๆ กลับมีอาการปวดตึงที่น่องสองข้างอย่างรุนแรงจนเด็กบางคนถึงกับร้องไห้โยเยไม่ยอมก้าวเดิน หรือในผู้ใหญ่บางรายก็รู้สึกล้าเจ็บแปลบจนลุกจากเตียงไม่ไหว อาการปวดเมื่อยตัวจากไข้หวัดใหญ่นั้นเป็นเรื่องปกติที่พบได้ทั่วไป แต่เมื่อใดที่อาการปวดนั้นรุนแรงถึงขั้นขยับเขยื้อนร่างกายไม่ได้ นั่นอาจไม่ใช่แค่ไข้หวัดธรรมดา แต่เป็นสัญญาณเตือนของภาวะแทรกซ้อนอันตรายที่ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด

1. พยาธิสภาพของภาวะกล้ามเนื้ออักเสบ (Myositis) จากการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่

โดยปกติแล้ว เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ (Influenza Virus) ทั้งสายพันธุ์เอและบี ไม่เพียงแต่โจมตีระบบทางเดินหายใจเท่านั้น แต่ยังสามารถส่งผลกระทบต่อระบบกล้ามเนื้อและกระดูกได้โดยตรง ภาวะ กล้ามเนื้ออักเสบจากไข้หวัดใหญ่ (Influenza-associated Myositis) เกิดขึ้นจากสองกลไกหลัก ได้แก่ การที่ตัวไวรัสเข้าไปบุกรุกและทำลายเซลล์กล้ามเนื้อโดยตรง และปฏิกิริยาของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายที่หลั่งสารก่อการอักเสบ (Cytokines) ออกมาเป็นจำนวนมากเพื่อต่อสู้กับไวรัส ส่งผลให้เกิดการอักเสบของเส้นใยกล้ามเนื้อตามมา

อาการเด่นที่ช่วยให้แพทย์แยกแยะภาวะนี้ออกจากอาการปวดเมื่อยตามตัวทั่วไป คือ คนไข้จะมีอาการปวดเฉพาะจุดอย่างรุนแรง โดยเฉพาะบริเวณกล้ามเนื้อน่องทั้งสองข้าง (Gastrocnemius and Soleus) เมื่อสัมผัสหรือกดจะรู้สึกเจ็บมาก ผิวหนังบริเวณนั้นอาจมีอาการบวมตึง ร้อน และในเด็กเล็กมักจะแสดงออกด้วยการเดินเขย่งปลายเท้า หรือปฏิเสธการเดินอย่างเด็ดขาดเนื่องจากความเจ็บปวด ซึ่งอาการนี้มักจะปรากฏในช่วงที่ไข้เริ่มลดลงหรือประมาณ 1-7 วันหลังเริ่มมีอาการของไข้หวัดใหญ่

2. สัญญาณอันตรายรุนแรง: ภาวะกล้ามเนื้อสลายตัว (Rhabdomyolysis)

หากการอักเสบของกล้ามเนื้อทวีความรุนแรงขึ้นโดยไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายถึงชีวิตอย่าง ภาวะกล้ามเนื้อสลายตัว (Rhabdomyolysis) ภาวะนี้เกิดขึ้นเมื่อเซลล์กล้ามเนื้อลายเกิดการตายและสลายตัว ส่งผลให้สารภายในเซลล์กล้ามเนื้อ โดยเฉพาะโปรตีน "ไมโอโกลบิน" (Myoglobin) และเกลือแร่ต่างๆ หลุดลอยเข้าสู่กระแสเลือดในปริมาณมหาศาล

เมื่อไมโอโกลบินเดินทางไปถึงไต จะเข้าไปอุดตันหลอดไตฝอยและเกิดความเป็นพิษต่อเนื้อเยื่อไตโดยตรง นำไปสู่ภาวะไตวายเฉียบพลัน (Acute Kidney Injury) สัญญาณเตือนสำคัญที่คนไข้และญาติมารับบริการต้องสังเกตอย่างระมัดระวัง มีดังนี้:

  • ปัสสาวะมีสีเข้มผิดปกติ: ปัสสาวะจะมีสีน้ำตาลเข้ม สีคล้ายชาจีน หรือสีน้ำโค้ก ซึ่งเกิดจากโปรตีนไมโอโกลบินที่ถูกขับออกมาทางปัสสาวะ
  • ปัสสาวะออกน้อยลง: หรือไม่มีปัสสาวะออกเลย ซึ่งเป็นสัญญาณของไตที่เริ่มทำงานล้มเหลว
  • มีอาการบวมน้ำ: โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า แขน หรือขา
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรงอย่างรุนแรง: มีอาการปวดและบวมตึงกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ร่วมกับอาการเหนื่อยล้า คลื่นไส้ อาเจียน
หากพบว่าคนไข้มีอาการปวดกล้ามเนื้อร่วมกับปัสสาวะสีเข้มเหมือนชา จะต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที เนื่องจากเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องการการชดเชยน้ำเกลือทางหลอดเลือดดำอย่างเร่งด่วนเพื่อป้องกันไตวาย

3. เมื่อไวรัสลามสู่หัวใจ: ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบเฉียบพลัน (Acute Myocarditis)

อีกหนึ่งโรคแทรกซ้อนที่น่ากังวลที่สุดและสามารถซ่อนตัวอยู่ภายใต้อาการปวดเมื่อยเนื้อตัวคือ ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบเฉียบพลัน (Acute Myocarditis) เนื่องจากหัวใจก็เป็นกล้ามเนื้อชนิดหนึ่ง ไวรัสไข้หวัดใหญ่จึงสามารถเข้าไปทำลายเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจหรือกระตุ้นให้เกิดการอักเสบในลักษณะเดียวกันได้

ความน่ากลัวของภาวะนี้คือ อาการเริ่มต้นอาจดูคล้ายกับอาการอ่อนเพลียธรรมดาจากการติดเชื้อไวรัส แต่จะแย่ลงอย่างรวดเร็ว โดยมีสัญญาณเตือนทางระบบหัวใจและหลอดเลือดที่ต้องเฝ้าระวัง ดังนี้:

  • แน่นหน้าอกหรือเจ็บหน้าอก: อาจมีอาการเจ็บแปลบๆ หรือรู้สึกตึงแน่นบริเวณกลางหน้าอก
  • เหนื่อยง่าย หอบเหนื่อย: โดยเฉพาะเวลาออกแรง หรือนอนราบไม่ได้เนื่องจากมีอาการแน่นหน้าอกและหายใจไม่สะดวก
  • ใจสั่น: รู้สึกหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ เต้นสะดุด หรือเต้นไม่เป็นจังหวะ
  • หน้ามืด วูบ หรือหมดสติ: เกิดจากความสามารถในการสูบฉีดเลือดของหัวใจลดลงอย่างเฉียบพลัน หรือเกิดจากหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดรุนแรง

ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบเฉียบพลันสามารถนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลว (Heart Failure) และกระตุ้นให้เกิดหัวใจเต้นผิดจังหวะที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ในเวลาอันสั้น ดังนั้น การสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่ไม่ควรมองข้ามหลังจากได้รับวินิจฉัยว่าเป็นไข้หวัดใหญ่

แนวทางการเฝ้าระวังและการดูแลรักษาของคุณหมออยากแนะนำ

การป้องกันและลดความเสี่ยงที่ดีที่สุดเริ่มต้นจากการเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี เพื่อลดโอกาสการติดเชื้อและบรรเทาความรุนแรงของโรคหากเกิดการติดเชื้อขึ้น ในช่วงที่กำลังพักฟื้นจากไข้หวัดใหญ่ ควรดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอเพื่อช่วยให้ร่างกายขับของเสียและป้องกันภาวะขาดน้ำ ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้ไตทำงานหนักขึ้น

สุดท้ายนี้ หากตัวคุณเองหรือคนใกล้ชิด โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ มีอาการปวดกล้ามเนื้ออย่างรุนแรงจนขยับตัวลำบากหลังจากเป็นไข้หวัดใหญ่ อย่าคิดว่าเป็นเพียงเรื่องธรรมดาของการฟื้นตัว การสังเกตสัญญาณเตือนต่างๆ และการเข้าพบแพทย์อย่างทันท่วงที จะช่วยป้องกันโรคแทรกซ้อนร้ายแรงและรักษาชีวิตของคนที่คุณรักได้อย่างปลอดภัย

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down