ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ความวิตกกังวลเมื่อพบรอยเลือดบนผ้าอ้อมของลูกน้อย

การเปิดผ้าอ้อมแล้วพบรอยเลือดปนมากับอุจจาระของทารก เป็นเหตุการณ์ที่สร้างความตกใจและกังวลใจให้กับผู้ปกครองอย่างยิ่ง ในทางกุมารเวชศาสตร์ อาการเลือดออกปนอุจจาระในทารกเป็นกลุ่มอาการที่พบบ่อยและสามารถเกิดจากหลายสาเหตุ ตั้งแต่ภาวะที่ไม่รุนแรงและหายได้เอง ไปจนถึงพยาธิสภาพในระบบทางเดินอาหารที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน การเข้าใจลักษณะของเลือด สภาพอุจจาระ และอาการร่วม จะช่วยให้ผู้ปกครองประเมินสถานการณ์เบื้องต้น และสื่อสารกับแพทย์ได้อย่างถูกต้อง

ลักษณะและสีของเลือด: เบาะแสระบุตำแหน่งพยาธิสภาพ

การวิเคราะห์ตำแหน่งที่มีเลือดออกในระบบทางเดินอาหารของทารก อาศัยหลักการทางสรีรวิทยาของสีและลักษณะการปนของเลือดเป็นสำคัญ:

  • เลือดสีแดงสด (Bright Red Blood / Hematochezia): มักบ่งบอกถึงจุดเลือดออกในระบบทางเดินอาหารส่วนล่าง (Lower Gastrointestinal Tract) เช่น ลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย ทวารหนัก หรือบริเวณขอบทวารหนัก เนื่องจากเลือดไม่ได้ผ่านกระบวนการย่อยของน้ำย่อยและกรดในกระเพาะอาหาร จึงยังคงสีแดงสดไว้ได้
  • เลือดสีแดงคล้ำหรือสีดำสนิท (Melena): บ่งชี้ถึงพยาธิสภาพในระบบทางเดินอาหารส่วนบน (Upper Gastrointestinal Tract) เช่น กระเพาะอาหาร หรือลำไส้เล็กส่วนต้น เลือดจะสัมผัสกับกรดและเอนไซม์ในทางเดินอาหาร ทำให้ฮีโมโกลบินเปลี่ยนเป็นแมตฮีโมโกลบิน (Methemoglobin) เกิดเป็นสีดำคล้ายเฉาก๊วยและมีกลิ่นคาวจัด
  • การกระจายตัวของเลือด: หากเลือดเคลือบอยู่เพียงภายนอกก้อนอุจจาระ มักเกิดจากพยาธิสภาพบริเวณทวารหนัก แต่หากเลือดปะปนเป็นเนื้อเดียวกับอุจจาระ หรือมีลักษณะเป็นสายเลือดปนมูก มักเกิดจากเยื่อบุลำไส้ใหญ่มีการอักเสบหรือการระคายเคือง

แยกแยะโรค: แผลขอบทวารหนัก กับ ภาวะลำไส้อักเสบ

สาเหตุหลักสองประการที่พบบ่อยที่สุดของอาการเลือดออกปนอุจจาระในทารก มีความแตกต่างอย่างชัดเจนทั้งในด้านกลไกการเกิดและลักษณะอาการ:

1. แผลขอบทวารหนักจากอุจจาระแข็ง (Anal Fissure)

เกิดจากการฉีกขาดของเยื่อบุบริเวณขอบทวารหนัก มักมีสาเหตุมาจากทารกถ่ายอุจจาระก้อนใหญ่ แข็ง หรือแห้งกรอบ ซึ่งมักพบในทารกที่เริ่มทานนมผง หรือเริ่มทานอาหารตามวัย (Solid Foods)

  • ลักษณะอุจจาระ: เป็นก้อนแข็ง เป็นเม็ดกระสุน หรือเป็นก้อนใหญ่ที่ต้องใช้แรงเบ่งมาก
  • ลักษณะเลือด: เลือดสีแดงสดหยดตามหลังการถ่าย หรือเป็นสายเลือดเส้นเล็กๆ เคลือบอยู่บนผิวของก้อนอุจจาระหรือติดผ้าอ้อม
  • อาการร่วม: ทารกจะร้องไห้่งอแงขณะถ่ายอุจจาระเนื่องจากความเจ็บปวด อาจมีพฤติกรรมเกร็งตัวหรือกั้นอุจจาระเพราะกลัวความเจ็บ

2. ภาวะลำไส้ใหญ่อักเสบจากการแพ้โปรตีนนมหรือการติดเชื้อ (Colitis)

ภาวะลำไส้อักเสบในทารกที่พบบ่อยที่สุดคือ ภาวะแพ้โปรตีนในนมแม่หรือนมผง (Food Protein-Induced Allergic Proctocolitis - FPIAP) หรือเกิดจากการติดเชื้อไวรัส/แบคทีเรียในระบบทางเดินอาหาร

  • ลักษณะอุจจาระ: อุจจาระมักมีลักษณะนิ่ม เหลว เป็นน้ำ หรือมีมูกเหนียวปน (Mucus-bloody stool)
  • ลักษณะเลือด: เลือดสีแดงสดหรือสีแดงคล้ำ ปรอดปนอยู่ในเนื้อมูก หรือเป็นจุดเลือดเล็กๆ กระจายทั่วอุจจาระ ไม่ใช่เพียงแค่เคลือบผิว
  • อาการร่วม: ทารกที่แพ้โปรตีนนมมักไม่มีอาการปวดเกร็งขณะถ่าย อุจจาระบ่อยขึ้น อาจมีงอแงจากแน่นท้อง มีผื่นผิวหนังอักเสบ หรือน้ำหนักตัวขึ้นช้า ส่วนกรณีติดเชื้อ มักมีไข้ ซึม หรืออาเจียนร่วมด้วย

แนวทางการวินิจฉัยของกุมารแพทย์

เมื่อผู้ปกครองพาทารกมาพบแพทย์ด้วยอาการเลือดออกปนอุจจาระ แพทย์จะดำเนินการตรวจวินิจฉัยอย่างเป็นระบบเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง:

การซักประวัติอย่างครอบคลุม (Comprehensive History Taking)

แพทย์จะสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับประวัติการประเมินอุจจาระ เช่น ความถี่ ลักษณะความแข็งเหลว ปริมาณและสีของเลือด ประวัติการกินอาหารของทารก (นมแม่ นมผง หรืออาหารเสริม) รวมถึงประวัติอาหารที่มารดารับประทานหากเป็นทารกที่ดื่มนมแม่ นอกจากนี้จะประเมินประวัติไข้ การเจริญเติบโต และพัฒนาการโดยรวม

การตรวจร่างกาย (Physical Examination)

แพทย์จะทำการตรวจท้องเพื่อดูภาวะกดเจ็บ ท้องอืด หรือก้อนผิดปกติในท้อง และทำการตรวจบริเวณรอบขอบทวารหนัก (Perianal Inspection) ด้วยความระมัดระวัง เพื่อรอยแผลฉีกขาด (Fissure) รอยผื่นรอยแดง หรือความผิดปกติของโครงสร้างทวารหนัก การตรวจส่องผ่านทวารหนักด้วยนิ้วมือ (Digital Rectal Examination) จะทำเฉพาะในกรณีที่มีข้อบ่งชี้ทางแพทย์เท่านั้น

สัญญาณอันตรายที่ต้องรับการรักษาในโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน

แม้ว่าอาการเลือดออกปนอุจจาระในทารกส่วนใหญ่จะเกิดจากภาวะไม่รุนแรง เช่น แผลขอบทวารหนัก หรือการแพ้โปรตีนนม แต่มีบางภาวะที่เป็นฉุกเฉินทางการแพทย์ หากพบสัญญาณอันตราย (Red Flag Signs) ดังต่อไปนี้ ต้องนำทารกส่งโรงพยาบาลทันที:

  • อุจจาระมีลักษณะเป็นมูกเลือดสีแดงสดคล้ายแยมสตอเบอร์รี่ (Currant Jelly Stool): เป็นสัญญาณสำคัญของภาวะลำไส้กลืนกัน (Intussusception) ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินที่ลำไส้ส่วนหนึ่งหลุดเข้าไปในลำไส้ส่วนปลาย ทำให้เกิดการอุดตันและขาดเลือด
  • ทารกมีอาการปวดท้องรุนแรงเป็นพักๆ: ร้องไห้ตัวเกร็ง งอขาเข้าหาหน้าอก เป็นช่วงๆ สลับกับซึมลง
  • มีอาการอาเจียนปนน้ำดี (สีเขียวหรือสีเหลืองเข้ม): บ่งบอกถึงภาวะลำไส้อุดตัน หรือลำไส้หมุนพันกัน (Volvulus)
  • สัญญาณของภาวะช็อกหรือติดเชื้อในกระแสเลือด: ทารกซึมมาก ไม่สบตา ตัวเย็น ซีด พัลส์เบาเร็ว หรือมีไข้สูง
  • ปริมาณเลือดออกมาก: เลือดไหลออกเป็นลิ่ม หรืออุจจาระเป็นเลือดสดปริมาณมากอย่างต่อเนื่อง

ข้อแนะนำทางการแพทย์: หากพบรอยเลือดในอุจจาระของทารก ผู้ปกครองควรถ่ายรูปลักษณะอุจจาระและรอยเลือดเก็บไว้เพื่อนำมาให้แพทย์ตรวจประเมิน และไม่ควรเปลี่ยนสูตรนมหรือให้ยาหยุดถ่ายแก่ทารกเองโดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพที่คุณต้องการ หรือเลือกดูตามหมวดหมู่

🐻 แชทคุยกับคุณหมอนะคะ