ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เมื่อลูกน้อยคัดจมูก: ความกังวลใจที่คุณหมอมักพบบ่อย

เสียงครืดคราดในลำคอพร้อมกับอาการหายใจติดขัดของลูกน้อยยามมีน้ำมูก มักเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่ต้องสะดุ้งตื่นด้วยความกังวลใจตลอดทั้งคืน ในวัยทารกแรกเกิดจนถึงวัยไม่กี่เดือน ระบบทางเดินหายใจยังพัฒนาได้ไม่เต็มที่ รูจมูกมีขนาดเล็กมาก และทารกยังไม่สามารถสั่งน้ำมูกหรือไอขับเสมหะออกมาได้เองอย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อมีอาการหวัดหรือคัดจมูก น้ำมูกเหนียวข้นจึงอาจไหลย้อนลงสู่ลำคอและหลอดลมได้อย่างง่ายดาย

การดูแลทารกในภาวะนี้จึงต้องอาศัยความเข้าใจที่ถูกต้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เทคนิคการจัดท่าทารกเพื่อป้องกันการสำลัก ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการช่วยเปิดทางเดินหายใจให้โล่งขึ้น ลดการสะสมของสิ่งคัดหลั่ง และป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงตามมา

อันตรายจากการไหลย้อนของน้ำมูกและสิ่งคัดหลั่งเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง

ทางเดินอาหารและทางเดินหายใจของทารกนั้นอยู่ใกล้ชิดกันมาก อีกทั้งกลไกการกลืนและการทำงานของฝาปิดกล่องเสียงยังทำงานประสานกันได้ไม่สมบูรณ์เท่ากับผู้ใหญ่ เมื่อทารกมีน้ำมูกปริมาณมากและต้องนอนในราบ น้ำมูกเหล่านั้นจะไม่สามารถระบายออกทางจมูกได้ตามปกติ แต่จะไหลย้อนลงสู่ลำคอส่วนลึกตลอดเวลา

หากสิ่งคัดหลั่งเหล่านี้ไหลผ่านฝาปิดกล่องเสียงลงสู่หลอดลมและปอด จะก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงหลายประการ ดังนี้

  • ภาวะสำลักและทางเดินหายใจอุดกั้นเฉียบพลัน: ทารกอาจมีอาการสะดุ้งตื่น ไออย่างรุนแรง หน้าเขียว หรือหยุดหายใจชั่วขณะเนื่องจากน้ำมูกเข้าไปขัดขวางการแลกเปลี่ยนแก๊ส
  • ปอดอักเสบจากการสำลัก (Aspiration Pneumonia): เชื้อโรคที่ปนเปื้อนมากับสิ่งคัดหลั่งในโพรงจมูกเมื่อตกสู่ถุงลมปอด อาจเหนี่ยวนำให้เกิดการติดเชื้อและการอักเสบในระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง ซึ่งอันตรายถึงขั้นต้องเข้ารับการรักษาในหอผู้ป่วยวิกฤต
  • ภาวะหูชั้นกลางอักเสบ: ท่อระบายความดันระหว่างหูชั้นกลางและลำคอของทารกมีลักษณะสั้นและวางตัวในแนวราบ ทำให้น้ำมูกและเชื้อโรคไหลย้อนเข้าสู่หูชั้นกลางได้ง่ายเมื่อนอนราบ

การจัดท่าทางที่ถูกต้องขณะนอนหลับและการอุ้มป้อนนมขณะคัดจมูก

ในช่วงเวลาที่ลูกน้อยมีอาการคัดจมูกและมีน้ำมูกเหนียวข้น การจัดท่าทางในการทำกิจกรรมพื้นฐานอย่างการนอนและการกินนม จำเป็นต้องได้รับการปรับเปลี่ยนเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

ท่าทางที่ปลอดภัยขณะนอนหลับ

แม้ว่าการนอนหงายจะเป็นท่าทางที่ปลอดภัยที่สุดเพื่อป้องกันภาวะหลับไม่ตื่นในทารก แต่เมื่อมีน้ำมูก การนอนหงายราบสนิทจะทำให้น้ำมูกตกลงไปอุดกั้นทางเดินหายใจส่วนหลังได้ง่ายขึ้น แพทย์แนะนำให้จัดท่าให้นอนหงายเช่นเดิม แต่เพิ่มมุมความลาดชันของลำตัวส่วนบนขึ้นเล็กน้อย เพื่อใช้ประโยชน์จากแรงโน้มถ่วงในการดึงให้น้ำมูกไหลลงสู่ทางเดินอาหารแทนที่จะค้างในลำคอ หรือไหลออกทางจมูกได้ง่ายขึ้น

ท่าอุ้มและป้อนนมอย่างถูกวิธี

หลีกเลี่ยงการป้อนนมในท่านอนราบโดยเด็ดขาดขณะที่ลูกมีน้ำมูก การป้อนนมในขณะที่ทางเดินหายใจบางส่วนอุดกั้นจะเพิ่มความเสี่ยงในการสำลักนมสูงขึ้นหลายเท่าตัว

แนวทางปฏิบัติทางการแพทย์: ควรจัดท่าอุ้มป้อนนมให้ศีรษะและลำตัวส่วนบนของลูกยกลอยสูงขึ้นอย่างน้อย 30 ถึง 45 องศา เช่น การอุ้มลูกในอ้อมแขนกึ่งนั่งกึ่งนอน หรือใช้ท่าอุ้มฟุตบอล โดยให้ศีรษะอยู่สูงกว่าระดับกระเพาะอาหารเสมอ และหลังจากป้อนนมเสร็จสิ้น ต้องอุ้มลูกตั้งเต้าหรืออุ้มพาดบ่าเพื่อไล่ลมเป็นเวลานานกว่าปกติ เพื่อป้องกันการแหวะนมซึ่งอาจผสมกับน้ำมูกแล้วไหลย้อนกลับเข้าสู่หลอดลม

วิธีการหนุนหัวสูงอย่างปลอดภัยตามหลักกุมารเวชศาสตร์

การทำให้ศีรษะของทารกอยู่สูงขึ้นเพื่อบรรเทาอาการคัดจมูก เป็นวิธีที่ได้ผลดีเยี่ยม แต่หากทำอย่างผิดวิธี อาจก่อให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้เช่นกัน กุมารแพทย์มีข้อแนะนำที่ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัดดังต่อไปนี้

ข้อควรระวังที่เป็นอันตราย: ห้ามนำหมอนธรรมดา หมอนหนุนของผู้ใหญ่ หรือผ้าห่มม้วนหนาๆ ไปรองใต้ศีรษะของทารกโดยตรงเด็ดขาด เพราะกระดูกคอของทารกยังอ่อนแรง การหนุนหมอนที่สูงเกินไปจะทำให้ลำคอพับ คางชิดอก ซึ่งส่งผลให้หลอดลมที่ยังอ่อนนุ่มของทารกถูกกดทับจนตีบตันและขาดอากาศหายใจได้ นอกจากนี้ หมอนที่อ่อนนุ่มอาจหลุดมาปิดจมูกและปากของทารกในขณะดิ้นรน

ขั้นตอนการจัดท่าหนุนหัวสูงที่ถูกต้องและปลอดภัย

  • การปรับความชันใต้ที่นอน: ให้ใช้ผ้าขนหนูผืนใหญ่พับหนาๆ หรือแผ่นโฟมลาดเอียง สอดเข้าไปใต้ฟูกนอนของทารก เพื่อยกให้หัวเตียงลาดเอียงขึ้นประมาณ 10 ถึง 15 องศา วิธีนี้จะทำให้ที่นอนมีความลาดเอียงที่เรียบตึงสม่ำเสมอ ลำตัวและศีรษะของทารกจะอยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกันโดยคอไม่พับ
  • การป้องกันตัวลื่นไถล: เมื่อที่นอนมีความลาดเอียง ทารกอาจลื่นไถลลงมาด้านล่างได้ คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้ผ้าขนหนูม้วนเป็นรูปเกือกม้าวางไว้ใต้สะโพกและต้นขาของทารก (ใต้ผ้าปูที่นอน) เพื่อเป็นตัวช่วยพยุงไม่ให้ทารกเลื่อนไหลลงมา
  • การทำความสะอาดทางเดินหายใจก่อนนอน: เพื่อให้การจัดท่าทางมีประสิทธิภาพสูงสุด ควรใช้น้ำเกลือหยดหรือล้างจมูกทารก ร่วมกับการใช้ลูกยางแดงหรือเครื่องดูดน้ำมูก เพื่อกำจัดสิ่งคัดหลั่งส่วนเกินออกก่อนที่จะนำทารกเข้านอนเสมอ

ความปลอดภัยในการนอนและการหายใจของทารกเป็นสิ่งสำคัญที่สุด หากพบว่าลูกน้อยมีอาการหายใจหอบเหนื่อย ปีกจมูกบาน อกบุ๋ม หรือซึมลง ไม่ยอมดูดนม แม้จะปรับท่าทางและช่วยดูดน้ำมูกแล้ว ควรรีบนำส่งพบกุมารแพทย์โดยทันทีเพื่อรับการประเมินและการรักษาอย่างถูกต้องต่อไป

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down