ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เข้าใจสรีรวิทยา ทำไมทารกจึงเสี่ยงต่อการสำลักได้ง่าย

เวลาเห็นลูกน้อยคัดจมูก มีน้ำมูกครืดคราด หรือแหวะนมออกมาทางปากและจมูกหลังมื้ออาหาร คุณพ่อคุณแม่หลายท่านมักเกิดความกังวลใจอย่างมาก โดยเฉพาะในยามค่ำคืนที่เกรงว่าลูกจะสำลักน้ำมูกหรือนมเข้าสู่ทางเดินหายใจ การเข้าใจสรีรวิทยาของเด็กเล็กจะช่วยให้เห็นภาพว่าทำไมภาวะนี้จึงเกิดขึ้นได้ง่ายในทารกแรกเกิดถึงวัย 1 ปีแรก

โครงสร้างทางอนาโตมีของทารกนั้น ทางเดินอาหาร (หลอดอาหาร) และทางเดินหายใจ (หลอดลม) อยู่ติดกันอย่างใกล้ชิดบริเวณคอหอย อีกทั้งกล้ามเนื้อหูรูดส่วนปลายหลอดอาหาร (Lower Esophageal Sphincter) ของเด็กยังพัฒนาไม่เต็มที่ ทำให้พร้อมที่จะคลายตัวและดันนมหรือกรดในกระเพาะอาหารย้อนกลับขึ้นมาได้ตลอดเวลา ประกอบกับระบบประสาทการกลืนและการทำงานของกลีบฝาปิดกล่องเสียง (Epiglottis) ยังประสานงานกันได้ไม่สมบูรณ์ เมื่อมีน้ำมูกไหลลงคอ (Post-nasal drip) หรือมีนมท้นขึ้นมา ทารกจึงอาจกลืนไม่ทันและหายใจเอาสิ่งแปลกปลอมเหล่านี้เข้าไปในกล่องเสียงและหลอดลม ส่งผลให้เกิดอาการไอ สำลัก หรือในกรณีที่รุนแรงอาจนำไปสู่ภาวะปอดอักเสบจากการสำลักได้

การปรับองศาเตียงนอนและท่าทางการอุ้มพาดบ่าหลังจากลูกอิ่มนม

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหลังมื้อนมเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการลดแรงดันในกระเพาะอาหาร และป้องกันไม่ให้นมย้อนกลับขึ้นมาทางคอหอย โดยการใช้ เทคนิคการจัดท่าทารกเพื่อป้องกันการสำลัก ที่ถูกต้องดังนี้

1. ท่าอุ้มไล่ลมหลังมื้อนม

หลังจากทารกดื่มนมเสร็จสิ้น ไม่ควรรีบให้นอนราบทันที แม้ว่าลูกจะหลับไปแล้วก็ตาม ควรอุ้มลูกในแนวตั้งอย่างน้อย 15 ถึง 30 นาที โดยเลือกใช้ท่าที่เหมาะสม:

  • ท่าอุ้มพาดบ่า (Over-the-shoulder hold): อุ้มทารกให้ลำตัวตั้งตรง ลำตัวของลูกแนบชิดกับอกของคุณพ่อคุณแม่ วางคางของลูกเกยไว้บนบ่า รองรับก้นและหลังของลูกด้วยความนุ่มนวล จากนั้นลูบหลังขึ้นเบาๆ จากล่างขึ้นบนเพื่อช่วยดันลมในกระเพาะออก
  • ท่าอุ้มนั่งบนตัก (Sitting on lap hold): ให้ลูกนั่งบนตัก ใช้มือข้างหนึ่งประคองช่วงอกและคางของลูกไว้ด้วยความระมัดระวัง (หลีกเลี่ยงการกดบริเวณคอ) แล้วใช้มืออีกข้างลูบหลังเบาๆ

2. การปรับองศาที่นอนอย่างปลอดภัย

สมาคมกุมารแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกา (AAP) ยังคงยืนยันว่า ท่าทางที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับการนอนของทารกคือ การนอนราบบนพื้นผิวที่แน่นและมั่นคง แต่สำหรับเด็กที่มีปัญหาการแหวะนมรุนแรง การปรับระดับความเอียงสามารถทำได้โดยมีข้อระวัง ดังนี้

  • ควรใช้วิธีการยกระดับความเอียงของหัวเตียงหรือฟูกนอนขึ้นประมาณ 10 ถึง 15 องศา โดยนำผ้าหรือหมอนรองไว้ ใต้ฟูกนอน ไม่ใช่นำหมอนไปหนุนที่ศีรษะของเด็กโดยตรง
  • ห้ามใช้หมอนหนุนสูงให้ลูกโดยเด็ดขาด เพราะการใช้หมอนหนุนศีรษะเด็กทารกจะทำให้คอของลูกพับลงมาทางอก (Chin-to-chest position) ซึ่งจะทำให้ทางเดินหายใจที่แคบอยู่แล้วเกิดการอุดกั้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อการขาดอากาศหายใจ

ข้อควรระวังในการจัดท่านอนขณะลูกมีอาการคัดจมูกและหายใจไม่สะดวก

เมื่อทารกมีไข้หวัด คัดจมูก หรือมีน้ำมูกเหนียวข้น คุณพ่อคุณแม่อาจเข้าใจผิดว่าการจับลูกนอนคว่ำหรือนอนตะแคงจะช่วยให้น้ำมูกไหลออกได้ดีขึ้นและลดการสำลัก แต่ในความเป็นจริง ท่าเหล่านั้นเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะการตายฉับพลันในเด็กทารก (SIDS) อย่างมีนัยสำคัญ

blockquote>ข้อปฏิบัติตามหลักการแพทย์เมื่อลูกคัดจมูก: การนอนหงายยังคงเป็นท่านอนที่ปลอดภัยที่สุดเสมอกว่าท่านอนอื่น แต่ต้องจัดการสิ่งอุดกั้นในทางเดินหายใจส่วนบนก่อนส่งลูกเข้านอน

ขั้นตอนการเตรียมความพร้อมก่อนจัดท่านอนให้ลูกน้อยเมื่อมีน้ำมูกมีดังนี้:

  • เคลียร์ทางเดินหายใจก่อนนอน: หยดน้ำเกลือหยดจมูกสำหรับทารก (Normal Saline Solution) ข้างละ 1-2 หยด เพื่อให้น้ำมูกที่เหนียวอ่อนตัวลง จากนั้นใช้ลูกยางแดงหรืออุปกรณ์ดูดน้ำมูกทำการดูดน้ำมูกออกอย่างนุ่มนวลก่อนให้นมและก่อนส่งลูกเข้านอน
  • ควบคุมความชื้นในห้องนอน: การเปิดเครื่องเพิ่มความชื้นในอากาศ (Humidifier) หรือปรับอุณหภูมิห้องให้อยู่ในระดับพอเหมาะ (ประมาณ 25 องศาเซลเซียส) จะช่วยไม่ให้น้ำมูกแห้งกรังและอุดกั้นทางเดินหายใจ
  • หลีกเลี่ยงสิ่งของนุ่มในเตียง: ขณะคัดจมูก ทารกจะใช้ปากช่วยหายใจ หากมีตุ๊กตา หมอนข้าง หรือผ้าห่มหนาอยู่ใกล้ตัว อาจหลุดมาปิดหน้าและทำให้ขาดอากาศหายใจได้ง่ายยิ่งขึ้น

สรุปคำแนะนำจากกุมารแพทย์

การป้องกันภาวะสำลักในเด็กเล็กต้องอาศัยความเข้าใจในสรีระตามวัย การนำ เทคนิคการจัดท่าทารกเพื่อป้องกันการสำลัก ไปปรับใช้ ทั้งการอุ้มพาดบ่าหลังมื้อนมอย่างตั้งใจ การอุ้มในแนวตั้งอย่างน้อย 20 นาที และการจัดท่านอนหงายบนฟูกที่แน่นและมีความเอียงอย่างเหมาะสม จะช่วยลดโอกาสเกิดการย้อนกลับของนมและน้ำมูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากพบว่าลูกมีอาการสำลักร่วมกับหายใจไอเสียงก้อง หน้าเขียว หรือซึมลง ควรพามาพบกุมารแพทย์เพื่อทำการตรวจประเมินทางเดินหายใจอย่างละเอียดทันที

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down