ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

แนวทางการรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ในทารก: เกณฑ์อายุ ขนาด และระยะห่างที่ถูกต้องทางการแพทย์

โรคไข้หวัดใหญ่เป็นหนึ่งในโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจที่พบได้บ่อยและอาจทวีความรุนแรงจนถึงขั้นวิกฤตในกลุ่มเด็กเล็ก การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันด้วย วัคซีนไข้หวัดใหญ่ทารก จึงเป็นมาตรการสำคัญทางการแพทย์ในการป้องกันการเจ็บป่วยรุนแรง การเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล และการลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนอันตรายต่างๆ

1. เกณฑ์อายุที่เหมาะสมในการเริ่มรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่เข็มแรกในทารก

ตามคำแนะนำของสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทยและองค์การอนามัยโลก (WHO) ทารกสามารถเริ่มเข้ารับการฉีด วัคซีนไข้หวัดใหญ่ทารก เข็มแรกได้เมื่อมี อายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป

เหตุผลทางการแพทย์ที่ไม่แนะนำให้ฉีดในทารกอายุต่ำกว่า 6 เดือน เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันของทารกในช่วงวัยดังกล่าวยังพัฒนาไม่เต็มที่พอที่จะตอบสนองต่อวัคซีนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับทารกแรกเกิดมักจะยังมีภูมิคุ้มกันบางส่วนที่ได้รับส่งผ่านจากมารดาตั้งแต่ขณะอยู่ในครรภ์คอยช่วยปกป้องอยู่ นอกจากนี้ ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลการศึกษาทางคลินิกที่รับรองประสิทธิภาพและความปลอดภัยของการใช้วัคซีนไข้หวัดใหญ่ในเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 6 เดือน ดังนั้น การเริ่มฉีดวัคซีนจึงต้องรอให้ทารกมีอายุครบ 6 เดือนบริบูรณ์

2. ขนาด จำนวนเข็ม และระยะห่างในการฉีดวัคซีนครั้งแรก

การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ในเด็กเล็กที่เริ่มฉีดเป็นครั้งแรก มีแนวทางปฏิบัติและหลักเกณฑ์เฉพาะที่ต้องควบคุมอย่างเคร่งครัดดังนี้:

  • จำนวนเข็มสำหรับทารกที่รับวัคซีนครั้งแรก: ในกรณีที่ทารกหรือเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 9 ปี ได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นครั้งแรกในชีวิต จำเป็นต้องได้รับการฉีดวัคซีนทั้งหมด 2 เข็ม เพื่อกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันจดจำและสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ระยะห่างระหว่างเข็ม: เข็มที่สองต้องได้รับการฉีดห่างจากเข็มแรกเป็นเวลา อย่างน้อย 4 สัปดาห์ (หรือ 1 เดือน)
  • การรับวัคซีนในสัปดาห์ถัดๆ ไปและปีต่อไป: หลังจากได้รับครบ 2 เข็มในการเริ่มต้นครั้งแรกแล้ว ในปีถัดๆ ไป ทารกจะเข้ารับการฉีดวัคซีนกระตุ้นเพียงปีละ 1 เข็มเท่านั้น
  • ขนาดปริมาณวัคซีน (Dosage): ปัจจุบันมาตรฐานทางการแพทย์ระดับสากลแนะนำให้ใช้ขนาด 0.5 มิลลิลิตร (0.5 mL) ซึ่งเป็นขนาดมาตรฐานเดียวกับผู้ใหญ่ สำหรับเด็กอายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไปทุกคน (ต่างจากอดีตที่เคยจำกัดขนาดไว้ที่ 0.25 มิลลิลิตรในเด็กต่ำกว่า 3 ปี) เนื่องจากการศึกษาทางคลินิกพบว่าการใช้ขนาด 0.5 มิลลิลิตร ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้สูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญและมีความปลอดภัยสูง ไม่ได้เพิ่มอัตราการเกิดอาการข้างเคียงที่รุนแรงแต่อย่างใด

3. ประสิทธิภาพของวัคซีนสี่สายพันธุ์และการรับร่วมกับวัคซีนอื่น

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิดสี่สายพันธุ์ (Quadrivalent Influenza Vaccine) ประกอบด้วยสายพันธุ์ป้องกันเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่กลุ่มเอ (Influenza A) 2 สายพันธุ์ และกลุ่มบี (Influenza B) 2 สายพันธุ์ การใช้วัคซีนชนิดสี่สายพันธุ์ในเด็กเล็กจะช่วยเพิ่มความครอบคลุมในการป้องกันเชื้อไวรัสที่มีการระบาดในแต่ละปีได้กว้างขึ้น ลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ปอดบวมอักเสบ สมองอักเสบ และกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ

คำแนะนำในการรับวัคซีนร่วมกัน: วัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิดเชื้อตายที่ใช้ฉีดในทารก สามารถรับการฉีดร่วมกับวัคซีนบังคับตามช่วงอายุของทารก (เช่น วัคซีนรวมคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน-ตับอักเสบบี, วัคซีนโปลิโอ หรือวัคซีนไอพีดี) ในวันเดียวกันได้ โดยแพทย์หรือพยาบาลจะทำการฉีดแยกตำแหน่งที่ผิวหนัง เช่น คนละข้างของต้นขา หรือห่างกันอย่างน้อย 1 นิ้วขึ้นไป การรับวัคซีนร่วมกันนี้ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าไม่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของวัคซีนชนิดอื่น และไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดปฏิกิริยาข้างเคียงที่รุนแรง

4. ข้อห้ามทางการแพทย์ในการใช้วัคซีนชนิดพ่นจมูกในทารกและเด็กเล็ก

แม้ว่าจะมีวัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิดพ่นจมูก (Live Attenuated Influenza Vaccine - LAIV) ให้บริการเป็นทางเลือก แต่ทางการแพทย์มี ข้อห้ามใช้วัคซีนชนิดพ่นจมูกอย่างเด็ดขาดในทารกและเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 2 ปี ด้วยเหตุผลที่สำคัญดังนี้:

  • ความเสี่ยงต่อระบบทางเดินหายใจ: วัคซีนชนิดพ่นจมูกเป็นวัคซีนประเภทเชื้อมีชีวิตที่ทำให้อ่อนฤทธิ์ลง การนำมาใช้ในเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 2 ปี มีข้อมูลชี้ชัดว่าเพิ่มความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญต่อการเกิดภาวะหลอดลมหดเกร็ง (Bronchospasm) และอาการหายใจเสียงหวีด (Wheezing) ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อระบบหายใจของเด็กเล็ก
  • ความอ่อนแอของระบบภูมิคุ้มกัน: ระบบภูมิคุ้มกันเฉพาะที่ในเยื่อบุจมูกของทารกยังพัฒนาได้ไม่เต็มที่ ทำให้การใช้ชีวิตของเชื้อในวัคซีนอาจกระตุ้นการตอบสนองที่รุนแรงเกินไป

ดังนั้น ทารกและเด็กเล็กที่อายุต่ำกว่า 2 ปี จะต้องได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิดเชื้อตายผ่านการฉีดเข้ากล้ามเนื้อ (Inactivated Influenza Vaccine - IIV) เท่านั้น เพื่อความปลอดภัยสูงสุดตามหลักกุมารเวชศาสตร์

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down