ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกถ่ายไม่ออก มีอาการปวดเกร็งหน้าท้องรุนแรง: ความเสี่ยงของภาวะอุจจาระอุดตันในส่วนปลายของลำไส้ใหญ่ทารก

คุณพ่อคุณแม่หลายท่านคงเคยเผชิญกับช่วงเวลาที่ลูกน้อยบิดตัวไปมา ร้องไห้โยเยด้วยความเจ็บปวด พยายามเบ่งถ่ายแต่กลับไม่มีอุจจาระออกมา หรือออกมาเพียงเล็กน้อยเป็นก้อนแข็งเหมือนกระสุน อาการท้องผูกในเด็กเล็กเป็นปัญหาที่พบบ่อยก็จริง แต่บางครั้งเมื่ออาการดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและรุนแรงขึ้น อาจนำไปสู่ภาวะที่ร้ายแรงกว่าที่เรียกว่า ภาวะอุจจาระอุดตันในส่วนปลายของลำไส้ใหญ่ (Fecal Impaction) ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ต้องการการดูแลทางการแพทย์อย่างเร่งด่วน

กลไกการเกิดภาวะอุจจาระอุดตันในส่วนปลายของลำไส้ใหญ่ (Fecal Impaction)

ภาวะอุจจาระอุดตันเกิดขึ้นเมื่ออุจจาระที่แห้ง แข็ง และมีขนาดใหญ่ สะสมและอุดตันอยู่ในลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย โดยเฉพาะบริเวณทวารหนักและลำไส้ตรง จนไม่สามารถเคลื่อนที่ออกมาได้ตามปกติ กลไกหลักๆ มักเริ่มต้นจากการที่ลูกมีอาการท้องผูกเรื้อรัง ไม่ว่าจะเป็นเพราะดื่มน้ำน้อย ไม่ได้รับใยอาหารที่เพียงพอ หรือมีพฤติกรรมการกลั้นอุจจาระ เมื่ออุจจาระค้างอยู่ในลำไส้นานๆ น้ำจะถูกดูดซึมออกจากอุจจาระมากขึ้น ทำให้อุจจาระแข็งตัวและมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งไปอุดตันทางออก

เมื่อลูกกลั้นอุจจาระบ่อยๆ เพราะความเจ็บปวดจากการขับถ่ายอุจจาระแข็งในครั้งก่อนๆ จะยิ่งทำให้กล้ามเนื้อหูรูดทวารหนักหดเกร็งและไม่อนุญาตให้อุจจาระเคลื่อนผ่าน ส่งผลให้อุจจาระยิ่งค้างสะสมและแข็งตัวมากขึ้นไปอีก กลายเป็นวงจรที่ไม่จบสิ้นและนำไปสู่ภาวะอุจจาระอุดตันในที่สุด

สัญญาณเตือนภัยเงียบที่บ่งบอกว่ามีอุจจาระค้างคาในลำไส้ปริมาณมาก

ก่อนที่อาการจะรุนแรงจนถึงขั้นปวดเกร็งอย่างมาก มักมีสัญญาณบางอย่างที่คุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตได้:

  • ถ่ายอุจจาระน้อยลง หรือห่างออกไปผิดปกติ: เช่น จากที่เคยถ่ายทุกวันหรือวันเว้นวัน กลายเป็น 2-3 วันถ่ายที หรืออาจจะถ่ายบ่อยครั้งแต่มีปริมาณน้อยมาก
  • อุจจาระมีลักษณะเป็นก้อนเล็ก แข็ง: คล้าย “ขี้แพะ” หรือ “เม็ดกระสุน” ซึ่งบ่งบอกว่าอุจจาระได้ค้างอยู่ในลำไส้นานและขาดน้ำ
  • มีอุจจาระเหลวเล็ดออกมาโดยไม่รู้ตัว: ซึ่งอาจดูเหมือนท้องเสีย แต่จริงๆ แล้วคืออุจจาระเหลวที่แทรกซึมเล็ดรอดออกมาจากช่องว่างรอบๆ ก้อนอุจจาระที่อุดตันอยู่ภายใน
  • เบ่งถ่ายนาน มีอาการเจ็บปวดขณะถ่าย: ลูกจะแสดงสีหน้าเจ็บปวด ร้องไห้ หรือหลีกเลี่ยงการถ่าย
  • ปวดท้องเรื้อรัง หรือปวดเป็นๆ หายๆ: อาจไม่รุนแรงแต่ทำให้ลูกไม่สบายตัว ท้องอืด ท้องผายลมบ่อย
  • ทานอาหารได้น้อยลง น้ำหนักไม่ขึ้น หรือน้ำหนักลด: เนื่องจากลำไส้อุดตันทำให้รู้สึกอิ่มหรือไม่อยากอาหาร

อาการแสดงทางคลินิกที่ต้องพามาพบแพทย์เพื่อทำการตรวจสวนหรือระบายออก

หากลูกน้อยมีสัญญาณเตือนข้างต้นและพัฒนาไปสู่อาการเหล่านี้ ควรรีบพามาพบกุมารแพทย์ทันที:

  • ปวดเกร็งหน้าท้องรุนแรง: ลูกจะร้องไห้งอแงไม่หยุด บิดตัวไปมา พยายามเบ่งแต่ไม่สำเร็จ ท้องแข็งตึง
  • คลื่นไส้ อาเจียน: โดยเฉพาะหากมีอาการปวดท้องรุนแรงร่วมด้วย อาจบ่งบอกถึงการอุดตันที่มากขึ้น
  • มีไข้ร่วมด้วย: อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อหรือภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง
  • มีเลือดปนมากับอุจจาระ หรือมีเลือดออกทางทวารหนัก: อาจเกิดจากการบาดเจ็บของผนังลำไส้หรือทวารหนัก
  • ไม่ถ่ายอุจจาระติดต่อกันหลายวัน: เกิน 3-4 วัน และมีอาการไม่สบายตัวอย่างชัดเจน
  • ท้องผูกเรื้อรังที่รักษายังไงก็ไม่หาย: แม้จะพยายามปรับอาหารหรือใช้ยาช่วยแล้วก็ตาม

การรักษาภาวะอุจจาระอุดตันในระยะแรก แพทย์อาจพิจารณาใช้ยาเหน็บหรือการสวนอุจจาระเพื่อช่วยระบายก้อนอุจจาระที่อุดตันอยู่ออกไป ซึ่งต้องทำภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น ไม่ควรลองทำเองที่บ้าน เพราะอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บหรือภาวะแทรกซ้อนได้

การป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำด้วยการปรับโครงสร้างอาหารและการกินยาอย่างต่อเนื่อง

เมื่อก้อนอุจจาระที่อุดตันถูกระบายออกไปแล้ว ขั้นตอนที่สำคัญไม่แพ้กันคือการป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ ซึ่งเป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากคุณพ่อคุณแม่และลูกน้อยอย่างสม่ำเสมอ

1. การปรับโครงสร้างอาหารและพฤติกรรม:

  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ: เน้นการดื่มน้ำเปล่าให้มากพอตลอดวัน เพื่อช่วยให้อุจจาระนุ่มและเคลื่อนที่ได้ง่าย
  • เพิ่มใยอาหารในมื้ออาหาร: ให้ลูกทานผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีท ซึ่งเป็นแหล่งของใยอาหารที่ดี
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่อาจทำให้ท้องผูก: เช่น นมวัวในปริมาณมากเกินไป ชีส หรืออาหารแปรรูปบางชนิด
  • ฝึกขับถ่ายให้เป็นเวลา: ชวนลูกนั่งชักโครกหรือกระโถกเป็นประจำทุกวัน หลังมื้ออาหารประมาณ 15-30 นาที วันละ 1-2 ครั้ง ครั้งละ 5-10 นาที เพื่อสร้างนิสัยการขับถ่าย
  • ส่งเสริมให้ลูกเคลื่อนไหวร่างกาย: การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้

2. การใช้ยาภายใต้คำแนะนำของแพทย์:

  • ยาช่วยให้อุจจาระนุ่ม (Stool Softeners): แพทย์อาจสั่งยาในกลุ่มนี้เพื่อทำให้อุจจาระนุ่มและขับถ่ายง่ายขึ้น โดยมักจะต้องรับประทานต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหนึ่ง
  • ยาระบาย (Laxatives): ในบางกรณีที่จำเป็น แพทย์อาจพิจารณาใช้ยาระบายอ่อนๆ เพื่อช่วยกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้ โดยต้องใช้ตามปริมาณและระยะเวลาที่แพทย์กำหนดอย่างเคร่งครัด
  • การติดตามผลอย่างใกล้ชิด: สิ่งสำคัญคือการพบแพทย์ตามนัดหมาย เพื่อปรับยาและประเมินผลการรักษาอย่างต่อเนื่อง

ภาวะอุจจาระอุดตันในทารกเป็นปัญหาที่ป้องกันได้ และสามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยความเข้าใจและอดทน หากคุณพ่อคุณแม่สงสัยว่าลูกมีอาการดังกล่าว หรือมีปัญหาท้องผูกเรื้อรัง อย่าลังเลที่จะปรึกษากุมารแพทย์เพื่อรับคำแนะนำและการรักษาที่ถูกต้อง การดูแลลูกน้อยด้วยความรักและความเอาใจใส่ จะช่วยให้ลูกมีสุขภาพที่ดีและเติบโตได้อย่างสมบูรณ์แข็งแรง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down