ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เข้าใจโรคปวดคอเรื้อรังและภัยเงียบจากการหักคอ

อาการปวดคอเรื้อรัง (Chronic Neck Pain) นับเป็นปัญหาสุขภาพระดับโลกที่พบได้บ่อยขึ้นเรื่อยๆ ในยุคดิจิทัล จากสถิติทางการแพทย์พบว่าประชากรวัยทำงานมากกว่าครึ่งหนึ่งเคยเผชิญกับอาการปวดคออย่างน้อยหนึ่งครั้งในรอบปี และมีแนวโน้มกลายเป็นโรคเรื้อรังได้หากไม่ได้รับการรักษาที่ตรงจุด กลุ่มเสี่ยงหลักได้แก่ พนักงานออฟฟิศที่ต้องนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ผู้ที่ติดการใช้งานสมาร์ทโฟนตลอดทั้งวันจนเกิดภาวะคอก้ม (Text Neck) ตลอดจนผู้สูงอายุที่มีความเสื่อมของกระดูกต้นคอตามวัย

เมื่อเกิดอาการปวดตึงบริเวณต้นคอ หลายคนมักเลือกใช้วิธีแก้ขัดด้วยการบิดคอหรือหักคอตัวเองให้มีเสียงดังกร๊อบ เพราะมีความเชื่อผิดๆ ว่าจะช่วยให้คอโล่งและคลายเส้นได้ทันที ในความเป็นจริง การหักคอไม่ว่าจะเป็นการทำด้วยตนเองหรือทำโดยผู้ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ถือเป็นพฤติกรรมที่มีความเสี่ยงสูงมากต่อระบบประสาทและหลอดเลือดบริเวณคอ แรงบิดและแรงกระชากที่รุนแรงอาจทำให้เส้นเอ็นฉีกขาด ข้อต่ออักเสบรุนแรง หมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้นประสาท หรือในกรณีที่ร้ายแรงที่สุดคือการฉีกขาดของผนังหลอดเลือดแดงใหญ่ที่ไปเลี้ยงสมอง (Vertebral Artery Dissection) ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะหลอดเลือดสมองอุดตันหรืออัมพฤกษ์อัมพาตได้ในพริบตา

สาเหตุและกลไกการเกิดอาการปวดคอเรื้อรัง

เพื่อการรักษาที่ยั่งยืน จำเป็นต้องทำความเข้าใจถึงกลไกและต้นตอของอาการปวดคอเรื้อรัง ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็นหลายสาเหตุหลักตามหลักการแพทย์ออร์โดิกส์:

  • กลุ่มโรคกล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรังและจุดกดเจ็บ (Myofascial Pain Syndrome): เกิดจากการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อคอและบ่าเป็นเวลานานจนเกิดเป็นปมกล้ามเนื้อแข็งตึง มักสัมพันธ์กับท่าทางที่ไม่ถูกต้อง (Poor Posture) การนั่งทำงานผิดหลักการศาสตร์แห่งการทำงาน (Ergonomics) และความเครียดสะสม
  • ความเสื่อมของข้อต่อกระดูกต้นคอ (Cervical Spondylosis): ตามวัยที่เพิ่มขึ้นหรือการใช้งานข้อต่อกระดูกคอหนักเกินไป ทำให้กระดูกอ่อนผิวข้อสึกหรอ เกิดหินปูนหรือกระดูกงอกไปกดทับรากประสาท ทำให้มีอาการปวดร้าวลงแขนร่วมด้วย
  • หมอนรองกระดูกสันหลังส่วนคอเสื่อมหรือเคลื่อนทับเส้นประสาท (Cervical Herniated Disc): หมอนรองกระดูกที่ทำหน้าที่รองรับแรงกระแทกเกิดการปริแตกหรือเคลื่อนตัวออกมากดทับเส้นประสาทไขสันหลัง ส่งผลให้มีอาการปวดแปล๊บ ชา หรือกล้ามเนื้อแขนอ่อนแรง
  • การบาดเจ็บของเอ็นยึดกระดูกสันหลัง (Cervical Ligament Sprain): จากอุบัติเหตุทางรถยนต์ เช่น ภาวะคอสะบัดอย่างรุนแรง (Whiplash Injury) หรือการกระแทกซ้ำๆ

อาการสำคัญและสัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

อาการปวดคอทั่วไปมักมีอาการปวดตึงกล้ามเนื้อบริเวณต้นคอ บ่า ไหล่ หรือมีอาการปวดศีรษะร่วมด้วยเมื่อหันคอผิดท่า แต่หากมีอาการในกลุ่มที่เป็นสัญญาณอันตราย (Red Flag Symptoms) จำเป็นต้องเข้ารับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้ออย่างเร่งด่วน:

  • มีอาการชาบริเวณแขน มือ หรือนิ้วมือร่วมด้วยอย่างต่อเนื่อง
  • มีอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อแขน กำมือไม่แน่น หรือทำของตกหล่นบ่อยครั้ง
  • อาการปวดร้าวลงไปที่แขนหรือมือคล้ายกระแสไฟฟ้าช็อต
  • มีอาการปวดศีรษะรุนแรง เวียนศีรษะ บ้านหมุน คลื่นไส้ อาเจียน ร่วมกับการทรงตัวผิดปกติ
  • มีไข้ร่วมกับอาการปวดคอ หรือคอแข็งเกร็งจนก้มคอคางชิดอกไม่ได้
  • อาการปวดคอไม่ดีขึ้นเลยแม้จะพักผ่อน หรือมีอาการปวดรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ แม้ในเวลากลางคืนขณะนอนหลับ
ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากท่านมีอาการชาหรืออ่อนแรงร่วมกับอาการปวดคอ ห้ามทำการนวดแผนไทยอย่างรุนแรงหรือดัดกระดูกเด็ดขาด เพราะอาจทำให้หมอนรองกระดูกที่กดทับเส้นประสาทอยู่แล้วเคลื่อนหลุดออกมามากขึ้น จนส่งผลให้เกิดภาวะอัมพาตของแขนหรือร่างกายส่วนล่างได้

วิธีตรวจวินิจฉัยโรคปวดคอเรื้อรัง

การวินิจฉัยโรคปวดคอเรื้อรังอย่างแม่นยำมีความสำคัญอย่างยิ่งในการวางแผนการรักษา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะมีขั้นตอนการประเมินดังนี้:

  • การซักประวัติอย่างละเอียด: ระยะเวลาของอาการ ลักษณะความเจ็บปวด ท่าทางการทำงาน และอุบัติเหตุในอดีต
  • การตรวจร่างกายทางระบบประสาทและกระดูกและข้อ: ตรวจช่วงการเคลื่อนไหวของคอ (Range of Motion) การทำงานของกล้ามเนื้อ รีเฟล็กซ์ และการรับความรู้สึกที่แขนและมือ
  • การถ่ายภาพรังสีเอกซเรย์ (X-ray): เพื่อดูความโค้งของกระดูกสันหลัง ความเสื่อมของข้อต่อ และภาวะกระดูกงอก
  • การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI): ในกรณีที่แพทย์สงสัยว่ามีภาวะหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท หรือมีความผิดปกติของเนื้อเยื่ออ่อน เส้นประสาท และไขสันหลัง เพื่อให้เห็นภาพโครงสร้างได้อย่างละเอียดชัดเจน

วิธีดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

การรักษาอาการปวดคอเรื้อรังในปัจจุบันเน้นการรักษาแบบผสมผสานที่ไม่ต้องผ่าตัด (Conservative Treatment) โดยมุ่งเน้นการลดปวด คลายกล้ามเนื้อ และฟื้นฟูโครงสร้างร่างกายให้กลับมาใช้งานได้ปกติ ดังนี้:

  • การใช้ยาภายใต้คำแนะนำของแพทย์: ประกอบด้วยยาแก้ปวดทั่วไป (เช่น พาราเซตามอล) ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) สำหรับลดอาการอักเสบ และยากลุ่มคลายกล้ามเนื้อ (Muscle Relaxants) ในกรณีที่มีการเกร็งตัวของกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง
  • กายภาพบำบัดขั้นสูง (Physical Therapy): เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ประกอบด้วยการใช้เครื่องมือทางกายภาพ เช่น การอัลตราซาวด์บำบัดเพื่อลดการอักเสบในชั้นลึก การใช้คลื่นกระแทก (Shockwave Therapy) เพื่อสลายปมกล้ามเนื้อตึงตัวเรื้อรัง และการดึงคอด้วยเครื่องมือแพทย์ (Cervical Traction) เพื่อลดแรงกดทับบริเวณหมอนรองกระดูก
  • การปรับท่าทางและการออกกำลังกายเฉพาะส่วน: การบริหารกล้ามเนื้อคอและสะบักเพื่อเพิ่มความแข็งแรง (Cervical Strengthening Exercises) และการปรับท่านั่งทำงานตามหลักการยศาสตร์
  • การรักษาด้วยการฉีดยาเข้าโพรงกระดูกสันหลังหรือข้อต่อ: ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการอักเสบเรื้อรังและรักษาด้วยวิธีอื่นไม่หาย แพทย์อาจพิจารณาฉีดยาสตียรอยด์ปริมาณน้อยร่วมกับยาชาเฉพาะที่ภายใต้เครื่องเอกซเรย์นำทาง เพื่อลดการอักเสบเฉพาะจุดอย่างตรงจุด
คำแนะนำจากคุณหมอ: แทนที่จะเลือกใช้วิธีหักคอที่มีความเสี่ยงสูง แนะนำให้ใช้วิธีการประคบอุ่นบริเวณต้นคอฟวันละสิบห้าถึงยี่สิบนาที เพื่อช่วยให้หลอดเลือดขยายตัวและคลายการเกร็งของกล้ามเนื้อร่วมกับการยืดเหยียดกล้ามเนื้อคออย่างนุ่มนวล (Gentle Stretching) จะเป็นวิธีที่ปลอดภัยและได้ผลดีในระยะยาว

การป้องกันและการปรับพฤติกรรมเพื่อตัดวงจรปวดคอเรื้อรัง

การป้องกันไม่ให้กลับมาปวดคอซ้ำซ้อนต้องอาศัยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันอย่างจริงจัง:

  • ปรับระดับหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในระดับสายตาพอดี เพื่อป้องกันไม่ให้ต้องก้มหรือเงยหน้าเป็นเวลานาน
  • หลีกเลี่ยงการหนีบโทรศัพท์ไว้ระหว่างหูและไหล่ขณะสนทนา
  • เลือกใช้หมอนหนุนนอนที่มีความสูงและความนุ่มพอAเหมาะ รองรับส่วนโค้งของกระดูกต้นคอได้อย่างพอดี ไม่ควรใช้หมอนที่สูงหรือต่ำเกินไป
  • ลุกขึ้นเปลี่ยนอิริยาบถและยืดเหยียดกล้ามเนื้อคอและบ่าทุกๆ สี่สิบห้าถึงหกสิบนาทีเมื่อต้องนั่งทำงานนานๆ
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวและกล้ามเนื้อรอบกระดูกสันหลัง

สรุปแนวทางดูแลตนเองสำหรับผู้ป่วยปวดคอเรื้อรัง

อาการปวดคอเรื้อรังไม่ใช่เรื่องไกลตัวและไม่ควรปล่อยทิ้งไว้จนลุกลาม การหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงอย่างการหักคอด้วยตนเอง และหันมาใช้วิธีการรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นการทำกายภาพบำบัด การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และการพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการวินิจฉัยที่แม่นยำ จะช่วยคืนสุขภาพกระดูกคอที่แข็งแรงและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีกลับคืนมาได้อย่างยั่งยืน

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down