ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

"เชื้อ HPV ติดแล้วเป็นแค่มะเร็งปากมดลูกในผู้หญิงไม่ใช่หรือ" เป็นคำถามที่แพทย์มักได้รับการถามอยู่เสมอในห้องตรวจ หลายคนยังคงมีความเข้าใจผิดว่าไวรัสฮิวแมนแปปิลโลมา หรือ HPV (Human Papillomavirus) เป็นเรื่องไกลตัวสำหรับผู้ชาย และสร้างความเสียหายให้เฉพาะระบบสืบพันธุ์ของผู้หญิงเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงทางการแพทย์ ไวรัสชนิดนี้สามารถติดต่อผ่านการสัมผัสทางผิวหนังและเยื่อบุ ซึ่งส่งผลให้เกิดโรคร้ายแรงในอวัยวะส่วนอื่นได้มากกว่าที่คิด

มะเร็งช่องปากและลำคอจาก HPV: สัญญาณเตือนที่หลายคนมองข้าม

เมื่อพูดถึงมะเร็งในช่องปากและโคนลิ้น คนส่วนใหญ่มักนึกถึงผู้ที่สูบบุหรี่จัดหรือดื่มแอลกอฮอล์เป็นหลัก แต่ปัจจุบันวงการแพทย์พบแนวโน้มผู้ป่วย HPV มะเร็งช่องปาก เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มคนอายุน้อยที่ไม่เคยสูบบุหรี่มาก่อน

การมีเพศสัมพันธ์ทางปาก (Oral Sex) เป็นช่องทางหลักที่ทำให้เชื้อ HPV โดยเฉพาะสายพันธุ์ความเสี่ยงสูงอย่าง HPV 16 เข้าสู่เยื่อบุช่องปาก ลำคอ และต่อมทอนซิล ไวรัสจะเข้าไปเปลี่ยนแปลงรหัสพันธุกรรมของเซลล์เยื่อบุ จนเกิดการแบ่งตัวที่ผิดปกติและกลายเป็นเซลล์มะเร็งในที่สุด

สัญญาณเตือนโรคมะเร็งช่องปากและลำคอที่ต้องระวัง

  • อาการเจ็บคอเรื้อรังที่รักษาไม่หายขาดเกินกว่า 2-3 สัปดาห์
  • กลืนอาหารลำบาก หรือรู้สึกเหมือนมีก้อนจุกค้างอยู่ในลำคอ
  • เจ็บหูข้างใดข้างหนึ่งโดยตรวจไม่พบการติดเชื้อในช่องหู
  • คลำพบก้อนที่บริเวณคอหรือใต้ขากรรไกรโดยไม่มีอาการเจ็บ
  • เสียงแหบหรือการออกเสียงเปลี่ยนไปจากเดิม

มะเร็งทวารหนักและ HPV: ใครบ้างที่ต้องเฝ้าระวัง และมีวิธีคัดกรองอย่างไร

เยื่อบุบริเวณทวารหนักมีความบอบบางและมีลักษณะทางกายภาพใกล้เคียงกับเยื่อบุบริเวณปากมดลูก ทำให้เชื้อไวรัสสามารถเข้าสู่เซลล์ได้ง่าย การเกิดภาวะ HPV มะเร็งทวารหนัก จึงมีความสัมพันธ์กับสายพันธุ์ความเสี่ยงสูง เช่น HPV 16 และ HPV 18 อย่างชัดเจน

กลุ่มเสี่ยงที่ควรได้รับการตรวจเฝ้าระวัง

ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดมะเร็งทวารหนัก ได้แก่ ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ติดเชื้อ HIV หรือผู้ที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน รวมทั้งผู้หญิงที่มีประวัติเคยพบความผิดปกติของเซลล์ปากมดลูกระยะก่อนมะเร็ง

แนวทางการคัดกรองมะเร็งทวารหนัก

การตรวจคัดกรองทำได้ด้วยการเก็บเซลล์บริเวณทวารหนักไปตรวจทางห้องปฏิบัติการ (Anal Pap Smear) เพื่อหาเซลล์ที่ผิดปกติ หากพบความเสี่ยง แพทย์จะทำการส่องกล้องขยายสูงบริเวณทวารหนัก (High-Resolution Anoscopy: HRA) เพื่อตรวจหาและรักษาเนื้อเยื่อผิดปกติระยะก่อนมะเร็งได้ทันท่วงที

โรคมะเร็งอวัยวะเพศชายและโรคมะเร็งแคม/ช่องคลอดที่เกี่ยวข้องกับ HPV: ทำความเข้าใจความเสี่ยง

การติดเชื้อ HPV มะเร็งอวัยวะเพศ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่โครงสร้างภายในของผู้หญิง แต่ยังรวมถึงอวัยวะเพศภายนอกทั้งชายและหญิง ซึ่งเกิดจากการสัมผัสแนบชิดระหว่างผิวหนังต่อผิวหนังขณะมีเพศสัมพันธ์

มะเร็งอวัยวะเพศชาย (Penile Cancer)

แม้จะพบได้ไม่บ่อยเท่ามะเร็งชนิดอื่น แต่มากกว่าร้อยละ 50 ของผู้ป่วยมะเร็งอวัยวะเพศชายมีความเชื่อมโยงกับการติดเชื้อ HPV สัญญาณเตือนเริ่มแรกอาจปรากฏเป็นผื่นแดง แผลเรื้อรังที่รักษาไม่หาย ตุ่มเนื้อ หรือการหนาตัวของผิวหนังบริเวณปลายอวัยวะเพศชายและหนังหุ้มปลาย

มะเร็งแคมและมะเร็งช่องคลอด (Vulvar and Vaginal Cancer)

สำหรับผู้หญิง เชื้อ HPV สายพันธุ์อันตรายสามารถก่อให้เกิดมะเร็งบริเวณปากช่องคลอด (แคม) และผนังช่องคลอดได้เช่นกัน ผู้ป่วยมักมีอาการคันเรื้อรังบริเวณอวัยวะเพศ สีผิวหนังเปลี่ยนแปลง เกิดตุ่มหรือแผลที่รักษาไม่หาย รวมถึงมีเลือดออกผิดปกติที่ไม่ใช่ฤดูประจำเป็นสัญญาณเตือน

ภาวะติ่งเนื้อในกล่องเสียงและหลอดลมในทารก: ภัยเงียบจากการติดเชื้อ HPV สู่ลูกรักขณะคลอด

นอกเหนือจากโรคมะเร็งในผู้ใหญ่แล้ว เชื้อ HPV ยังส่งผลกระทบอันน่ากังวลต่อทารกแรกเกิดได้อีกด้วย โรคติ่งเนื้อในกล่องเสียงและทางเดินหายใจในเด็ก (Juvenile-onset Recurrent Respiratory Papillomatosis: JORRP) เป็นภาวะที่ทารกได้รับเชื้อ HPV สายพันธุ์ 6 หรือ 11 จากมารดาขณะเคลื่อนตัวผ่านช่องคลอด

การดูแลสุขภาพและการตรวจคัดกรองของคุณแม่ในระยะตั้งครรภ์ มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการลดความเสี่ยงและปกป้องทางเดินหายใจของลูกน้อย

เมื่อทารกได้รับเชื้อ ไวรัสจะเข้าไปเจริญเติบโตบริเวณเยื่อบุกล่องเสียงและหลอดลม เกิดเป็นติ่งเนื้อ (Papilloma) งอกอุดกั้นทางเดินหายใจ สัญญาณเตือนที่พ่อแม่ต้องสังเกตคือ ลูกน้อยมีเสียงร้องไห้แหบ เสียงหายใจดังครืดคราดหรือวี้ด (Stridor) ไอเรื้อรัง หายใจลำบาก หรือมีอาการหน้าเขียวเนื่องจากขาดอากาศ ซึ่งแม้ติ่งเนื้อนี้จะไม่ใช่มะเร็ง แต่สามารถงอกซ้ำเรื้อรังและอุดกั้นทางเดินหายใจจนเป็นอันตรายถึงชีวิตหากไม่ได้รับการรักษาจากแพทย์

การป้องกันและการดูแลตนเองเพื่อลดความเสี่ยงจาก HPV

แม้เชื้อ HPV จะติดต่อได้ง่ายและก่อโรคร้ายแรงได้ในหลายระบบของร่างกาย แต่เราสามารถลดความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่านแนวทางปฏิบัติดังนี้:

  • การฉีดวัคซีนป้องกัน HPV: เป็นวิธีการป้องกันที่มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยเริ่มฉีดได้ทั้งในเด็กหญิงและเด็กชายตั้งแต่อายุ 9 ขวบขึ้นไป เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันก่อนการสัมผัสเชื้อครั้งแรก
  • การใช้ถุงยางอนามัย: ช่วยลดโอกาสสัมผัสเชื้อบริเวณเยื่อบุ แม้จะไม่สามารถป้องกันได้ร้อยละ 100 แต่สามารถลดการแพร่กระจายเชื้อได้อย่างมีนัยสำคัญ
  • การสังเกตความผิดปกติและการตรวจคัดกรอง: หมั่นสังเกตการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย และเข้ารับการตรวจคัดกรองตามคำแนะนำของแพทย์อย่างสม่ำเสมอ

หากพบอาการผิดปกติที่ไม่ทราบสาเหตุ ควรรีบพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการตรวจวินิจฉัยตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพราะการตรวจพบเร็วคือหัวใจสำคัญของการรักษาให้หายขาด

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down