ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมต้องการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและภาพรวมของโรค

มะเร็งปากมดลูก (Cervical Cancer) นับเป็นหนึ่งในปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญระดับโลกและในประเทศไทย แม้ว่าโรคนี้จะเป็นหนึ่งในไม่กี่ชนิดของมะเร็งที่สามารถป้องกันและรักษาให้หายขาดได้หากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มแรก แต่ในแต่ละปีก็ยังมีผู้ป่วยใหม่และผู้เสียชีวิตจากโรคนี้เป็นจำนวนมาก สาเหตุหลักมาจากความล่าช้าในการตรวจคัดกรอง หรือการใช้วิธีการตรวจที่ยังมีความไวในการตรวจพบเชื้อไม่เพียงพอในระยะก่อนเป็นมะเร็ง ดังนั้น การทำความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายการตรวจคัดกรองและเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่จึงเป็นกุญแจสำคัญในการปกป้องสุขภาพของผู้หญิงทุกคน

ในอดีต การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกหลักๆ จะใช้วิธีแปปสเมียร์ (Pap Smear) ซึ่งเป็นการตรวจหาความผิดปกติของเซลล์บริเวณปากมดลูก แต่ในปัจจุบัน การแพทย์ยุคใหม่ได้ก้าว ตรวจ HPV DNA คืออะไร: ความแม่นยำในก ไปสู่อีกระดับด้วยการตรวจหาดีเอ็นเอของเชื้อไวรัสที่เป็นต้นเหตุที่แท้จริงของโรค ซึ่งช่วยให้แพทย์สามารถประเมินความเสี่ยงและวางแผนการรักษาได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น

สาเหตุและกลไกการเกิดโรค: รู้จักกับไวรัสฮิวแมนปัปปิลโลมา

สาเหตุหลักมากกว่าร้อยละเก้าสิบเก้าของมะเร็งปากมดลูกมาจากการติดเชื้อไวรัสฮิวแมนปัปปิลโลมา (Human Papillomavirus หรือ HPV) ซึ่งเป็นกลุ่มไวรัสที่มีมากกว่าร้อยสายพันธุ์ แต่มีเพียงกลุ่มเสี่ยงสูง (High-Risk HPV Types) เท่านั้นที่เป็นตัวการสำคัญในการกระตุ้นให้เซลล์บริเวณปากมดลูกเกิดการกลายพันธุ์และพัฒนาไปเป็นเซลล์มะเร็ง โดยสายพันธุ์ที่พบว่าเป็นต้นเหตุหลักของมะเร็งปากมดลูกทั่วโลกคือสายพันธุ์สิบหกและสิบแปด

การติดเชื้อ HPV ส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากการมีเพศสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นทางช่องคลอด ทวารหนัก หรืออภิปรายถึงการสัมผัสใกล้ชิดบริเวณอวัยวะเพศ โดยเมื่อร่างกายได้รับเชื้อเข้ามา ระบบภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติของร่างกายส่วนใหญ่สามารถกำจัดเชื้อนี้ให้หมดไปได้เองภายในหนึ่งถึงสองปีโดยไม่แสดงอาการใดๆ แต่ในกลุ่มผู้หญิงบางรายที่ร่างกายไม่สามารถกำจัดเชื้อนี้ได้ เชื้อจะแอบแฝงและติดเชื้อเรื้อรัง (Persistent Infection) เป็นระยะเวลาหลายปี ซึ่งการติดเชื้อเรื้อรังจากไวรัสสายพันธุ์เสี่ยงสูงนี้เองที่จะทำให้เซลล์เยื่อบุปากมดลูกเกิดการเปลี่ยนแปลงผิดปกติอย่างช้าๆ จนกลายเป็นรอยโรคก่อนมะเร็ง (Pre-cancerous Lesions) และลุกลามเป็นมะเร็งปากมดลูกในที่สุด

คำแนะนำจากคุณหมอ: การติดเชื้อ HPV เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ทั่วไปในผู้ที่มีเพศสัมพันธ์แล้ว มากกว่าร้อยแปดสิบของผู้หญิงจะเคยได้รับเชื้อนี้อย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต การตรวจพบเชื้อจึงไม่ได้หมายความว่าเป็นมะเร็งเสมอไป แต่เป็นการบอกถึงความเสี่ยงที่ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด

ความแตกต่างระหว่างการตรวจ HPV DNA และการตรวจแบบเดิม

การเปรียบเทียบระหว่างการตรวจคัดกรองแบบดั้งเดิมกับการตรวจหาดีเอ็นเอของไวรัส ช่วยให้เห็นภาพความก้าวหน้าทางการแพทย์ได้อย่างชัดเจน:

  • การตรวจแปปสเมียร์ (Pap Smear): เป็นการเก็บเซลล์จากปากมดลูกมาส่องกล้องจุลทรรศน์เพื่อดูว่าเซลล์มีความผิดรูปร่างไปแล้วหรือไม่ วิธีนี้มีข้อจำกัดคือหากเซลล์ยังไม่ทันเปลี่ยนรูปร่าง แต่อาจมีเชื้อไวรัสแฝงอยู่ ผลตรวจอาจแสดงผลว่าปกติ (False Negative) นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับความชำนาญของพยาธิแพทย์ในการอ่านผล
  • การตรวจแอลบีซี (Liquid-Based Cytology - LBC): เป็นการพัฒนาต่อยอดจากแปปสเมียร์โดยนำเซลล์ไปเก็บบนน้ำยาทำให้เก็บตัวอย่างได้ดีขึ้น แต่ก็ยังเป็นการตรวจดูความผิดปกติของเซลล์ที่เกิดขึ้นแล้ว
  • การตรวจเอชพีวี ดีเอ็นเอ (HPV DNA Test): เป็นการตรวจหาพันธุสารหรือดีเอ็นเอของไวรัส HPV โดยตรงจากเซลล์บริเวณปากมดลูก จุดเด่นสำคัญคือสามารถตรวจพบเชื้อไวรัสได้ตั้งแต่เชื้อเพิ่งเริ่มเข้าสู่ร่างกายและยังไม่ทันทำให้เซลล์ปากมดลูกเกิดความผิดปกติ ส่งผลให้มีความไวในการคัดกรองสูงมาก และช่วยยืดระยะเวลาการตรวจคัดกรองออกไปได้หากผลเป็นลบ

อาการและสัญญาณเตือนภัยที่ต้องระวัง

ในระยะเริ่มต้นของการติดเชื้อ HPV และในระยะก่อนเป็นมะเร็งปากมดลูก ผู้ป่วยมักจะไม่มีอาการผิดปกติใดๆ เลย ซึ่งนี่คือความน่ากลัวของโรคที่ทำให้ผู้หญิงหลายคนละเลยการตรวจคัดกรอง จนกระทั่งโรคดำเนินไปสู่ระยะลุกลาม จึงเริ่มปรากฏอาการเตือนที่สำคัญดังนี้:

  • มีเลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติ เช่น เลือดออกหลังการมีเพศสัมพันธ์ เลือดออกกะปริดกะปรอยนอกรอบประจำเดือน หรือเลือดออกในสตรีที่หมดประจำเดือนไปแล้ว
  • ตกขาวมีความผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด เช่น มีปริมาณมากผิดปกติ มีกลิ่นเหม็น หรือมีเลือดปนในตกขาว
  • มีอาการเจ็บปวดขณะมีเพศสัมพันธ์
  • มีอาการปวดหน่วงบริเวณอุ้งเชิงกราน หรือปวดหลังส่วนล่างเรื้อรังโดยไม่ทราบสาเหตุ

สัญญาณอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที (Red Flag Symptoms)

ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากท่านมีอาการเลือดออกทางช่องคลอดหลังมีเพศสัมพันธ์ หรือมีตกขาวปนเลือดและมีกลิ่นรุนแรง ควรรีบเข้าพบสูตินรีแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยโดยละเอียดทันที ห้ามรอให้ถึงรอบตรวจคัดกรองประจำปี เนื่องจากอาจเป็นสัญญาณเตือนของมะเร็งปากมดลูกระยะลุกลามที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน

วิธีตรวจวินิจฉัยและการรักษาทางการแพทย์

เมื่อมารับการตรวจ HPV DNA แพทย์จะทำการเก็บตัวอย่างเซลล์บริเวณปากมดลูกด้วยเครื่องมือขนาดเล็กที่มีความนุ่มนวล ขั้นตอนการเก็บใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีและมักไม่มีอาการเจ็บปวด ตัวอย่างดังกล่าวจะถูกส่งไปยังห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจหาว่ามีเชื้อไวรัส HPV สายพันธุ์เสี่ยงสูงอยู่หรือไม่

หากผลการตรวจพบเชื้อ HPV DNA แพทย์จะมีแนวทางการดูแลรักษาดังนี้:

  • การตรวจเพิ่มเติม (Triage or Colposcopy): หากพบเชื้อในกลุ่มสายพันธุ์เสี่ยงสูง เช่น สายพันธุ์สิบหกหรือสิบแปด แพทย์อาจแนะนำให้ทำการส่องกล้องตรวจปากมดลูก (Colposcopy) และตัดชิ้นเนื้อบริเวณที่สงสัยไปตรวจทางพยาธิวิทยาเพื่อดูว่ามีรอยโรคก่อนมะเร็งหรือไม่
  • การรักษาตามระยะของโรค: หากพบรอยโรคระยะเริ่มต้น สามารถรักษาได้ด้วยการจี้ด้วยความเย็น การใช้เลเซอร์ หรือการตัดชิ้นเนื้อส่วนลึกออก (LEEP) แต่หากพบในระยะลุกลาม การรักษาจะซับซ้อนขึ้นโดยอาจต้องใช้การผ่าตัด การฉายรังสี หรือการให้เคมีบำบัดร่วมด้วย

การป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การป้องกันมะเร็งปากมดลูกที่ดีที่สุดคือการผสมผสานระหว่างการฉีดวัคซีนป้องกันและการเข้ารับการตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ

  • การฉีดวัคซีนป้องกัน HPV: แนะนำให้ฉีดตั้งแต่วัยเด็กหรือวัยรุ่นก่อนมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก (ช่วงอายุเก้าถึงยี่สิบหปี) แต่ผู้ที่เคยมีเพศสัมพันธ์แล้วก็ยังสามารถฉีดได้เพื่อป้องกันการติดเชื้อสายพันธุ์อื่นที่ยังไม่เคยได้รับ
  • การตรวจคัดกรองสม่ำเสมอ: แม้จะได้รับวัคซีนแล้ว ผู้หญิงทุกคนยังคงต้องเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก (เช่น HPV DNA Test) ตามคำแนะนำของแพทย์อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากวัคซีนไม่สามารถป้องกันได้ครบทุกสายพันธุ์ที่ก่อโรค
  • การปฏิบัติตัวเพื่อสุขภาพที่ดี: หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์กับหลายคู่นอนโดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย งดการสูบบุหรี่เนื่องจากสารนิโคตินส่งผลให้ภูมิคุ้มกันบริเวณปากมดลูกลดลง

สรุปคำแนะนำสำหรับผู้รับบริการ

การตรวจ HPV DNA คือเครื่องมือทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพสูงในการคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ช่วยให้สามารถตรวจพบความเสี่ยงได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนที่จะเกิดความผิดปกติของเซลล์ การใส่ใจดูแลสุขภาพตนเองและการตรวจคัดกรองตามกำหนดจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down