ทำไมต้องวัคซีน HPV และสถานการณ์โรคมะเร็งปากมดลูกในปัจจุบัน
โรคมะเร็งปากมดลูกยังคงเป็นหนึ่งในปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญระดับโลกและในประเทศไทย คร่าชีวิตผู้หญิงไทยเป็นจำนวนมากในแต่ละปี สาเหตุหลักมากกว่าร้อยละเก้าสิบเก้าเกิดจากการติดเชื้อไวรัสฮิวแมนปัปปิลโลมา หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ Human Papillomavirus (HPV) ชนิดความเสี่ยงสูง การแพร่ระบาดของเชื้อนี้เกิดขึ้นได้ง่ายผ่านทางการมีเพศสัมพันธ์ ทำให้ผู้หญิงและผู้ชายส่วนใหญ่มีโอกาสได้รับเชื้อนี้อย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต การฉีด วัคซีน HPV ป้องกันมะเร็งปากมดลูกที่ คลินิกหมอสุภารัตน์ ตรัง จึงเป็นมาตรการป้องกันปฐมภูมิที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในการตัดวงจรการติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์อันตราย ลดความเสี่ยงในการเกิดรอยโรคก่อนมะเร็ง และลดอัตราการเสียชีวิตได้อย่างเบ็ดเสร็จ
สาเหตุและกลไกการเกิดโรคจากเชื้อไวรัส HPV
ไวรัส HPV เป็นกลุ่มของไวรัสขนาดเล็กที่มีมากกว่าสองร้อยสายพันธุ์ แต่มีประมาณสี่สายพันธุ์หลักที่แพทย์ให้ความสำคัญ แบ่งออกเป็นกลุ่มความเสี่ยงต่ำ เช่น สายพันธุ์หกและสิบเอ็ด ซึ่งมักทำให้เกิดโรคหูดหงอนไก่ที่ผิวหนังและอวัยวะเพศ และกลุ่มความเสี่ยงสูง เช่น สายพันธุ์สิบหกและสิบแปด ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ก่อให้เกิดมะเร็งปากมดลูก มะเร็งช่องคลอด มะเร็งปากอวัยวะเพศ มะเร็งทวารหนัก และมะเร็งในช่องคอ
กลไกการเกิดโรคเริ่มต้นเมื่อเยื่อบุผิวบริเวณอวัยวะเป้าหมายสัมผัสกับเชื้อไวรัส ไวรัสจะเข้าสู่เซลล์และฝังตัวในชั้น basal cells ของเนื้อเยื่อ จากนั้นจะกระตุ้นให้เซลล์มีการแบ่งตัวผิดปกติอย่างควบคุมไม่ได้ หากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายไม่สามารถกำจัดเชื้อนี้ออกไปได้ การติดเชื้อเรื้อรังจะดำเนินต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี จนกระทั่งพัฒนาไปเป็นรอยโรคก่อนมะเร็ง (Cervical Intraepithelial Neoplasia: CIN) และลุกลามกลายเป็นมะเร็งปากมดลูกในที่สุด การได้รับวัคซีนก่อนที่จะสัมผัสเชื้อจึงเปรียบเสมือนการสร้างเกราะคุ้มกันให้เม็ดเลือดขาวรู้จักและทำลายเชื้อไวรัสได้ทันทีตั้งแต่เริ่มแรก
อาการและสัญญาณเตือนอันตรายของโรคมะเร็งปากมดลูก
ในระยะเริ่มต้นของการติดเชื้อไวรัส HPV และระยะก่อนเป็นมะเร็ง ผู้ป่วยมักจะไม่แสดงอาการผิดปกติใดๆ เลย ซึ่งนี่คือความน่ากลัวของโรค ทำให้ผู้หญิงหลายคนชะล่าใจและไม่ได้เข้ารับการตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ จนกระทั่งโรคพัฒนาเข้าสู่ระยะลุกลาม จึงเริ่มปรากฏสัญญาณเตือนอันตรายที่ผู้ป่วยควรสังเกตและรีบมาพบแพทย์โดยเร็ว
- เลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติ เช่น เลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ เลือดออกกะปริดกะปรอยนอกรอบเดือน หรือเลือดออกในสตรีวัยทองที่หมดประจำเดือนไปแล้ว
- ตกขาวผิดปกติ มีปริมาณมาก มีกลิ่นเหม็น หรือมีเลือดปนในตกขาว
- มีอาการปวดหน่วงบริเวณอุ้งเชิงกราน หรือปวดหลังส่วนล่างเรื้อรังโดยไม่ทราบสาเหตุ
- เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์
- ในระยะลุกลาม อาจมีอาการขาบวม ปัสสาวะเป็นเลือด หรือถ่ายอุจจาระปนเลือดเนื่องจากการกดเบียดของก้อนเนื้อ
วัคซีน HPV ฉีดช่วงอายุไหนได้ผลดีที่สุด
คำถามที่พบบ่อยจากผู้รับบริการที่ คลินิกหมอสุภารัตน์ ตรัง คือ ควรเริ่มฉีดวัคซีนตอนอายุเท่าไหร่ และอายุมากแล้วยังสามารถฉีดได้หรือไม่ หลักการทางการแพทย์ยืนยันตรงกันว่า ช่วงอายุที่ได้ผลดีที่สุดและสร้างภูมิคุ้มกันได้สูงที่สุดคือ ช่วงก่อนการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก หรือกลุ่มเด็กและวัยรุ่นอายุตั้งแต่เก้าถึงสิบห้าปี
เหตุผลที่แนะนำให้ฉีดในช่วงอายุดังกล่าวเนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันของเด็กและวัยรุ่นจะตอบสนองต่อวัคซีนได้ดีมาก ทำให้ร่างกายสร้างปริมาณแอนติบอดีในระดับสูง และที่สำคัญคือยังไม่เคยได้รับเชื้อไวรัส HPV ชนิดใดมาก่อนในชีวิต วัคซีนจึงทำหน้าที่ป้องกันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ตามศักยภาพของวัคซีน
อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่มีอายุเกินสิบห้าปี หรือผู้ที่ผ่านการมีเพศสัมพันธ์มาแล้ว ก็ยังมีความจำเป็นและสามารถฉีด วัคซีน HPV ป้องกันมะเร็งปากมดลูกที่ คลินิกหมอสุภารัตน์ ตรัง ได้เช่นกัน แม้ว่าอาจจะเคยได้รับเชื้อบางสายพันธุ์ไปแล้ว แต่ตัววัคซีนยังคงมีประโยชน์ในการช่วยป้องกันการติดเชื้อสายพันธุ์อื่นๆ ที่ยังไม่เคยได้รับ ช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อซ้ำ และป้องกันโรคมะเร็งในสายพันธุ์ที่ครอบคลุมในวัคซีน ปัจจุบันองค์การอนามัยโลกและราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์ฯ แนะนำให้ฉีดได้จนถึงอายุสี่สิบห้าปี หรือขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ในการประเมินความเสี่ยงรายบุคคล
ผู้ชายฉีดวัคซีน HPV ได้ไหม และมีประโยชน์อย่างไร
ความเข้าใจที่ว่าวัคซีน HPV เป็นเรื่องของผู้หญิงเท่านั้น เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ในความเป็นจริงแล้ว ผู้ชายก็สามารถและควรได้รับการฉีดวัคซีน HPV เช่นเดียวกัน เนื่องจากเชื้อไวรัสชนิดนี้ไม่ได้ก่อโรคแค่เพียงมะเร็งปากมดลูกในผู้หญิงเท่านั้น แต่ยังเป็นสาเหตุหลักของโรคในผู้ชายด้วย
- ป้องกันโรคมะเร็งทวารหนัก มะเร็งองคชาต และมะเร็งในช่องคอและลำคอ ซึ่งสัมพันธ์กับการติดเชื้อ HPV
- ป้องกันโรคหูดหงอนไก่บริเวณอวัยวะเพศและทวารหนัก ซึ่งสร้างความเจ็บปวดและรักษายาก
- ลดอัตราการแพร่เชื้อไวรัสไปยังคู่นอน เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ในสังคมและลดอุบัติการณ์การเกิดโรคมะเร็งในภาพรวม
ชนิดของวัคซีน HPV และแนวทางการฉีดที่ถูกต้อง
ปัจจุบันวัคซีน HPV ที่ให้บริการทางการแพทย์แบ่งออกเป็นชนิดหลักๆ ตามจำนวนสายพันธุ์ที่ครอบคลุม ได้แก่ ชนิดสองสายพันธุ์ ชนิดสี่สายพันธุ์ และชนิดเก้าสายพันธุ์ ซึ่งชนิดเก้าสายพันธุ์เป็นรุ่นใหม่ล่าสุดที่ครอบคลุมการป้องกันได้กว้างขวางที่สุด
แนวทางการฉีดวัคซีนจะแบ่งตามกลุ่มอายุของผู้รับบริการ:
- กลุ่มเด็กอายุเก้าถึงสิบห้าปี: แนะนำให้ฉีดจำนวนสองเข็ม โดยเข็มที่สองเว้นระยะห่างจากเข็มแรกประมาณหกถึงสิบสองเดือน เนื่องจากร่างกายในช่วงวัยนี้สร้างภูมิคุ้มกันได้เร็วและสูงมาก
- กลุ่มอายุสิบห้าปีขึ้นไป: แนะนำให้ฉีดจำนวนสามเข็ม โดยเข็มที่สองฉีดหลังจากเข็มแรกหนึ่งถึงสองเดือน และเข็มที่สามฉีดหลังจากเข็มแรกหกเดือน เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้อยู่ในระดับสูงและยาวนาน
วิธีตรวจวินิจฉัยและการดูแลตนเองร่วมกับการฉีดวัคซีน
แม้ว่าการฉีด วัคซีน HPV ป้องกันมะเร็งปากมดลูกที่ คลินิกหมอสุภารัตน์ ตรัง จะมีประสิทธิภาพสูงมากในการป้องกันการติดเชื้อไวรัส แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าป้องกันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์จากทุกสายพันธุ์ ดังนั้น แพทย์จึงยังคงแนะนำให้สตรีที่มีเพศสัมพันธ์แล้วเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเป็นประจำทุกปี หรือตามคำแนะนำของสูตินรีแพทย์ เช่น การตรวจแปปสเมียร์ (Pap Smear) หรือการตรวจหาเชื้อเอชพีวีดีเอ็นเอ (HPV DNA Testing)
- ห้ามฉีดวัคซีน HPV ในผู้ที่มีประวัติแพ้รุนแรงต่อส่วนประกอบของวัคซีนหรือยีสต์
- หากมีไข้สูงเฉียบพลันควรอาการทุเลาก่อนมารับการฉีดวัคซีน
- สตรีตั้งครรภ์ไม่แนะนำให้ฉีดวัคซีน HPV หากตรวจพบว่าตั้งครรภ์ระหว่างรับวัคซีน ควรเลื่อนการฉีดเข็มถัดไปจนกว่าจะคลอดบุตรและให้นมบุตรเสร็จสิ้น
กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับผู้รับบริการ
เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุดในการป้องกันโรค ท่านสามารถปฏิบัติตามแนวทางเหล่านี้ได้ทันที:
- ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมของชนิดวัคซีนที่ควรได้รับ
- สำรวจช่วงอายุและประวัติการฉีดวัคซีนเดิมของตนเองหรือบุตรหลาน
- เข้ารับการฉีดวัคซีนให้ครบตามกำหนดนัดหมายของแพทย์เพื่อภูมิคุ้มกันที่สมบูรณ์
- รักษาสุขอนามัยที่ดี มีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย และตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกประจำปี