ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำความรู้จักไวรัสเอชพีวีและการติดเชื้อในร่างกาย

การติดเชื้อไวรัสเอชพีวี หรือที่รู้จักกันในชื่อทางการแพทย์ว่า ฮิวแมนปัปปิลโลมาไวรัส (Human Papillomavirus - HPV) เป็นหนึ่งในโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบบ่อยที่สุดในประชากรทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายมีโอกาสรับเชื้อนี้ได้ทั้งสิ้นในช่วงชีวิตหนึ่ง โดยไวรัสกลุ่มนี้มีมากกว่าสองร้อยสายพันธุ์ ซึ่งแบ่งออกเป็นสองกลุ่มหลักตามความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง ได้แก่ กลุ่มสายพันธุ์ความเสี่ยงต่ำ เช่น สายพันธุ์หกและสิบเอ็ด ซึ่งมักทำให้เกิดโรคหูดหูดหงอนไก่ และกลุ่มสายพันธุ์ความเสี่ยงสูง เช่น สายพันธุ์สิบหกและสิบแปด ซึ่งมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับการเปลี่ยนแปลงของเซลล์เยื่อบุผิวจนนำไปสู่การเกิดมะเร็งปากมดลูก มะเร็งช่องคลอด มะเร็งทวารหนัก และมะเร็งในช่องปาก

ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการติดเชื้อนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพราะในความเป็นจริงแล้วระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายมนุษย์มีความสามารถในการกำจัดเชื้อไวรัสประเภทนี้ออกไปได้เองตามธรรมชาติในคนส่วนใหญ่ แต่ก็มีบางกรณีที่เชื้อหลบนและคงอยู่ในร่างกายเป็นเวลานานจนกลายเป็นการติดเชื้อเรื้อรัง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงในการพัฒนาร่วมกับมะเร็งปากมดลูกในอนาคต

ติดเชื้อไวรัสเอชพีวีหายเองได้จริงหรือ

คำถามที่ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักกังวลใจคือ ติดเชื้อ HPV หายเองได้ไหม: แนวทางกาดูแลรักษาเป็นอย่างไร คำตอบทางการแพทย์คือ ในผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ที่มีสุขภาพแข็งแรงและมีระบบภูมิคุ้มกันปกติ ร่างกายสามารถกำจัดเชื้อไวรัสเอชพีวีออกไปจากร่างกายได้เองภายในระยะเวลาประมาณหนึ่งถึงสองปี โดยไม่แสดงอาการผิดปกติใดๆ และไม่ทิ้งร่องรอยความเสียหายไว้ที่เนื้อเยื่อ

อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาในการหายจะขึ้นอยู่กับภูมิคุ้มกันของแต่ละบุคคล หากผู้ป่วยมีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง มีความเครียดสะสม พักผ่อนไม่เพียงพอ สูบบุหรี่จัด หรือมีโรคประจำตัวบางชนิด ร่างกายอาจไม่สามารถกำจัดเชื้อได้หมด ทำให้เกิดการติดเชื้อเรื้อรัง (Persistent Infection) ซึ่งการติดเชื้อสายพันธุ์ความเสี่ยงสูงในระยะเวลานานหลายปีนี่เองที่เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เซลล์ปากมดลูกเกิดความผิดปกติและพัฒนาไปเป็นรอยโรคก่อนมะเร็ง (Precancerous Lesions) และกลายเป็นมะเร็งปากมดลูกในท้ายที่สุด

คำแนะนำจากคุณหมอ: แม้ว่าการติดเชื้อไวรัสเอชพีวีจะสามารถหายเองได้ในคนส่วนใหญ่ แต่เราไม่ควรนิ่งนอนใจหรือปล่อยให้ร่างกายเผชิญเชื้อเพียงลำพัง การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกสม่ำเสมอ เช่น การตรวจแปปสมียร์ (Pap Smear) หรือการตรวจหาเชื้อไวรัสเอชพีวี (HPV DNA Testing) จึงเป็นเกราะป้องกันด่านสำคัญที่จะช่วยตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนที่เชื้อจะพัฒนาไปสู่โรคร้ายแรง

อาการและสัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

ในระยะเริ่มต้นของการติดเชื้อไวรัสเอชพีวี ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะไม่แสดงอาการใดๆ ทั้งสิ้น ทำให้หลายคนไม่รู้ตัวว่าตนเองได้รับเชื้อแล้ว จนกว่าจะได้รับการตรวจคัดกรองประจำปี หรือเมื่อเชื้อเริ่มพัฒนาจนเกิดรอยโรคและแสดงอาการเตือนที่ชัดเจนขึ้น

อาการที่อาจสังเกตได้ขึ้นอยู่กับชนิดของสายพันธุ์ไวรัสและบริเวณที่ติดเชื้อ ได้แก่:

  • การเกิดหูด: หากติดเชื้อสายพันธุ์ความเสี่ยงต่ำ อาจพบตุ่มเนื้อนิ่มหรือหูดหงอนไก่บริเวณอวัยวะเพศ ช่องคลอด ทวารหนัก หรือผิวหนังรอบข้าง ซึ่งอาจมีอาการคัน ระคายเคือง หรือมีเลือดออกเล็กน้อยเวลาสัมผัส
  • เลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด: เช่น เลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ เลือดออกกะปริดกะปรอยนอกรอบประจำเดือน หรือเลือดออกในสตรีวัยทองที่หมดประจำเดือนไปแล้ว
  • ตกขาวผิดปกติ: มีตกขาวปริมาณมาก มีกลิ่นเหม็น หรือมีเลือดปน
  • อาการในระยะลุกลาม: หากโรคมะเร็งปากมดลูกพัฒนาไปมากแล้ว อาจมีอาการปวดหน่วงบริเวณอุ้งเชิงกราน ปวดหลังส่วนล่าง ขาบวม หรือมีปัสสาวะและอุจจาระปนเลือด
ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากท่านมีอาการเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด มีตกขาวปนเลือด หรือมีก้อนเนื้อบริเวณอวัยวะเพศ ควรรีบมาพบสูตินรีแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยโดยละเอียดทันที ห้ามปล่อยทิ้งไว้เด็ดขาดเพราะอาจพลาดโอกาสในการรักษาในระยะเริ่มต้น

วิธีตรวจวินิจฉัยและการรักษาทางการแพทย์

เมื่อผู้ป่วยมาพบแพทย์ด้วยความกังวลหรือตรวจพบความผิดปกติ แพทย์จะมีแนวทางการวินิจฉัยและดูแลรักษาตามมาตรฐานสากล ดังนี้:

  • การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก: สูตินรีแพทย์จะทำการเก็บตัวอย่างเซลล์จากเยื่อบุปากมดลูก เพื่อตรวจหาความผิดปกติของเซลล์ด้วยวิธีแปปสมียร์ (Pap Smear) ร่วมกับการตรวจหาดีเอ็นเอของไวรัสเอชพีวี (HPV DNA Testing) เพื่อระบุสายพันธุ์ความเสี่ยงสูง
  • การตรวจด้วยกล้องขยายส่วนโค้ง: หากผลตรวจคัดกรองพบความผิดปกติ แพทย์จะทำการส่องกล้องคอลโปสโคป (Colposcopy) เพื่อดูรายละเอียดของเนื้อเยื่อปากมดลูกอย่างใกล้ชิด และอาจมีการตัดชิ้นเนื้อเล็กๆ (Biopsy) ไปตรวจทางพยาธิวิทยาเพื่อยืนยันผล
  • แนวทางการรักษาตัวโรค: ปัจจุบันยังไม่มีกลุ่มยาเฉพาะที่สามารถฆ่าเชื้อไวรัสเอชพีวีในร่างกายให้หายขาดได้ทันที การรักษาจึงเป็นการรักษาตามอาการและรอยโรคที่เกิดขึ้น เช่น การจี้ด้วยความเย็น การใช้ยาป้ายรักษาหูด หรือการผ่าตัดเล็กเพื่อตัดเยื่อบุปากมดลูกส่วนที่ผิดปกติออก ในกรณีที่รอยโรคยังอยู่ในระยะก่อนเป็นมะเร็ง

วิธีดูแลตัวเองเพื่อเสริมภูมิคุ้มกันและกำจัดเชื้อ

เนื่องจากการกำจัดเชื้อไวรัสเอชพีวีต้องอาศัยระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเป็นหลัก การดูแลสุขภาพและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ร่างกายขับเชื้อออกไปได้เร็วขึ้น:

  • การพักผ่อนให้เพียงพอ: นอนหลับพักผ่อนอย่างน้อยเจ็ดถึงแปดชั่วโมงต่อวัน เพื่อให้ระบบภูมิคุ้มกันซ่อมแซมและทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
  • การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์: เน้นรับประทานผักและผลไม้สดที่มีวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระสูง เช่น วิตามินซี วิตามินเอ และโฟเลต ซึ่งช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้เนื้อเยื่อและภูมิคุ้มกัน
  • การงดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์: สารนิโคตินและสารเคมีในบุหรี่ส่งผลโดยตรงต่อการกดภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำให้เชื้อไวรัสเอชพีวีคงอยู่และพัฒนารอยโรคได้ง่ายขึ้น
  • การจัดการความเครียด: ความเครียดเรื้อรังส่งผลให้ฮอร์โมนในร่างกายแปรปรวนและระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง
  • การมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย: ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งเพื่อลดความเสี่ยงในการรับเชื้อสายพันธุ์ใหม่ๆ เพิ่มเติม

การป้องกันการติดเชื้อไวรัสเอชพีวีและการฉีดวัคซีน

วิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกและการติดเชื้อไวรัสเอชพีวีคือ การฉีดวัคซีนป้องกันเอชพีวี (HPV Vaccine) ซึ่งปัจจุบันมีให้บริการทั้งแบบสองสายพันธุ์ สี่สายพันธุ์ และเก้าสายพันธุ์ โดยวัคซีนจะมีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อฉีดให้กับเด็กหรือวัยรุ่นก่อนการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก แต่ในผู้ใหญ่ที่เคยมีเพศสัมพันธ์แล้วก็ยังสามารถฉีดได้เพื่อป้องกันการติดเชื้อสายพันธุ์อื่นๆ ที่ยังไม่เคยได้รับ

นอกจากนี้ การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกอย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำของแพทย์ แม้ว่าจะได้รับการฉีดวัคซีนแล้วก็ตาม ยังคงเป็นมาตรการสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้หญิงทุกคน

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down