ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เข้าใจเสียงหายใจครืดคราด เมื่อลูกน้อยมีภาวะกล่องเสียงอ่อนตัว

เสียงหายใจครืดคราดเสียงดังคล้ายมีเสมหะในลำคอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่ลูกน้อยกำลังดูดนมหรือเวลานอนหงาย เป็นหนึ่งในอาการที่สร้างความกังวลใจให้แก่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่เป็นอย่างมาก เมื่อพาลูกมาพบกุมารแพทย์ บ่อยครั้งที่เราตรวจพบว่าอาการเหล่านี้เกิดจากภาวะกล่องเสียงอ่อนตัว (Laryngomalacia) ซึ่งเป็นภาวะที่เนื้อเยื่อบริเวณเหนือกล่องเสียงมีความหย่อนตัวและอ่อนนิ่มกว่าปกติ ทำให้เนื้อเยื่อนั้นยุบตัวลงมาอุดกั้นทางเดินหายใจบางส่วนในขณะที่เด็กหายใจเข้า

แม้ว่าโดยส่วนใหญ่แล้ว ภาวะนี้จะค่อยๆ ดีขึ้นและหายสนิทได้เองเมื่อเด็กเติบโตขึ้นจนอายุประมาณ 1-2 ปี เนื่องจากกระดูกอ่อนและกล้ามเนื้อบริเวณกล่องเสียงจะเริ่มแข็งแรงขึ้น แต่ในระหว่างนี้ สิ่งสำคัญที่สุดในการดูแลทารกกล่องเสียงอ่อนตัวคือการจัดการเรื่องการป้อนนมและการจัดท่าทางที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการไอสำลัก ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงอย่างปอดอักเสบจากการสำลักได้

เทคนิคการป้อนนมเพื่อลดความเสี่ยงการสำลักลงปอด

เนื่องจากโครงสร้างทางเดินหายใจที่อ่อนตัว ทำให้ทารกต้องใช้ความพยายามในการหายใจมากกว่าปกติ การกลืนนมและการหายใจจึงอาจไม่สัมพันธ์กัน นำไปสู่การสำลักได้ง่าย การปรับเทคนิคการป้อนนมจึงเป็นหัวใจสำคัญดังนี้

  • การป้อนนมแบบผ่อนจังหวะ (Paced Bottle Feeding): หากลูกต้องดื่มนมจากขวด ไม่ควรเอียงขวดนมในมุมที่สูงเกินไปจนทำให้น้ำนมไหลทะลักอย่างรวดเร็ว ให้ถือขวดนมในแนวราบเกือบขนานกับพื้น เพื่อให้ลูกเป็นผู้ควบคุมจังหวะการดูดและกลืนด้วยตนเอง
  • การหยุดพักเพื่อหายใจชั่วครู่: สังเกตสัญญาณเตือนขณะที่ลูกดูดนม หากเริ่มเห็นลูกหายใจเร็วขึ้น หรือกลืนนมติดต่อกันหลายอึกโดยไม่ได้หยุดหายใจ ให้ถอนจุกนมออกจากปากเบาๆ เพื่อให้ลูกได้พักหายใจและปรับจังหวะการทำงานของกล่องเสียงก่อนจะเริ่มป้อนต่อ
  • การอุ้มเรออย่างสม่ำเสมอ: ทารกที่มีภาวะนี้มักจะกลืนลมเข้าไปในท้องมากกว่าปกติขณะดูดนม ส่งผลให้ท้องอืดและแหวะนมได้ง่าย ควรจับลูกเรอทุกครั้งหลังจากดื่มนมไปได้ประมาณครึ่งหนึ่งของปริมาณทั้งหมด และอุ้มเรออีกครั้งหลังอิ่มเสร็จเรียบร้อยแล้ว

การเลือกอุปกรณ์และขนาดจุกนมที่เหมาะสม

เครื่องมือที่ใช้ในการป้อนนมมีผลอย่างมากต่อปริมาณและความเร็วของน้ำนมที่ไหลเข้าสู่ช่องปากของทารก การเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะสมจะช่วยให้การดูแลทารกกล่องเสียงอ่อนตัวเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยยิ่งขึ้น

  • เลือกใช้จุกนมขนาดเล็กที่สุด (Ultra-Slow Flow): สำหรับทารกแรกเกิดหรือทารกที่มีอาการสำลักง่าย แนะนำให้เริ่มใช้จุกนมสำหรับทารกคลอดก่อนกำหนด (Preemie) หรือจุกนมขนาด SS หรือ S แม้ว่าทารกจะมีอายุมากกว่าเกณฑ์ตามกล่องผลิตภัณฑ์ก็ตาม เพื่อจำกัดปริมาณน้ำนมไม่ให้ไหลเร็วเกินกว่าจังหวะการกลืนของทารก
  • ใช้ขวดนมชนิดลดอาการโคลิค (Anti-Colic Bottle): ขวดนมที่มีระบบวาลวระบายอากาศที่ดีจะช่วยลดการเกิดฟองอากาศและการสุญญากาศในขวด ทำให้ทารกไม่ต้องออกแรงดูดมากเกินไป ซึ่งการออกแรงดูดที่มากเกินไปจะกระตุ้นให้เนื้อเยื่อกล่องเสียงยุบตัวลงมาปิดกั้นทางเดินหายใจมากขึ้น
  • หลีกเลี่ยงการเจาะรูจุกนมเพิ่มเอง: คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรนำเข็มหรือวัสดุใดๆ มาเจาะรูจุกนมเพื่อเพิ่มขนาดรูระบาย เพราะจะควบคุมความเร็วของน้ำนมไม่ได้เลยและเพิ่มความเสี่ยงในการสำลักลงปอดอย่างรุนแรง

การจัดท่าทางศีรษะและลำตัวของทารกในมุมที่เหมาะสม

สรีระและมุมของร่างกายขณะรับประทานนมและการนอนมีผลโดยตรงต่อพื้นที่ของทางเดินหายใจ การจัดท่าทางที่ถูกต้องจะช่วยเปิดทางเดินหายใจให้กว้างที่สุดและลดแรงกดทับบริเวณกล่องเสียง

ท่าทางขณะป้อนนม

หลีกเลี่ยงการป้อนนมในท่านอนราบโดยเด็ดขาด ท่าทางที่ดีที่สุดคือการอุ้มทารกในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน (Semi-Upright Position) โดยให้ลำตัวทำมุมประมาณ 30 ถึง 45 องศากับแนวราบ หรือในกรณีที่มีอาการสำลักบ่อย อาจปรับมุมให้สูงขึ้นถึง 60 องศา ศีรษะของทารกควรอยู่ในลักษณะแหงนขึ้นเล็กน้อยคล้ายท่าดมกลิ่น (Sniffing Position) ซึ่งเป็นท่าที่เปิดทางเดินหายใจได้ดีที่สุด หลีกเลี่ยงการให้คอก้มชิดอกหรือแหงนคอไปข้างหลังมากเกินไป เนื่องจากจะทำให้ช่องทางเดินหายใจแคบลงและกลืนลำบาก

การจัดท่าทางหลังป้อนนมและเวลานอน

หลังจากป้อนนมเสร็จสิ้น ควรประคองทารกให้อยู่ในแนวตั้ง เช่น การอุ้มพาดบ่าหรืออุ้มในท่านั่งตักเป็นเวลาอย่างน้อย 20 ถึง 30 นาที เพื่อให้น้ำนมไหลลงสู่กระเพาะอาหารอย่างสมบูรณ์ ลดความเสี่ยงของการเกิดกรดไหลย้อนซึ่งมักพบร่วมกับภาวะกล่องเสียงอ่อนตัวและอาจทำให้อาการหายใจครืดคราดแย่ลง

สำหรับการนอนหลับ ควรให้ทารกนอนหงายบนที่นอนที่เรียบตึงตามหลักความปลอดภัย แต่สามารถยกระดับหัวเตียงหรือหัวที่นอนขึ้นประมาณ 10 ถึง 15 องศา โดยใช้วิธีหนุนใต้ฟูกที่นอนแทนการใช้หมอนหนุนศีรษะทารกโดยตรง เพื่อป้องกันไม่ให้คอพับอันเป็นสาเหตุให้ทางเดินหายใจอุดกั้น

สัญญาณเตือนอาการสำลักที่ผิดปกติซึ่งต้องรีบพบแพทย์ทันที

ความปลอดภัยของลูกน้อยเป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด แม้ว่าภาวะกล่องเสียงอ่อนตัวจะสามารถดูแลที่บ้านได้ในกรณีที่เป็นไม่รุนแรง แต่หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตพบสัญญาณเตือนดังต่อไปนี้ ควรรีบพาลูกไปพบแพทย์ทันทีโดยไม่ต้องรอ
  • มีอาการเขียวคล้ำ: รอบริมฝีปาก ปลายมือ ปลายเท้า หรือใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีเทาหรือน้ำเงินขณะที่กำลังสำลักหรือหายใจ
  • หายใจลำบากอย่างรุนแรง: สังเกตเห็นหน้าอกบุ๋มขณะหายใจเข้า (Chest Retractions) บริเวณใต้ซี่โครง ซอกคอ หรือหัวไหล่บุ๋มลึกอย่างเห็นได้ชัด หรือมีปีกจมูกบานขณะหายใจ
  • มีอาการหยุดหายใจชั่วขณะ: ลูกนิ่งไป ไม่มีการเคลื่อนไหวของทรวงอกนานกว่า 15-20 วินาที
  • น้ำหนักตัวไม่ขึ้นตามเกณฑ์: ลูกกินนมได้น้อย เหนื่อยง่ายขณะดูดนม จนทำให้น้ำหนักตัวนิ่งหรือลดลง ซึ่งสะท้อนถึงพลังงานที่ต้องเสียไปกับการหายใจที่มากเกินไป
  • ไอเรื้อรังหรือมีไข้: อาการไอที่เกิดขึ้นตลอดเวลาหลังการป้อนนม หรือมีไข้ต่ำๆ ถึงไข้สูง ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการเกิดปอดอักเสบจากการสำลัก

การเข้าใจและปรับเปลี่ยนวิธีดูแลอย่างเหมาะสม จะช่วยประคับประคองให้ลูกน้อยผ่านพ้นช่วงวัยที่กล่องเสียงยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่นี้ไปได้อย่างปลอดภัยและมีความสุขในทุกมื้ออาหาร

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down