ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

สัญญาณเตือนเมื่อโรคมือเท้าปากไม่ใช่เรื่องธรรมดา

ไข้สูงลอย ลูกร้องไห้งอแงไม่ยอมกลืนแม้กระทั่งน้ำลาย และมีตุ่มแดงขึ้นที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า หรือในปาก อาการเหล่านี้สร้างความกังวลใจให้กับผู้ปกครองเป็นอย่างมากเมื่อลูกน้อยป่วยเป็นโรคมือเท้าปาก (Hand, Foot, and Mouth Disease) แม้ว่าโดยทั่วไปโรคนี้จะสามารถหายได้เองภายใน 7-10 วัน และรับการดูแลรักษาตามอาการที่บ้านได้ แต่ในผู้ป่วยเด็กบางราย อาการอาจรุนแรงและเกิดภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายถึงชีวิตได้อย่างรวดเร็ว การทราบถึง เกณฑ์การพิจารณารับผู้ป่วยเด็กเข้ารักษาตัว ในโรงพยาบาลจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่คุณพ่อคุณแม่ต้องรู้เพื่อความปลอดภัยของลูกน้อย

1. เกณฑ์ชี้วัดทางคลินิก (Clinical Criteria) ที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

ในการประเมินทางการแพทย์ กุมารแพทย์จะพิจารณาสัญญาณชีพและอาการทางกายภาพเป็นหลัก หากพบข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้ แพทย์มักจะแนะนำให้รับตัวไว้รักษาในโรงพยาบาลทันที:

  • สัญญาณชีพไม่คงที่: เช่น มีไข้สูงลอยมากกว่า 38.5 องศาเซลเซียสและไข้ไม่ลดลงหลังทานยาลดไข้, อัตราการเต้นของหัวใจเร็วผิดปกติ, หรือมีอาการหายใจหอบเหนื่อย หายใจเร็ว หรือหายใจลำบากซึ่งอาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะปอดบวมหรือกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ
  • อาการอาเจียนบ่อยและรุนแรง: หากเด็กมีอาการอาเจียนติดต่อกันมากกว่า 3-4 ครั้งขึ้นไป หรือไม่สามารถดื่มน้ำหรือทานอาหารได้เลย อาการอาเจียนที่รุนแรงยังอาจเป็นสัญญาณเริ่มแรกของภาวะสมองอักเสบ (Brainstem Encephalitis) ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงของโรคมือเท้าปาก
  • ภาวะขาดน้ำปานกลางถึงรุนแรง (Moderate to Severe Dehydration): สังเกตได้จากริมฝีปากแห้งผาก ผิวหนังขาดความยืดหยุ่น เบ้าตาบุ๋มลึก ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ปัสสาวะออกน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด (หรือไม่ปัสสาวะเลยนานกว่า 6 ชั่วโมง) และเด็กมีอาการซึมลงอย่างเห็นได้ชัด

2. ความบกพร่องในการรับประทานอาหารที่ไม่สามารถชดเชยได้ที่บ้าน

ตุ่มแผลในปากของโรคมือเท้าปากมักจะเกิดขึ้นบริเวณเพดานอ่อน กระพุ้งแก้ม และลิ้น ซึ่งทำให้เด็กเจ็บปวดทรมานเป็นอย่างมากในทุกครั้งที่กลืนน้ำลายหรืออาหาร

"ในกรณีที่เด็กมีแผลในปากจำนวนมากจนปฏิเสธการดื่มน้ำ นม หรืออาหารอย่างสิ้นเชิง แม้ว่าผู้ปกครองจะพยายามใช้ยาชาป้ายแผลในปาก หรือให้ทานของเย็นเพื่อลดอาการเจ็บแล้วก็ตาม ภาวะนี้อาจส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ (Hypoglycemia) และเกิดความไม่สมดุลของเกลือแร่ในร่างกาย"

หากปล่อยให้เด็กอยู่ในภาวะขาดสารอาหารและน้ำเป็นเวลานาน ร่างกายจะอ่อนแอลงและยากต่อการฟื้นตัว การแอดมิทเพื่อรับสารน้ำทางหลอดเลือดดำ (IV Fluids) และการเฝ้าระวังระดับเกลือแร่จึงเป็น เกณฑ์การพิจารณารับผู้ป่วยเด็กเข้ารักษาตัว ที่สำคัญ เพื่อช่วยประคับประคองให้ร่างกายของเด็กได้รับพลังงานและน้ำอย่างเพียงพอในระหว่างที่แผลในปากกำลังสมานตัว

3. ข้อบ่งชี้ทางสังคมและความพร้อมของผู้ปกครองในการสังเกตอาการ

การตัดสินใจรับผู้ป่วยเด็กเข้ารักษาในโรงพยาบาลไม่ได้ขึ้นอยู่กับอาการทางกายภาพของตัวเด็กเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องประเมินปัจจัยแวดล้อมและความพร้อมของผู้ดูแลด้วย ดังนี้:

  • ความสามารถในการสังเกตอาการแทรกซ้อน: โรคมือเท้าปากสายพันธุ์รุนแรง เช่น EV71 สามารถทำให้เกิดอาการสมองอักเสบเฉียบพลันได้ ซึ่งผู้ดูแลจำเป็นต้องมีความเข้าใจและสามารถสังเกตอาการเตือนอันตราย (Warning Signs) ได้ เช่น อาการสะดุ้งผวาขณะนอนหลับ (Myoclonic Jerks) เดินเซ แขนขาอ่อนแรง หรือตากระตุก หากผู้ดูแลไม่มั่นใจหรือไม่มีเวลาเฝ้าสังเกตอย่างใกล้ชิด การอยู่ในความดูแลของพยาบาลวิชาชีพจะปลอดภัยที่สุด
  • ข้อจำกัดด้านการเดินทางและระยะทาง: หากบ้านของผู้ป่วยอยู่ห่างไกลจากสถานพยาบาลที่สามารถช่วยชีวิตฉุกเฉินได้ หรือไม่มีพาหนะในการเดินทางที่สะดวกในยามค่ำคืน แพทย์จะพิจารณาให้แอดมิทเพื่อความปลอดภัย เผื่อกรณีที่เด็กมีอาการทรุดลงอย่างรวดเร็ว
  • ความวิตกกังวลสูงและภาวะเหนื่อยล้าของผู้ดูแล: การดูแลเด็กที่เจ็บป่วย ร้องงอแง และไม่ยอมนอนตลอดทั้งวันทั้งคืน สามารถสร้างความเครียดและเหนื่อยล้าสะสมให้กับผู้ปกครองจนอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพในการดูแลและสังเกตอาการ การแอดมิทจะช่วยแบ่งเบาภาระในส่วนนี้และมีทีมบุคลากรทางการแพทย์คอยให้ความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง

แนวทางการดูแลและความห่วงใยจากกุมารแพทย์

การที่ลูกน้อยต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลอาจเป็นเรื่องที่สร้างความกังวลใจให้กับครอบครัว แต่ในมุมมองทางการแพทย์ การแอดมิทตาม เกณฑ์การพิจารณารับผู้ป่วยเด็กเข้ารักษาตัว ที่ถูกต้องและทันท่วงที คือการป้องกันเชิงรุกที่ดีที่สุดเพื่อไม่ให้อาการลุกลามไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตราย หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตเห็นสัญญาณเตือนข้างต้น หรือมีความไม่สบายใจในอาการของลูกน้อย การเข้าพบกุมารแพทย์เพื่อตรวจประเมินอย่างละเอียดคือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับสุขภาพและความปลอดภัยของลูกน้อยเสมอ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down