ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ความจริงเรื่องไวรัส HMPV ในเด็ก: สัญญาณเตือนอันตราย (Red Flags) ภาวะวิกฤตที่ห้ามรอดูอาการที่บ้านเด็ดขาด

ในปัจจุบันโรคติดเชื้อทางเดินหายใจในเด็กเป็นเรื่องที่พ่อแม่ผู้ปกครองให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสชนิดใหม่หรือเชื้อที่เพิ่งเป็นที่รู้จักในวงกว้าง เช่น ไวรัสเอชเอ็มพีวี (Human Metapneumovirus หรือ HMPV) ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสที่สร้างความกังวลใจให้กับคุณพ่อคุณแม่ไม่แพ้เชื้ออาร์เอสวี (RSV) หรือโรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza) การทำความเข้าใจเกี่ยวกับเชื้อไวรัสชนิดนี้อย่างถ่องแท้ ตั้งแต่กลไกการเกิดโรค อาการแสดง ไปจนถึงสัญญาณเตือนอันตรายระดับวิกฤต จึงเป็นเกราะคุ้มครองชีวิตที่สำคัญที่สุดสำหรับเด็กเล็กและทารก

ทำความรู้จักไวรัสเอชเอ็มพีวี เชื้อร้ายในระบบทางเดินหายใจ

ไวรัสเอชเอ็มพีวี (Human Metapneumovirus) เป็นเชื้อไวรัสอาร์เอ็นเอ (RNA virus) ในวงศ์เพนโมนูวิริแด (Pneumoviridae) ซึ่งเป็นวงศ์เดียวกับไวรัสอาร์เอ็นเอ (RSV) เชื้อนี้ถูกค้นพบครั้งแรกในประเทศเนเธอร์แลนด์เมื่อปีพุทธศักราชสองพันห้าร้อยสี่สิบสาม โดยมักแพร่ระบาดในช่วงฤดูหนาวต่อเนื่องถึงฤดูใบไม้ผลิ หรือในประเทศไทยมักพบการแพร่ระบาดได้บ่อยในช่วงฤดูฝนและช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย เด็กทุกคนมีโอกาสติดเชื้อนี้ได้อย่างน้อยหนึ่งครั้งก่อนอายุครบห้าขวบปี โดยกลุ่มเสี่ยงที่อาจมีอาการรุนแรงเป็นพิเศษ ได้แก่ ทารกแรกเกิดถึงอายุสองขวบ เด็กที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหอบหืด (Asthma) โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด โรคปอดเรื้อรัง รวมถึงเด็กที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง

กลไกการติดต่อและการดำเนินของโรค

การติดต่อของไวรัสเอชเอ็มพีวีเกิดขึ้นได้ง่ายผ่านละอองฝอยจากการไอหรือจาม (Droplet transmission) การสัมผัสสารคัดหลั่ง เช่น น้ำมูก น้ำลายของผู้ติดเชื้อ และการสัมผัสพื้นผิวที่มีเชื้อโรคปนเปื้อนแล้วนำมือมาสัมผัสตา จมูก หรือปากของเด็ก ระยะฟักตัวของโรคนี้โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณสามถึงหกวัน หลังจากได้รับเชื้อ เด็กจะมีอาการคล้ายไข้หวัดธรรมดาในระยะแรก เช่น มีไข้ น้ำูกไหล ไอ และเจ็บคอ แต่ในเด็กเล็ก เชื้อไวรัสนี้สามารถลุกลามลงสู่ระบบทางเดินหายใจส่วนล่างได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดหลอดลมฝอยอักเสบ (Bronchiolitis) หรือโรคปอดอักเสบ (Pneumonia) ซึ่งเป็นภาวะที่อันตรายและต้องการการดูแลจากแพทย์อย่างใกล้ชิด

อาการสำคัญและลำดับการดำเนินของโรค

การสังเกตอาการของเด็กที่ติดเชื้อไวรัสเอชเอ็มพีวีสามารถแบ่งออกเป็นระยะเพื่อให้พ่อแม่ประเมินความรุนแรงได้ดังนี้

  • ระยะเริ่มต้น: เด็กจะมีอาการคล้ายไข้หวัด มีไข้ต่ำถึงสูง น้ำมูกใสหรือข้น ไอแห้งๆ หรือไอมีเสมหะ เจ็บคอ และอาจมีอาการงอแงร่วมด้วย
  • ระยะลุกลาม: หากเชื้อลงสู่ปอดและหลอดลมฝอย เด็กจะมีอาการไอถี่มากขึ้น หายใจมีเสียงวี๊ด (Wheezing) หายใจหอบเหนื่อย อกบุ๋ม หรือซี่โครงบานเวลาหายใจ รวมถึงอาจปฏิเสธการดื่มนมและน้ำเนื่องจากหายใจไม่ทัน
  • ระยะฟื้นตัว: หากไม่มีภาวะแทรกซ้อน อาการจะเริ่มดีขึ้นภายในเจ็ดถึงสิบวัน แต่อาการไออาจหลงเหลืออยู่ได้อีกประมาณหนึ่งถึงสองสัปดาห์

สัญญาณเตือนอันตราย (Red Flag Symptoms) ที่ห้ามรอดูอาการที่บ้านเด็ดขาด

ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากเด็กมีอาการเหล่านี้ ต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที ห้ามรอให้ถึงวันรุ่งขึ้นหรือรอดูอาการอยู่ที่บ้านเด็ดขาด เพราะอาจเกิดภาวะหายใจล้มเหลวที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้
  • อาการหายใจหอบรุนแรง หายใจลำบาก หายใจใช้กล้ามเนื้อหน้าอกช่วยจนเห็นซี่โครงยุบหรืออกบุ๋มชัดเจน
  • ริมฝีปาก ปลายมือ หรือปลายเท้ามีสีเขียวคล้ำ (Cyanosis) ซึ่งแสดงถึงภาวะขาดออกซิเจนในเลือด
  • ซึมมากปลุกตื่นยาก ไม่ตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อม หรือมีอาการชัก
  • ภาวะขาดน้ำรุนแรง เช่น ปัสสาวะไม่ออกเลยนานเกินหกชั่วโมง ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ปากแห้งและกระหม่อมบุ๋มลึกในทารก
  • ไข้สูงมากติดต่อกันเกินสามวัน หรือไข้สูงร่วมกับอาเจียนตลอดเวลาจนทานอะไรไม่ได้

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อมาถึงโรงพยาบาล กุมารแพทย์จะทำการซักประวัติอย่างละเอียด ประเมินอาการทางระบบหายใจ และตรวจร่างกาย ฟังเสียงปอด หากจำเป็นแพทย์อาจพิจารณาตรวจทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติม เช่น การเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งจากโพรงจมูกเพื่อตรวจหาเชื้อไวรัสด้วยวิธีอาร์ทีพีซีอาร์ (RT-PCR) หรือชุดตรวจหาเชื้อไวรัสทางเดินหายใจแบบรวดเร็ว (Multiplex Respiratory Panel) เพื่อให้ทราบชนิดของเชื้อไวรัสที่แน่ชัด นอกจากนี้แพทย์อาจพิจารณาเอกซเรย์ปอด (Chest X-ray) เพื่อประเมินภาวะปอดอักเสบหรือภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ร่วมด้วย

วิธีดูแลรักษาตามหลักการแพทย์และการพยาบาลที่บ้าน

เนื่องจากไวรัสเอชเอ็มพีวีเป็นโรคติดเชื้อจากไวรัส ปัจจุบันยังไม่มีon-specific antiviral drug หรือยาต้านไวรัสจำเพาะสำหรับการรักษาโดยตรง การรักษาจึงเป็นการรักษาตามอาการและการประคับประคองเพื่อให้ร่างกายเด็กฟื้นตัวได้เอง

  • การลดไข้: ให้ใช้ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) ตามขนาดน้ำหนักตัวที่ถูกต้อง (สิบถึงสิบห้าิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ทุกสี่ถึงหกชั่วโมงเมื่อมีไข้)
  • การจัดการเสมหะ: ช่วยดูดน้ำมูกหรือพ่นละอองยาขยายหลอดลมตามคำสั่งแพทย์ เพื่อช่วยให้ทางเดินหายใจโล่งขึ้น
  • การดื่มน้ำ: ให้เด็กจิบน้ำเกลือแร่หรือนมบ่อยๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำและช่วยละลายเสมหะในคอ
คำแนะนำจากคุณหมอ: ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อให้เด็กรับประทานเองเด็ดขาด เนื่องจากยาปฏิชีวนะใช้รักษาโรคที่เกิดจากแบคทีเรียเท่านั้น การใช้พร่ำเพื้อนไม่ช่วยรักษาไวรัสและยังก่อให้เกิดเชื้อดื้อยาในอนาคต

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด

พ่อแม่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเรื่องการใช้ยาในเด็ก ห้ามใช้ยาแอสไพริน (Aspirin) ในเด็กที่กำลังมีไข้เด็ดขาด เนื่องจากเสี่ยงต่อการเกิดกลุ่มอาการเรย์ซินโดรม (Reye syndrome) ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนทางสมองและตับที่รุนแรงถึงชีวิต นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาแก้ไอที่กดอาการไอในเด็กเล็ก เนื่องจากเด็กจำเป็นต้องไอเพื่อขับเสมหะออกจากทางเดินหายใจ การไปสถานที่แออัดในช่วงที่โรคระบาดควรหลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาด

วิธีป้องกันและการสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การป้องกันการติดเชื้อไวรัสเอชเอ็มพีวีที่ดีที่สุดคือการรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด ได้แก่ การล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ การสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในที่ชุมชน การทำความสะอาดของเล่นและพื้นผิวสัมผัสอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในช่วงหกเดือนแรก เนื่องจากนมแม่มีภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติที่ช่วยปกป้องเด็กจากการติดเชื้อทางเดินหายใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down