ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมต้องการตรวจคัดกรองเชื้อ HIV ในทารกแรกเกิด

การตรวจเชื้อ HIV (Human Immunodeficiency Virus) ในทารกที่เกิดจากมารดาที่มีการติดเชื้อ ถือเป็นขั้นตอนทางการแพทย์ที่มีความสำคัญสูงสุด เพื่อให้ทารกได้รับการดูแลและรักษาอย่างรวดเร็วที่สุดหากพบว่ามีการติดเชื้อ การวางแผนการตรวจอย่างเป็นระบบตามมาตรฐานสากลจะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่คลายความกังวล และทำให้ทีมแพทย์สามารถตัดสินใจเลือกแนวทางการรักษาได้อย่างเหมาะสมที่สุด โดยเป้าหมายหลักคือการทำให้ทารกมีสุขภาพแข็งแรงและปราศจากเชื้อ HIV ในระยะยาว

กลไกการติดต่อของเชื้อและการส่งผ่านจากแม่สู่ลูก

เชื้อ HIV สามารถส่งผ่านจากมารดาไปสู่ทารกได้ 3 ระยะหลัก ได้แก่ ระยะตั้งครรภ์ ระยะคลอด และระยะให้นมบุตร อย่างไรก็ตาม ด้วยวิทยาการทางการแพทย์ในปัจจุบัน หากมารดาได้รับยาต้านไวรัส (Antiretroviral Therapy - ART) อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอในระหว่างตั้งครรภ์ สามารถลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อสู่ทารกได้ต่ำกว่าร้อยละ 1 หรือเกือบเป็นศูนย์ ดังนั้นการติดตามผลอย่างใกล้ชิดจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง

ช่วงเวลาและจำนวนครั้งในการตรวจที่ได้มาตรฐานทางการแพทย์

การตรวจหาเชื้อในทารกไม่สามารถใช้วิธีตรวจเลือดแบบทั่วไป (Antibody Test) ที่ใช้ในผู้ใหญ่ได้ เนื่องจากทารกจะมีภูมิคุ้มกัน (Antibody) จากแม่ตกค้างอยู่ในกระแสเลือด ซึ่งอาจทำให้ผลการตรวจเป็นบวกปลอมได้นานถึง 18 เดือน ดังนั้นแพทย์จึงจำเป็นต้องใช้วิธีการตรวจทางอณูชีววิทยาที่เรียกว่า HIV DNA PCR หรือ HIV RNA PCR เท่านั้น โดยมีกำหนดการตรวจดังนี้:

  • การตรวจครั้งที่ 1: ทำเมื่อทารกมีอายุ 2 สัปดาห์ ถึง 1 เดือน
  • การตรวจครั้งที่ 2: ทำเมื่อทารกมีอายุ 1 เดือน ถึง 2 เดือน
  • การตรวจครั้งที่ 3: ทำเมื่อทารกมีอายุ 4 เดือน ถึง 6 เดือน
  • การตรวจยืนยัน: ทำเมื่อทารกมีอายุมากกว่า 18 เดือน เพื่อตรวจหาภูมิคุ้มกัน (Antibody) อีกครั้งหากจำเป็น เพื่อยืนยันว่าไม่มีเชื้อในร่างกายอย่างสมบูรณ์
คำแนะนำจากคุณหมอ: การปฏิบัติตามนัดหมายอย่างเคร่งครัดคือหัวใจสำคัญ เพราะการตรวจพบเชื้อตั้งแต่ระยะเริ่มแรกจะช่วยให้ทารกได้รับยาต้านไวรัสทันเวลา ซึ่งส่งผลดีต่อพัฒนาการและสุขภาพในระยะยาวของเด็กอย่างมหาศาล

สัญญาณเตือนและอาการที่ต้องเฝ้าระวัง

ในทารกที่ได้รับเชื้อ HIV อาจยังไม่แสดงอาการเด่นชัดในทันทีหลังคลอด แต่หากมีภาวะติดเชื้ออาจพบอาการดังต่อไปนี้:

  • มีการเจริญเติบโตช้าผิดปกติ น้ำหนักตัวไม่ขึ้นตามเกณฑ์
  • มีอาการไข้เรื้อรัง หรือไข้ที่หาสาเหตุไม่ได้
  • ต่อมน้ำเหลืองโตทั่วร่างกาย
  • มีฝ้าขาวในช่องปากหรือเชื้อราในปาก (Oral Thrush) ที่รักษาไม่หาย
  • มีการติดเชื้อซ้ำซาก เช่น ปอดบวมบ่อยครั้ง หรือท้องเสียเรื้อรัง

วิธีรักษาและการดูแลทารกหากตรวจพบเชื้อ

หากผลการตรวจยืนยันว่าทารกติดเชื้อ HIV ทีมแพทย์จะดำเนินการให้ยาต้านไวรัสสูตรพิเศษสำหรับเด็กทารกโดยเร็วที่สุด ซึ่งปัจจุบันยามีความปลอดภัยสูงและผลข้างเคียงน้อยลงอย่างมาก หน้าที่ของคุณพ่อคุณแม่คือการให้ลูกทานยาให้ตรงเวลาและครบถ้วนตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งพาลูกไปพบแพทย์ตามนัดหมายทุกครั้งเพื่อติดตามระดับไวรัสในเลือด (Viral Load) และระดับภูมิคุ้มกัน (CD4)

ข้อควรระวังและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด

  • ห้ามหยุดยาเอง: การหยุดยาต้านไวรัสโดยไม่ได้รับอนุญาตจากแพทย์จะทำให้เชื้อดื้อยาและควบคุมโรคได้ยากขึ้น
  • ห้ามให้นมแม่: สำหรับมารดาที่ติดเชื้อ HIV ห้ามให้นมบุตรเด็ดขาด เพราะเชื้อสามารถผ่านทางน้ำนมได้ ควรปรึกษากุมารแพทย์เพื่อเลือกใช้นมผงสำหรับทารกแทน
  • ห้ามใช้สมุนไพรหรืออาหารเสริมที่ไม่มีการรับรองทางการแพทย์: สารบางชนิดอาจเข้าไปทำปฏิกิริยากับยาต้านไวรัสและทำให้ประสิทธิภาพในการรักษาลดลง
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ทารกที่ได้รับยาต้านไวรัสอาจมีภาวะโลหิตจาง (Anemia) หรือค่าตับผิดปกติได้ในบางราย ดังนั้นการตรวจเลือดติดตามผลข้างเคียงจากยาตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนดจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย

สรุปสิ่งที่พ่อแม่ต้องปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยของลูก

การดูแลลูกน้อยให้ปลอดภัยจาก HIV เป็นความร่วมมือระหว่างครอบครัวและทีมแพทย์ โดยมีขั้นตอนปฏิบัติที่คุณพ่อคุณแม่ต้องจำให้ขึ้นใจดังนี้:

  • จดบันทึกตารางการตรวจเลือดให้ชัดเจน ห้ามพลาดนัดหมายการตรวจ PCR ทุกครั้ง
  • เฝ้าสังเกตอาการผิดปกติของลูกอย่างใกล้ชิด เช่น น้ำหนักไม่เพิ่ม หรือการเจ็บป่วยบ่อย
  • ดูแลสุขอนามัยของลูกให้ดี เพื่อป้องกันการติดเชื้อแทรกซ้อน
  • ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางโรคติดเชื้อในเด็กหากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับยาหรือการดูแล
  • ทำจิตใจให้เข้มแข็ง การได้รับความรักและการดูแลที่ถูกต้องจะช่วยให้ลูกเติบโตขึ้นอย่างมีคุณภาพและมีความสุข
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down