ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เมื่อลูกน้อยต้องเข้ารับการผ่าตัดลำไส้ขาดเซลล์ประสาท: สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องรู้

เมื่อทารกแรกเกิดไม่ถ่ายขี้เทาภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงแรก ร่วมกับมีอาการท้องอืด ร้องงอแง หรืออาเจียนเป็นสีเขียวของน้ำดี สัญญาณเหล่านี้คือสิ่งที่กุมารแพทย์ใช้สงสัยภาวะลำไส้ขาดเซลล์ประสาทแต่กำเนิด (Hirschsprung's disease) ซึ่งเป็นความผิดปกติแต่กำเนิดที่ลำไส้ใหญ่บางส่วนไม่มีเซลล์ประสาทคอยควบคุมการบีบตัว ทำให้กากอาหารและอุจจาระไม่สามารถเคลื่อนผ่านไปได้ตามปกติ จนเกิดการอุดตันในระบบทางเดินอาหาร

แนวทางการรักษาหลักที่เป็นมาตรฐานและให้ผลดีที่สุดคือ การผ่าตัดลำไส้ขาดเซลล์ประสาท เพื่อนำลำไส้ส่วนที่มีปัญหาออกและฟื้นฟูระบบขับถ่ายของลูกน้อย การทำความเข้าใจขั้นตอน กระบวนการเตรียมตัว และการดูแลอย่างถูกวิธี จะช่วยลดความกังวลของคุณพ่อคุณแม่ และส่งผลอย่างยิ่งต่อความสำเร็จในการรักษา

ขั้นตอนการเตรียมลำไส้ก่อนผ่าตัดและการระบายอุจจาระค้าง

การเตรียมความพร้อมก่อนเข้าห้องผ่าตัดมีความสำคัญไม่แพ้ตัวขั้นตอนการผ่าตัดเอง เนื่องจากลำไส้ใหญ่ส่วนต้นเหนือบริเวณที่ขาดเซลล์ประสาทมักจะโป่งพองและมีอุจจาระสะสมอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งเสี่ยงต่อการติดเชื้อรุนแรงและการเกิดภาวะลำไส้อักเสบติดเชื้อ (Hirschsprung-associated Enterocolitis - HAEC)

ก่อนเข้ารับการผ่าตัด ทีมแพทย์จะดำเนินการเตรียมลำไส้ด้วยวิธีการสำคัญ ดังนี้:

  • การสวนล้างลำไส้ใหญ่ผ่านทางทวารหนัก (Rectal Irrigation): แพทย์หรือพยาบาลผู้เชี่ยวชาญจะใช้สายยางขนาดเล็กสอดเข้าทางรูทวารหนัก ร่วมกับการใช้น้ำเกลือปราศจากเชื้อค่อยๆ สวนล้างเพื่อระบายอุจจาระที่ค้างอยู่ออกมา วิธีนี้ช่วยลดแรงดันในลำไส้ ลดการโป่งพอง และลดจำนวนเชื้อแบคทีเรียสะสม
  • การงดน้ำและอาหาร (NPO) ร่วมกับให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ: เพื่อให้ลำไส้ได้พักและลดการสร้างอุจจาระใหม่ รวมถึงการให้ยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดดำเพื่อป้องกันการติดเชื้อในกระแสเลือด
  • การประเมินและฟื้นฟูสภาพลำไส้: ในกรณีที่ลำไส้โป่งพองรุนแรง หรือเด็กมีภาวะติดเชื้อร่วมด้วย แพทย์อาจพิจารณาทำผ่าตัดเปิดลำไส้หน้าท้องชั่วคราว (Colostomy) เพื่อระบายอุจจาระออกก่อน รอให้ลำไส้ฟื้นตัวและลดการอักเสบเต็มที่ จึงจะดำเนินการผ่าตัดแก้ไขในขั้นตอนต่อไป

เทคนิคการผ่าตัดดึงลำไส้ส่วนที่มีเซลล์ประสาทลงมาต่อกับรูทวาร (Pull-through surgery)

หัวใจสำคัญของการรักษาโรคลำไส้ขาดเซลล์ประสาทคือ เทคนิคการผ่าตัดที่เรียกว่า Pull-through surgery หรือการดึงลำไส้ส่วนที่มีเซลล์ประสาทสมบูรณ์ลงมาต่อเข้ากับรูทวารหนัก

หลักการของเทคนิคนี้ประกอบด้วย 3 ขั้นตอนหลัก:

  • การระบุตำแหน่งลำไส้: แพทย์จะส่งชิ้นเนื้อลำไส้ตรวจทางพยาธิวิทยาในห้องผ่าตัดเพื่อหาจุดตัดที่แน่นอน ซึ่งเป็นจุดแบ่งระหว่างลำไส้ส่วนที่ไม่มีเซลล์ประสาทและส่วนที่มีเซลล์ประสาทปกติ
  • การตัดส่วนที่มีปัญหาออก: เลาะและตัดลำไส้ใหญ่ส่วนที่ขาดเซลล์ประสาทซึ่งไม่บีบตัวออกทั้งหมด
  • การดึงลำไส้ดีลงมาเชื่อมต่อ: ดึงลำไส้ส่วนต้นที่มีเซลล์ประสาทปกติและมีการบีบตัวดี ลงมาเย็บเชื่อมต่อกับส่วนปลายของทวารหนักใกล้กับหูรูดทวาร

ในปัจจุบัน เทคนิคการผ่าตัดได้รับการพัฒนาไปอย่างมาก แพทย์อาจใช้วิธีผ่าตัดผ่านทางทวารหนักโดยไม่มีแผลหน้าท้อง (Transanal Endorectal Pull-through - TEPT) หรือใช้วิธีผ่าตัดผ่านกล้องแบบส่องกล้อง (Laparoscopic-assisted pull-through) ซึ่งช่วยลดความเจ็บปวด เสียเลือดน้อยลง แผลมีขนาดเล็ก และช่วยให้เด็กฟื้นตัวได้เร็วยิ่งขึ้น

การดูแลแผลผ่าตัด สุขอนามัยบริเวณทวารหนัก และการติดตามการทำงานของลำไส้

ช่วงหลังการผ่าตัดเป็นระยะเวลาที่ต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิดและประณีต เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนและช่วยให้แผลรอยต่อของลำไส้สมานตัวได้ดี

การดูแลแผลและสุขอนามัยรอบทวารหนัก

หลังการผ่าตัด เด็กจะเริ่มมีการถ่ายอุจจาระทางทวารหนักบ่อยครั้งเนื่องจากลำไส้ยังปรับตัวไม่ได้ ทำให้อุจจาระมีความเป็นกรดและค่อนข้างเหลว ซึ่งอาจทำให้ผิวหนังรอบทวารหนักเกิดการเปื่อยเปียกและอักเสบได้ง่าย

  • ทำความสะอาดบริเวณทวารหนักและก้นด้วยน้ำอุ่นหรือน้ำสะอาดทุกครั้งหลังการถ่ายอุจจาระ หลีกเลี่ยงการใช้ทิชชู่เปียกที่มีแอลกอฮอล์หรือน้ำหอม
  • ใช้ผ้าสะอาดซับเบาๆ ให้แห้งสนิท ห้ามถูหรือเช็ดแรงๆ
  • ทาครีมป้องกันผื่นผ้าอ้อมที่มีส่วนผสมของ Zinc Oxide หนาๆ บริเวณรอบรูทวาร เพื่อเป็นเกราะป้องกันผิวจากกรดในอุจจาระ

การติดตามการทำงานของลำไส้และการขยายรูทวารหนัก

แพทย์อาจแนะนำให้ทำการขยายรูทวารหนัก (Anal Dilation) โดยใช้เครื่องมือขนาดเล็ก (Hegar dilator) หลังจากผ่าตัดไปแล้วประมาณ 2 ถึง 4 สัปดาห์ เพื่อป้องกันไม่ให้แผลรอยต่อของลำไส้เกิดการหดเกร็งหรือตีบแคบ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่จะได้รับการฝึกฝนทักษะนี้จากพยาบาลก่อนกลับบ้าน

ข้อควรระวังสำคัญ: หากหลังผ่าตัดเด็กมีไข้สูง ท้องอืดเกร็ง ท้องเสียอย่างรุนแรง อุจจาระมีกลิ่นเหม็นรุนแรงผิดปกติ หรือมีซึมลง ต้องรีบพานำส่งโรงพยาบาลทันที เนื่องจากอาจเป็นสัญญาณของภาวะลำไส้อักเสบติดเชื้อหลังผ่าตัด (Post-operative enterocolitis)

การปรับตัวของระบบขับถ่ายของเด็กในระยะยาวหลังการผ่าตัดสำเร็จ

การผ่าตัดประสบความสำเร็จเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการฟื้นฟู การปรับตัวของระบบขับถ่ายในระยะยาวต้องใช้เวลาและความเข้าใจจากครอบครัว

ในช่วง 1 ถึง 3 เดือนแรกหลังผ่าตัด เด็กอาจถ่ายอุจจาระบ่อยถึง 10-15 ครั้งต่อวัน เมื่อเวลาผ่านไป ลำไส้ใหญ่ส่วนที่เหลือจะค่อยๆ ดูดซึมน้ำได้ดีขึ้น และกล้ามเนื้อหูรูดทวารจะเริ่มทำงานสอดคล้องกัน อุจจาระจะเริ่มจับตัวเป็นก้อนมากขึ้น และความถี่ในการถ่ายจะลดลงเหลือ 1-3 ครั้งต่อวันตามธรรมชาติ

แนวทางการดูแลระยะยาวเพื่อให้เด็กมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น:

  • การจัดการอาหาร: เมื่อเด็กเริ่มรับประทานอาหารแสตนดาร์ดตามวัย ควรเน้นอาหารที่มีกากใยสูง เช่น ผัก ผลไม้ และธัญพืช ร่วมกับการดื่มน้ำอย่างเพียงพอ เพื่อช่วยให้อุจจาระนุ่มและถ่ายง่าย
  • การฝึกขับถ่าย (Potty Training): ควรทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่เร่งรัดหรือสร้างความกดดันให้แก่เด็ก เนื่องจากเด็กบางรายอาจต้องใช้เวลาในการรับรู้ความรู้สึกปวดถ่ายมากกว่าเด็กทั่วไป
  • การติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง: เข้าพบกุมารแพทย์และศัลยแพทย์ตามนัดหมายเพื่อประเมินการเติบโต การขับถ่าย และพัฒนาการอย่างสมวัย

ความสำเร็จของการรักษาโรคลำไส้ขาดเซลล์ประสาทไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพียงฝีมือการผ่าตัดของแพทย์เท่านั้น แต่เกิดจากการดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด ความอดทน และความรักของคุณพ่อคุณแม่ในทุกๆ วัน ซึ่งจะช่วยให้ลูกน้อยเติบโตขึ้นอย่างแข็งแรงและใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down