ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

นาทีชีวิตเมื่อทารกท้องอืด ไข้สูง และท้องเสีย: ทำความเข้าใจภาวะลำไส้อักเสบแทรกซ้อนจากโรค Hirschsprung

สำหรับทารกและเด็กเล็กที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรค Hirschsprung (โรคลำไส้โป่งพองแต่กำเนิดจากการขาดเซลล์ประสาท) คุณพ่อคุณแม่อาจคุ้นเคยกับปัญหาการถ่ายยาก ท้องผูกเรื้อรัง หรือการต้องสวนอุจจาระ แต่มีภาวะฉุกเฉินอย่างหนึ่งที่คุณหมออยากเน้นย้ำให้ครอบครัวตระหนักถึงอยู่เสมอ นั่นคือ ลำไส้อักเสบแทรกซ้อนจากโรค Hirschsprung (Hirschsprung-associated Enterocolitis หรือ HAEC) ซึ่งเป็นภาวะวิกฤตทางระบบทางเดินอาหารที่ลุกลามได้อย่างรวดเร็ว และหากได้รับการรักษาไม่ทันท่วงที อาจอันตรายถึงชีวิต

กลไกการเกิดภาวะลำไส้อักเสบรุนแรง (HAEC)

โรค Hirschsprung เกิดจากการที่ลำไส้ใหญ่ส่วนปลายไม่มีเซลล์ประสาทคุมการบีบตัว ทำให้ไม่สามารถขับเคลื่อนอุจจาระออกไปได้ตามธรรมชาติ เมื่ออุจจาระค้างสะสมอยู่ในลำไส้เป็นเวลานาน จะเกิดกระบวนการคั่งค้างและดันให้ลำไส้ส่วนบนขยายขนาดใหญ่ขึ้น ความดันภายในโพรงลำไส้ที่สูงขึ้นนี้จะส่งผลกระทบต่อกลไกการทำงานของระบบทางเดินอาหาร ดังนี้

  • การไหลเวียนเลือดลดลง: ความดันในโพรงลำไส้ที่สูงเกินไปกดทับหลอดเลือด เลือดไปเลี้ยงผนังลำไส้ได้น้อยลง จนเกิดการขาดเลือดและอักเสบ
  • เยื่อบูลำไส้เสียความสมบูรณ์: เมื่อขาดเลือดและเกิดภาวะอักเสบ เกราะป้องกันเยื่อบูลำไส้ (Mucosal barrier) จะเสียหายและเปิดออก
  • การเจริญเติบโตผิดปกติของแบคทีเรีย: อุจจาระที่คั่งค้างทำให้เกิดการสะสมของแบคทีเรียประจำถิ่นในปริมาณที่มากเกินไป (Bacterial overgrowth)
  • การหลุดลอดของเชื้อโรค: เชื้อแบคทีเรียและสารพิษ (Endotoxin) แทรกซึมผ่านเยื่อบูลำไส้ที่เสียหายเข้าสู่ผนังลำไส้และระบบไหลเวียนโลหิต ส่งผลให้เกิดการอักเสบรุนแรงทั่วทั้งระบบทางเดินอาหาร

สัญญาณเตือนวิกฤตที่คุณพ่อคุณแม่ต้องเฝ้าระวัง

ภาวะลำไส้อักเสบแทรกซ้อนจากโรค Hirschsprung สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในเด็กที่ยังไม่ได้ผ่าตัด หรือแม้แต่เด็กที่ได้รับการผ่าตัดต่อลำไส้ไปแล้วก็ตาม อาการมักเกิดขึ้นอย่างฉับพลันและมีความรุนแรง หากพบสัญญาณเตือนต่อไปนี้แม้เพียงข้อเดียว ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องพาลูกน้อยมาโรงพยาบาลทันที

  • ถ่ายเสียรุนแรง: อุจจาระมีลักษณะเป็นน้ำ ถ่ายพุ่ง กลิ่นเหม็นรุนแรงผิดปกติ
  • ถ่ายเป็นมูกเลือด: พบมูกปนเลือดหรือเลือดสดออกมาพร้อมกับอุจจาระ ซึ่งแสดงถึงการฉีกขาดและอักเสบระดับลึกของเยื่อบูลำไส้
  • ไข้สูง: มีไข้สูงร่วมกับอาการกระสับกระส่าย งอแง ร้องไห้โยกตัวเนื่องจากปวดท้องรุนแรง
  • ท้องอืดตึงรุนแรง: หน้าท้องขยายใหญ่ขึ้น ตึง แน่น และเมื่อแตะต้องบริเวณท้อง เด็กจะมีอาการเจ็บอย่างเห็นได้ชัด
  • ซึม ไร้แรง และอ่อนพละกำลัง: เด็กมีอาการตอบสนองช้าลง ตาปรือ ไม่ยอมกินนมหรือน้ำ ปลายมือปลายเท้าเย็น ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนของภาวะขาดน้ำอย่างหนักและภาวะเริ่มติดเชื้อในกระแสเลือด

ยุทธการกู้ชีวิต: การให้ยาปฏิชีวนะและการระบายอุจจาระอย่างทันท่วงที

เมื่อเด็กที่มีภาวะลำไส้อักเสบแทรกซ้อนจากโรค Hirschsprung มาถึงโรงพยาบาล ทีมแพทย์จะเริ่มการรักษาอย่างเร่งด่วน โดยมีเป้าหมายหลักในการลดการติดเชื้อ และลดความดันภายในโพรงลำไส้ทันที

1. การให้ยาปฏิชีวนะครอบคลุมเชื้อทางหลอดเลือดดำ (Intravenous Antibiotics)

เนื่องจากเชื้อโรคในลำไส้สามารถแทรกซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้ง่าย การให้ยาปฏิชีวนะกว้างครอบคลุมทั้งเชื้อแบคทีเรียชนิดใช้ออกซิเจนและไม่ใช้ออกซิเจน (Broad-spectrum antibiotics) ทางหลอดเลือดดำโดยเร็วที่สุด จึงเป็นขั้นตอนสำคัญในการยับยั้งการกระจายของเชื้อโรค

2. การระบายอุจจาระและแก๊ส (Bowel Decompression / Rectal Irrigation)

การสวนระบายอุจจาระและแก๊สออกจากลำไส้ด้วยน้ำเกลือปราศจากเชื้อ (Normal Saline) ผ่านสายสวนทางรูตูด เป็นการลดแรงดันในโพรงลำไส้โดยตรง ช่วยให้เลือดกลับมาเลี้ยงผนังลำไส้ได้ดีขึ้น ลดการดูดซึมสารพิษเข้าสู่ร่างกาย และช่วยทำความสะอาดแบคทีเรียที่สะสมอยู่ในลำไส้ ซึ่งต้องทำโดยทีมแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อความปลอดภัย

3. การชดเชยสารน้ำและเกลือแร่ (Fluid Resuscitation)

การถ่ายเสียอย่างรุนแรงทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่อย่างรวดเร็ว แพทย์จะทำการให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำเพื่อรักษาปริมาณเลือดในระบบไหลเวียนโลหิตและป้องกันภาวะความดันโลหิตตก

"ในภาวะ HAEC ทุกนาทีมีค่า การระบายอุจจาระและให้ยาปฏิชีวนะอย่างรวดเร็ว สามารถเปลี่ยนผลลัพธ์จากการวิกฤตถึงชีวิต ให้กลับคืนสู่ความปลอดภัยได้อย่างสิ้นเชิง"

การป้องกันและการเฝ้าระวังเพื่อไม่ให้เกิดภาวะช็อกจากการติดเชื้อ

อันตรายที่สุดของภาวะลำไส้อักเสบแทรกซ้อนจากโรค Hirschsprung คือการพัฒนาไปสู่ ภาวะช็อกจากการติดเชื้อในกระแสเลือด (Septic Shock) ซึ่งเป็นสภาวะที่ระบบการทำงานของอวัยวะต่างๆ ล้มเหลว ความดันโลหิตลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว และเสี่ยงต่อการเสียชีวิต

การป้องกันและการรับมือที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ประกอบด้วยแนวปฏิบัติดังนี้:

  • หมั่นสังเกตพฤติกรรมการถ่าย: บันทึกความถี่ ลักษณะ และกลิ่นของอุจจาระเป็นประจำ หากพบว่าลูกเริ่มถ่ายเหลวผิดปกติแม้เพียงครั้งเดียว ควรเพิ่มความระมัดระวัง
  • การสวนล้างลำไส้ตามแพทย์สั่งอย่างถูกต้อง: ในเด็กบางราย แพทย์กุมารศัลยศาสตร์อาจแนะนำให้ทำ Rectal Irrigation ที่บ้านเป็นประจำเพื่อป้องกันการคั่งค้างของอุจจาระ คุณพ่อคุณแม่ควรรู้วิธีการทำอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ
  • ห้ามใช้ยาสุดทึบหรือยาหยุดถ่ายเองเด็ดขาด: การให้ยาหยุดถ่ายในเด็กที่มีภาวะ HAEC จะยิ่งทำให้อุจจาระและเชื้อโรคถูกกักเก็บไว้ในลำไส้ ส่งผลให้อาการทรุดลงอย่างรวดเร็ว
  • รีบพบแพทย์โดยไม่ต้องรอ: หากเด็กมีไข้ร่วมกับท้องอืด หรือถ่ายเหลว ให้รีบนำส่งโรงพยาบาลทันที ไม่ควรรอดูอาการที่บ้าน

ความรู้และการสังเกตอย่างใกล้ชิดของคุณพ่อคุณแม่ คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อยที่มีโรค Hirschsprung การตระหนักรู้ถึงภาวะลำไส้อักเสบแทรกซ้อนและนำลูกเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงที จะช่วยให้ก้าวผ่านภาวะวิกฤตนี้ไปได้อย่างปลอดภัย

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down