ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำความเข้าใจภาวะท้องป๋องและถ่ายมีเลือดปนในทารก

การสังเกตอาการของลูกทารกแรกเกิดถึงวัยแบเบาะเป็นสิ่งสำคัญที่พ่อแม่ต้องใส่ใจอย่างใกล้ชิด หากพบว่าลูกน้อยมีอาการท้องป๋องพุงกางร่วมกับมีเลือดปนออกมากับอุจจาระ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องปกติและไม่ควรนิ่งนอนใจ อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของความผิดปกติในระบบทางเดินอาหารส่วนล่าง โดยเฉพาะโรคสำคัญที่พ่อแม่ทุกคนควรทำความรู้จักคือ โรค Hirschsprung หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า ภาวะลำไส้ใหญ่ไม่มีปมประสาท (Hirschsprung Disease) ซึ่งเป็นโรคทางศัลยกรรมเด็กที่พบได้บ่อยและต้องการการวินิจฉัยรวมถึงการรักษาที่รวดเร็วจากกุมารแพทย์และศัลยแพทย์เฉพาะทาง

สาเหตุและกลไกการเกิดโรค Hirschsprung

โรค Hirschsprung เป็นความผิดปกติแต่กำเนิดที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงที่ทารกยังอยู่ในครรภ์มารดา โดยมีความผิดปกติของการสร้างเซลล์ปมประสาท (Ganglion cells) ในผนังลำไส้ใหญ่ ซึ่งเซลล์ปมประสาทเหล่านี้มีหน้าที่สำคัญในการควบคุมการบีบตัวของลำไส้ให้อุจจาระเคลื่อนตัวผ่านไปได้อย่างปกติ เมื่อลำไส้ส่วนปลายไม่มีปมประสาท ลำไส้ส่วนนั้นจึงไม่สามารถคลายตัวและบีบตัวเพื่อขับอุจจาระได้ ทำให้เกิดการตีบตันทางสรีรวิทยา ส่งผลให้อุจจาระและแก๊สเกิดการสะสมตัวค้างอยู่ภายในลำไส้ส่วนต้น เกิดภาวะลำไส้โป่งพองและขยายตัวอย่างมาก

คำแนะนำจากคุณหมอ: ในทารกปกติทั่วไป ควรจะถ่ายขี้เทา (Meconium) ครั้งแรกภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงแรกหลังคลอด หากลูกน้อยของคุณเลยกำหนดเวลานี้ไปแล้วยังไม่ถ่ายขี้เทา ร่วมกับมีอาการท้องอืด ท้องป๋อง พุงกางอย่างเห็นได้ชัด ควรปรึกษากุมารแพทย์ทันทีเพื่อทำการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด

อาการสำคัญและลำดับการดำเนินของโรค

อาการแสดงของโรค Hirschsprung สามารถพบได้ตั้งแต่ช่วงแรกเกิดจนถึงวัยเด็กเล็ก โดยความรุนแรงของอาการจะขึ้นอยู่กับความยาวของส่วนลำไส้ที่ไม่มีปมประสาท

  • อาการในทารกแรกเกิด: ไม่ถ่ายขี้เทาภายในยี่สิบสี่ถึงสี่สิบแปดชั่วโมงแรก ท้องอืดมาก ท้องป๋องตึง อาเจียนเป็นน้ำดีหรือมีสีเขียวเข้ม เนื่องจากมีการอุดตันของลำไส้
  • อาการในทารกวัยแบเบาะ: ท้องผูกเรื้อรัง ถ่ายยาก ต้องสวนอุจจาระหรือใช้นิ้วช่วยอยู่เป็นประจำ น้ำหนักตัวไม่ขึ้นตามเกณฑ์ เติบโตช้า เจริญเติบโตไม่สมวัย
  • อาการลุกลามและภาวะแทรกซ้อน: เมื่อลำไส้อุดตันเป็นเวลานาน จะทำให้แบคทีเรียเจริญเติบโตอย่างผิดปกติ เกิดภาวะลำไส้อักเสบอย่างรุนแรง (Enterocolitis) ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉิน ทารกจะมีไข้สูง ท้องป๋องตึงมาก ปวดท้อง และถ่ายอุจจาระมีเลือดปนออกมาเนื่องจากเยื่อบุลำไส้เริ่มขาดเลือดและหลุดลอก

สัญญาณเตือนอันตราย Red Flags ที่ต้องรีบพบแพทย์ฉุกเฉิน

หากพบอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ให้รีบพาลูกน้อยไปโรงพยาบาลทันที เพราะอาจเกิดภาวะลำไส้อักเสบติดเชื้อในกระแสเลือดที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้

  • ท้องป๋องตึงแน่นมากเมื่อคลำดูจะรู้สึกแข็งและลูกจะร้องกวนตลอดเวลาเนื่องจากความเจ็บปวด
  • ถ่ายอุจจาระมีเลือดปน มีมูกเลือด หรืออุจจาระมีกลิ่นเหม็นรุนแรงผิดปกติ
  • อาเจียนพุ่งออกมาเป็นน้ำดีสีเขียวหรือสีเหลืองเขียวอย่างต่อเนื่อง
  • ซึมลง ไม่ยอมดูดนม ปัสสาวะน้อยลงหรือไม่มีปัสสาวะเลยเป็นเวลาหลายชั่วโมง ซึ่งบ่งบอกถึงภาวะขาดน้ำ
  • มีไข้สูงร่วมกับอาการท้องอืดและท้องเสียสลับท้องผูก

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อมาพบแพทย์ กุมารแพทย์และศัลยแพทย์เด็กจะทำการตรวจวินิจฉัยผ่านขั้นตอนมาตรฐานทางการแพทย์ดังนี้

  • การซักประวัติและตรวจร่างกาย: แพทย์จะสอบถามประวัติการขับถ่ายขี้เทาตั้งแต่แรกเกิด ลักษณะอุจจาระ และทำการตรวจคลำหน้าท้องเพื่อประเมินความตึงของช่องท้องและการขยายตัวของลำไส้
  • การสวนแป้ง barium enema: เป็นการเอ็กซเรย์โดยการสวนสารทึบรังสีเข้าไปทางทวารหนัก เพื่อดูขนาดและความผิดปกติของลำไส้ใหญ่ โดยจะพบลักษณะลำไส้ส่วนปลายตีบแคบและส่วนต้นโป่งพองอย่างชัดเจน
  • การตัดชิ้นเนื้อลำไส้เพื่อตรวจทางพยาธิวิทยา (Rectal Biopsy): เป็นวิธีมาตรฐานที่ให้ผลวินิจฉัยแม่นยำที่สุด โดยแพทย์จะทำการตัดชิ้นเนื้อเยื่อบุลำไส้ส่วนปลายขนาดเล็กมาตรวจภายใต้กล้องจุลทรรศน์เพื่อยืนยันการขาดหายไปของเซลล์ปมประสาท

วิธีดูแลรักษาและการผ่าตัดที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

การรักษาโรค Hirschsprung ที่ได้ผลเด็ดขาดคือการรักษาด้วยการผ่าตัด เพื่อตัดลำไส้ส่วนที่ไม่มีปมประสาทออกไป และนำลำไส้ส่วนที่มีปมประสาทปกติมาต่อลงที่ทวารหนัก

ข้อควรระวังทางการแพทย์: ก่อนเข้ารับการผ่าตัดแก้ไขถาวร ศัลยแพทย์อาจจำเป็นต้องทำการล้างลำไส้ (Bowel irrigation) หรือทำการผ่าตัดทำทวารเทียมที่หน้าท้อง (Colostomy) ชั่วคราว เพื่อลดอาการท้องอืด ป้องกันลำไส้ทะลุ และให้ลำไส้ส่วนบนได้พักผ่อนและยุบตัวลงก่อนผ่าตัดใหญ่

การดูแลหลังผ่าตัด พ่อแม่ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของศัลยแพทย์อย่างเคร่งครัด ดูแลแผลผ่าตัดให้สะอาด ป้องกันการติดเชื้อ สังเกตลักษณะการขับถ่าย และพามาพบแพทย์ตามนัดเพื่อติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด

ในเด็กที่มีอาการท้องผูกเรื้อรังหรือสงสัยว่าเป็นโรค Hirschsprung มีข้อห้ามสำคัญดังนี้

  • ห้ามซื้อยาระบายให้ลูกกินเอง: การใช้ยาระบายกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้โดยไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงอาจเป็นอันตรายและทำให้ลำไส้ทะลุได้หากมีการอุดตันรุนแรง
  • ห้ามสวนทวารหนักด้วยความรุนแรง: การสวนก้นหรือใช้อุปกรณ์ใดๆ สอดใส่ทวารหนักของทารกโดยไม่มีคำแนะนำจากแพทย์ อาจทำให้เกิดแผลฉีกขาด เลือดออก และติดเชื้อในลำไส้ได้
  • ห้ามละเลยอาการเตือน: หากลูกท้องป๋องและมีเลือดปนในอุจจาระแม้เพียงเล็กน้อย ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที อย่ารอให้อาการรุนแรงขึ้น

คำแนะนำระยะยาวและการป้องกัน

เนื่องจากโรค Hirschsprung เป็นความผิดปกติทางพันธุกรรมและพัฒนาการตั้งแต่กำเนิด จึงไม่สามารถป้องกันได้โดยตรงด้วยการปฏิบัติตัวของคุณแม่ระหว่างตั้งครรภ์ อย่างไรก็ตาม การสังเกตความผิดปกติของการขับถ่ายในทารกแรกเกิดอย่างใกล้ชิดถือเป็นการป้องกันที่ดีที่สุดในการนำเด็กเข้ารับการรักษาได้อย่างทันท่วงที ป้องกันภาวะแทรกซ้อนรุนแรง และช่วยให้เด็กสามารถเติบโตได้อย่างมีสุขภาพดีและมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down