เมื่อลูกน้อยเป็นโรคมือเท้าปาก: ทำไมอาการของแต่ละคนถึงไม่เท่ากัน
คุณพ่อคุณแม่หลายท่านมักจะพาลูกน้อยมาพบหมอด้วยอาการไข้สูง ร้องงอแงไม่ยอมกลืนกินนมหรือน้ำ และมีตุ่มแดงขึ้นตามฝ่ามือฝ่าเท้า เมื่อหมอแจ้งการวินิจฉัยว่าเป็น โรคมือเท้าปาก คำถามสำคัญที่หมอมักจะได้รับฟังอยู่เสมอคือ โรคนี้จะอันตรายถึงชีวิตหรือไม่ และทำไมเด็กบางคนมีอาการเพียงเล็กน้อยก็หายได้เอง แต่บางคนกลับต้องเข้ารับการรักษาในห้องไอซียู
คำตอบของเรื่องนี้อยู่ที่ชนิดของเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุ โรคมือเท้าปากไม่ได้เกิดจากไวรัสเพียงชนิดเดียว แต่เกิดจากกลุ่มเอนเทอโรไวรัส (Enterovirus) หลายสายพันธุ์ โดยสายพันธุ์หลักที่พบบ่อยและมีความสำคัญทางการแพทย์สูงคือ Coxsackievirus A16 (Cox A16) และ Enterovirus 71 (EV71) การทำความเข้าใจเกี่ยวกับความแตกต่างของอาการโรคมือเท้าปากจากเชื้อทั้งสองชนิดนี้ จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สามารถเฝ้าระวังและดูแลลูกน้อยได้อย่างทันท่วงที
การเปรียบเทียบความรุนแรง: Coxsackievirus A16 กับ EV71
ในแง่ของความรุนแรง เชื้อทั้งสองชนิดนี้มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ซึ่งหมออยากให้คุณพ่อคุณแม่ทำความเข้าใจเพื่อลดความกังวลใจในกรณีที่อาการไม่รุนแรง และเพิ่มความระมัดระวังในกรณีที่อาจเกิดภาวะแทรกซ้อน
- Coxsackievirus A16 (กลุ่มอาการไม่รุนแรง): เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดของโรคมือเท้าปาก เชื้อชนิดนี้มักก่อให้เกิดอาการที่ไม่รุนแรง มีไข้ต่ำหรือไม่มีไข้ และหายได้เองตามธรรมชาติโดยไม่มีภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตราย
- Enterovirus 71 หรือ EV71 (กลุ่มอาการรุนแรง): เป็นสายพันธุ์ที่กุมารแพทย์และสาธารณสุขให้ความกังวลเป็นพิเศษ เนื่องจากมีคุณสมบัติในการจู่โจมระบบประสาทส่วนกลาง สามารถก่อให้เกิดภาวะสมองอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ และกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ซึ่งนำไปสู่ภาวะน้ำท่วมปอดและเสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว
ความแตกต่างของลักษณะตุ่มน้ำใสและตำแหน่งแผลบนร่างกาย
อีกหนึ่งจุดสังเกตที่คุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยหมอประเมินในเบื้องต้นได้คือ ลักษณะของตุ่มและตำแหน่งที่เกิดขึ้น แม้ว่าจะไม่สามารถใช้แยกชนิดเชื้อได้อย่างร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ลักษณะทางคลินิกเหล่านี้ก็มีแนวโน้มที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด
ลักษณะและตำแหน่งตุ่มจากเชื้อ Coxsackievirus A16
โดยทั่วไป เชื้อ Cox A16 จะทำให้เกิดตุ่มน้ำใสที่มีลักษณะค่อนข้างใหญ่ ผนังตุ่มบาง และมองเห็นของเหลวด้านในชัดเจน มักพบตุ่มน้ำเหล่านี้กระจายอยู่หนาแน่นบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า รอบๆ ก้น หัวเข่า และข้อศอก ร่วมกับแผลในปากจำนวนมากและค่อนข้างกว้าง ทำให้เด็กมีอาการเจ็บปากจนปฏิเสธการกินอาหาร
ลักษณะและตำแหน่งตุ่มจากเชื้อ EV71
ในทางตรงกันข้าม เชื้อ EV71 มักจะทำให้เกิดตุ่มน้ำขนาดเล็กกว่า บางครั้งอาจเป็นเพียงผื่นแดงราบขนาดเล็กหรือตุ่มนูนแดงที่ไม่มีน้ำใสอยู่ข้างใน ตำแหน่งที่พบอาจไม่เด่นชัดตามมือหรือเท้า แต่อาจพบแผลในปากขนาดเล็กจำนวนไม่มาก ข้อควรระวังที่สำคัญคือ ความรุนแรงของโรคไม่ได้แปรผันตามจำนวนตุ่ม เด็กบางคนที่มีอาการรุนแรงจากเชื้อ EV71 อาจมีตุ่มขึ้นเพียงไม่กี่เม็ดจนคุณพ่อคุณแม่อาจมองข้ามไป
ข้อควรระวังที่สำคัญที่สุดคือ ความรุนแรงของเชื้อ EV71 ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนตุ่มบนร่างกาย เด็กบางคนมีตุ่มขึ้นเพียงไม่กี่เม็ด แต่กลับมีอาการทางระบบประสาทที่รุนแรง ดังนั้นการเฝ้าสังเกตอาการทางระบบประสาทจึงสำคัญกว่าการนับจำนวนตุ่มบนผิวหนัง
ระยะเวลาการดำเนินโรคและการฟื้นตัวของร่างกาย
การดำเนินโรคของโรคมือเท้าปากที่เกิดจากเชื้อต่างชนิดกัน มีความแตกต่างกันทั้งในเรื่องของช่วงเวลาวิกฤตและการฟื้นตัวของร่างกาย ดังนี้
หากเป็นเชื้อ Coxsackievirus A16: ระยะดำเนินโรคจะค่อนข้างเป็นไปตามขั้นตอนปกติ เริ่มจากมีไข้ต่ำๆ 1-2 วัน จากนั้นเจ็บปากและเริ่มมีตุ่มขึ้น ตุ่มเหล่านี้จะค่อยๆ แห้งและตกสะเก็ดไปเองภายใน 7-10 วัน โดยไม่มีอาการแทรกซ้อนอื่น ร่างกายของเด็กจะฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วและกลับมาทานอาหารได้ตามปกติเมื่อแผลในปากเริ่มสมานตัว
หากเป็นเชื้อ EV71: ระยะดำเนินโรคอาจมีความรวดเร็วและน่ากังวลกว่ามาก ช่วง 2-4 วันแรกอาจมีไข้สูงลอยที่ยาลดไข้ทั่วไปมักเอาไม่ค่อยอยู่ และหากเชื้อเข้าสู่ระบบประสาท อาการจะทรุดลงอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง โดยมักจะแสดงอาการเตือนที่เรียกว่าสัญญาณอันตราย ซึ่งหากพ้นช่วงวิกฤต 3-5 วันแรกไปได้โดยไม่มีภาวะแทรกซ้อน ร่างกายจึงจะค่อยๆ ฟื้นตัวและหายเป็นปกติ
สัญญาณเตือนวิกฤตที่คุณพ่อคุณแม่ต้องเฝ้าระวัง
เนื่องจากเราไม่สามารถทราบสายพันธุ์ของไวรัสได้ทันทีจากการตรวจร่างกายในวันแรก หมอจึงขอแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่สังเกตอาการอย่างใกล้ชิด หากลูกน้อยมีอาการดังต่อไปนี้ แม้จะมีตุ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยก็ตาม ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลทันทีโดยไม่ต้องรอให้ถึงวันนัด:
- มีอาการสะดุ้งผวาบ่อยครั้ง (Myoclonus jerk) โดยเฉพาะเวลาที่กำลังจะหลับ หรือมีอาการแขนขาอ่อนแรง สั่นพะงาบๆ
- มีไข้สูงลอยเกิน 39 องศาเซลเซียส และไข้ไม่ลดลงหลังจากกินยาลดไข้หรือเช็ดตัว
- ซึมลงอย่างเห็นได้ชัด เล่นน้อยลง หรือมีอาการง่วงซึมตลอดเวลา
- อาเจียนบ่อยครั้ง กินอาหารหรือน้ำไม่ได้เลย
- หายใจหอบเร็ว หายใจลำบาก หรือมีอาการเหนื่อยง่ายผิดปกติ
สุดท้ายนี้ โรคมือเท้าปากแม้จะเป็นโรคที่พบบ่อยในวัยเด็ก แต่การเข้าใจถึงความแตกต่างของอาการโรคมือเท้าปากจากสายพันธุ์ที่ต่างกัน จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ไม่ตื่นตระหนกจนเกินไปกับตุ่มน้ำที่ขึ้นเต็มตัวจากเชื้อ Coxsackie และในขณะเดียวกันก็ช่วยให้ไม่ละเลยสัญญาณเตือนที่อันตรายจากเชื้อ EV71 เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของลูกน้อยที่คุณรัก