ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เมื่อลูกน้อยปัสสาวะมีเลือดปน หรือคุณป้าคุณลุงเจอภาวะนี้บ่อยๆ: การวินิจฉัยและการดูแลที่แตกต่างกัน

การได้เห็นสีปัสสาวะที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะเมื่อมีสีแดงหรือสีคล้ำคล้ายน้ำล้างเนื้อ ย่อมสร้างความกังวลใจให้กับทั้งคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกน้อย หรือแม้แต่ตัวคุณป้าคุณลุงเองที่อาจเคยพบภาวะนี้บ่อยครั้ง เลือดในปัสสาวะ หรือที่เราเรียกกันว่า ปัสสาวะเป็นเลือด (Hematuria) เป็นสัญญาณที่ร่างกายกำลังบอกเราว่ามีบางอย่างผิดปกติ ไม่ว่าจะมองเห็นด้วยตาเปล่า (Gross Hematuria) หรือตรวจพบผ่านกล้องจุลทรรศน์ (Microscopic Hematuria) ก็ล้วนแต่สมควรได้รับการใส่ใจ การวินิจฉัยและแนวทางการดูแลรักษาภาวะนี้มีความแตกต่างกันอย่างมากในแต่ละช่วงวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งระหว่างเด็กและผู้สูงอายุ ซึ่งผมในฐานะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกุมารเวชกรรมและโรคไต ได้เห็นและดูแลผู้ป่วยในกลุ่มนี้มามากมาย จึงอยากจะมาไขข้อกระจ่างและให้แนวทางที่ถูกต้อง เพื่อให้ทุกท่านคลายความกังวลและได้รับการดูแลที่เหมาะสม

แนวทางการวินิจฉัยภาวะเลือดออกในปัสสาวะที่ครบวงจร

เมื่อผู้ป่วยมีอาการปัสสาวะเป็นเลือด สิ่งแรกที่เราต้องทำคือการหาสาเหตุและตำแหน่งที่มาของเลือด โดยแนวทางการวินิจฉัยจะเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนพื้นฐานไปจนถึงการตรวจที่ซับซ้อนขึ้น

  • การซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียด: แพทย์จะสอบถามถึงอาการที่เกิดขึ้น ระยะเวลา ปริมาณเลือดที่ออกมา อาการร่วมอื่นๆ เช่น ปวดท้อง ปวดบั้นเอว ไข้ ประวัติการใช้ยา การบาดเจ็บ หรือประวัติโรคประจำตัวต่างๆ ในครอบครัว การตรวจร่างกายจะช่วยประเมินสภาพทั่วไป ตรวจหาตำแหน่งที่อาจมีอาการปวด หรือพบความผิดปกติของอวัยวะที่เกี่ยวข้อง
  • การตรวจปัสสาวะ (Urinalysis): เป็นการตรวจเบื้องต้นที่สำคัญที่สุด เพื่อยืนยันว่ามีเม็ดเลือดแดงในปัสสาวะจริงหรือไม่ และยังช่วยบ่งชี้ถึงสาเหตุบางประการ เช่น มีโปรตีนรั่ว ปัสสาวะติดเชื้อ หรือมีผลึกนิ่ว
  • การเพาะเชื้อปัสสาวะ (Urine Culture): หากสงสัยว่ามีการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ ซึ่งเป็นสาเหตุที่พบบ่อยทั้งในเด็กและผู้สูงอายุ การเพาะเชื้อจะช่วยระบุชนิดของเชื้อและแนวทางการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะที่เหมาะสม
  • การตรวจเลือด: อาจรวมถึงการตรวจนับเม็ดเลือด (CBC) เพื่อประเมินภาวะซีด การทำงานของไต (Kidney Function Test) การแข็งตัวของเลือด รวมถึงการตรวจหาโรคทางภูมิคุ้มกันบางชนิดที่อาจส่งผลต่อไต
  • การถ่ายภาพรังสี (Imaging Studies): เพื่อดูโครงสร้างของระบบทางเดินปัสสาวะทั้งหมด
    • อัลตราซาวนด์ (Ultrasound): มักเป็นการตรวจลำดับแรกๆ ที่ปลอดภัย ไม่มีรังสี ช่วยดูขนาด รูปร่างของไต กระเพาะปัสสาวะ และตรวจหานิ่ว เนื้องอก หรือความผิดปกติทางโครงสร้าง
    • เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) หรือ MRI: ใช้ในกรณีที่อัลตราซาวนด์ไม่พบสาเหตุ หรือสงสัยความผิดปกติที่ซับซ้อนขึ้น เช่น นิ่วที่มีขนาดเล็กมาก เนื้องอก หรือหลอดเลือดผิดปกติ
  • การส่องกล้องกระเพาะปัสสาวะ (Cystoscopy): เป็นการส่องกล้องขนาดเล็กผ่านท่อปัสสาวะเข้าไปในกระเพาะปัสสาวะ เพื่อตรวจดูภายในกระเพาะปัสสาวะและท่อปัสสาวะโดยตรงว่ามีเนื้องอก นิ่ว หรือความผิดปกติอื่นๆ หรือไม่ และอาจมีการตัดชิ้นเนื้อเพื่อส่งตรวจ (Biopsy) หากพบความผิดปกติ

การประเมินและการจัดการภาวะเลือดออกในปัสสาวะในกลุ่มผู้ป่วยเด็ก: ข้อควรระวังและแนวทางการดูแลเฉพาะทาง

สำหรับลูกน้อย การปัสสาวะเป็นเลือดมักสร้างความตื่นตระหนกให้กับคุณพ่อคุณแม่เป็นอย่างมาก แต่สิ่งสำคัญคือการตั้งสติและพาเด็กมาพบแพทย์ สาเหตุในเด็กมีความแตกต่างจากผู้ใหญ่ค่อนข้างมาก และส่วนใหญ่มักไม่ร้ายแรง

  • สาเหตุที่พบบ่อยในเด็ก:
    • การติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ (Urinary Tract Infection - UTI): พบได้บ่อย โดยเฉพาะในเด็กผู้หญิง
    • ภาวะเลือดออกผิดปกติในปัสสาวะที่ไม่เป็นอันตราย (Benign Recurrent Hematuria): พบได้บ่อย ไม่เป็นอันตรายต่อไตในระยะยาว
    • ภาวะแคลเซียมในปัสสาวะสูง (Hypercalciuria): แม้จะยังไม่เป็นนิ่ว แต่แคลเซียมที่มากเกินไปก็อาจทำให้เกิดเลือดออกได้
    • นิ่วในทางเดินปัสสาวะ: พบได้บ้างในเด็ก
    • โรคไตอักเสบ (Glomerulonephritis): เช่น Post-streptococcal glomerulonephritis ซึ่งมักเกิดหลังการติดเชื้อในลำคอ หรือโรคไต IgA nephropathy
    • การบาดเจ็บ: เช่น การถูกกระแทกบริเวณท้องหรือหลัง
    • ความผิดปกติแต่กำเนิด: เช่น ความผิดปกติของโครงสร้างไตหรือทางเดินปัสสาวะ
  • ข้อควรระวังและแนวทางการดูแลเฉพาะทาง: ในเด็ก แพทย์จะพยายามหลีกเลี่ยงการตรวจที่รุกล้ำหรือใช้รังสีโดยไม่จำเป็น มักเริ่มต้นด้วยการซักประวัติ ตรวจร่างกาย ตรวจปัสสาวะ และอัลตราซาวนด์ก่อน การดูแลเน้นที่การหาสาเหตุที่เฉพาะเจาะจง การให้กำลังใจและข้อมูลที่ถูกต้องแก่ผู้ปกครองเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง
  • กรณีที่ต้องระวัง: หากมีอาการบวม ความดันโลหิตสูง หรือมีโปรตีนรั่วในปัสสาวะร่วมด้วย อาจบ่งชี้ถึงโรคไตอักเสบที่รุนแรงขึ้น และต้องรีบปรึกษาแพทย์โรคไตเด็กโดยเร็ว

การพิจารณาพิเศษสำหรับภาวะเลือดออกในปัสสาวะในผู้สูงอายุ โดยเฉพาะความเสี่ยงของโรคมะเร็งที่เพิ่มขึ้น

ในผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป การพบเลือดในปัสสาวะไม่ว่าจะมากหรือน้อย ถือเป็นสัญญาณอันตรายที่ต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดและจริงจัง เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นสัญญาณของโรคมะเร็ง

  • ความเสี่ยงของโรคมะเร็ง:
    • มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ (Bladder Cancer): เป็นสาเหตุที่สำคัญที่สุดที่ต้องระวังในผู้สูงอายุ มักมาด้วยอาการปัสสาวะเป็นเลือดโดยไม่มีอาการปวด
    • มะเร็งไต (Kidney Cancer): อาจไม่มีอาการใดๆ นอกจากเลือดในปัสสาวะ
    • มะเร็งต่อมลูกหมาก (Prostate Cancer): ในเพศชาย อาจทำให้มีเลือดในปัสสาวะได้
  • สาเหตุอื่นๆ ที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ:
    • ต่อมลูกหมากโต (Benign Prostatic Hyperplasia - BPH): เป็นสาเหตุที่พบบ่อยในเพศชาย ทำให้มีเส้นเลือดบริเวณต่อมลูกหมากแตกง่าย
    • การติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ: พบได้บ่อย อาจมีอาการปวดแสบขัดร่วมด้วย
    • นิ่วในทางเดินปัสสาวะ: พบได้เช่นกัน
    • ผลข้างเคียงจากยา: โดยเฉพาะยาละลายลิ่มเลือด (Anticoagulants) หรือยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs)
  • แนวทางการวินิจฉัย: สำหรับผู้สูงอายุ การส่องกล้องกระเพาะปัสสาวะ (Cystoscopy) และการทำ CT Urogram มักจะถูกพิจารณาเป็นลำดับต้นๆ เพื่อประเมินหาเนื้องอกหรือมะเร็งอย่างละเอียด ไม่ควรละเลยหรือคิดว่าเป็นเพียงอาการชราภาพ

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นหากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม

การเพิกเฉยต่อภาวะเลือดในปัสสาวะ อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ซ่อนอยู่

  • ภาวะโลหิตจาง (Anemia): หากมีเลือดออกเรื้อรัง อาจทำให้ร่างกายสูญเสียเม็ดเลือดแดง นำไปสู่ภาวะซีด อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย
  • ภาวะไตวาย (Kidney Failure): หากสาเหตุคือโรคไตอักเสบที่ไม่ได้รับการรักษา หรือมีการอุดกั้นของทางเดินปัสสาวะ เช่น จากก้อนนิ่วหรือเนื้องอกที่ทำให้ไตเสียหายรุนแรง อาจนำไปสู่ภาวะไตวายเฉียบพลันหรือเรื้อรัง ซึ่งในบางกรณีอาจต้องได้รับการบำบัดทดแทนไต เช่น การฟอกเลือด
  • การติดเชื้อที่รุนแรงขึ้น: หากเลือดออกเกิดจากการติดเชื้อที่ปล่อยทิ้งไว้ อาจลุกลามไปยังกระแสเลือด ทำให้เกิดภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis) ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต
  • การแพร่กระจายของโรคมะเร็ง: หากสาเหตุคือโรคมะเร็ง การละเลยการวินิจฉัยและการรักษาจะทำให้มะเร็งลุกลามและแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆ ทำให้การรักษายากขึ้นและผลการรักษาไม่ดี

ไม่ว่าจะเป็นลูกน้อยที่คุณรัก หรือคุณป้าคุณลุงที่เคารพ การพบเลือดในปัสสาวะเป็นสัญญาณที่สำคัญซึ่งไม่ควรละเลย โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อการวินิจฉัยที่ถูกต้องและได้รับการดูแลรักษาอย่างทันท่วงที เพื่อสุขภาพที่ดีของคนที่คุณรักและตัวคุณเอง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down