ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

บ่ายวันที่แสงแดดแผดเผาอย่างรุนแรง เสียงตะโกนขอความช่วยเหลือดังขึ้นจากเขตก่อสร้างหรือลานจอดรถข้างที่ทำงาน เมื่อวิ่งออกไปดูพบเพื่อนร่วมงานหรือคนในครอบครัวนอนหมดสติอยู่บนพื้น ผิวหนังร้อนจัดและแห้งสนิทจนสัมผัสได้แต่กลับไม่มีเหงื่อออกเลย เหตุการณ์วิกฤตนี้คือภาวะลมแดดรุนแรง หรือ Heatstroke ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่หากไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีและถูกวิธี อัตราการเสียชีวิตอาจสูงถึงร้อยละ 80 การเรียนรู้วิธีรับมืออย่างมีสติจึงเป็นเส้นแบ่งระหว่างความเป็นและความตายอย่างแท้จริง

ขั้นตอนกู้ชีพและการลดอุณหภูมิอย่างปลอดภัย

การพบผู้ป่วยหมดสติในสภาพแวดล้อมที่ร้อนจัด ต้องตั้งสติและปฏิบัติตามหลักการแพทย์เพื่อลดอุณหภูมิแกนกลางของร่างกายลงให้เร็วที่สุดอย่างถูกวิธีและปลอดภัย

ย้ายเข้าสู่ที่ร่มและระบายอากาศ

ขั้นตอนแรกและสำคัญที่สุดคือการนำผู้ป่วยออกจากพื้นที่แดดจัดไปยังที่ร่มที่มีลมโกรก หรือห้องที่มีเครื่องปรับอากาศทันที หากไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ ให้ใช้ร่ม แผ่นกระดาษ หรือฟิวเจอร์บอร์ดช่วยบังแสงแดดตรงและพัดระบายความร้อนโดยเร็ว

การประเมินสัญญาณชีพและการประสานงานส่งต่อ

ประเมินว่าผู้ป่วยยังหายใจอยู่หรือไม่ หากหมดสติแต่ยังหายใจ ให้จับนอนตะแคงข้างในท่าพักฟื้นเพื่อป้องกันการอุดกั้นของทางเดินหายใจ จากนั้นโทรติดต่อสายด่วนช่วยชีวิต 1669 ทันที โดยแจ้งข้อมูลสำคัญแก่เจ้าหน้าที่ว่า "สงสัยภาวะฮีทสโตรก มีผู้ป่วยหมดสติในที่ร้อนจัด" เพื่อให้ทีมแพทย์ฉุกเฉินเตรียมอุปกรณ์ลดอุณหภูมิขั้นสูงมาพร้อมกับรถพยาบาล

แนวทางการปฐมพยาบาลผู้ป่วยหมดสติจากความร้อน

การลดอุณหภูมิร่างกาย (Active Cooling) ต้องทำอย่างเร่งด่วนควบคู่ไปกับการรอรถพยาบาล โดยมีแนวปฏิบัติดังนี้:

  • ห้ามป้อนน้ำหรือยาเด็ดขาด: ข้อห้ามที่เข้มงวดที่สุดคือห้ามกรอกน้ำหรือยาใดๆ เข้าปากผู้ป่วยที่หมดสติเนื่องจากจะทำให้สำลักลงปอดและอุดกั้นทางเดินหายใจ ซึ่งเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต
  • ถอดหรือคลายเสื้อผ้า: ปลดกระดุม คลายเข็มขัด หรือถอดเสื้อผ้าชั้นนอกที่ไม่จำเป็นออกเพื่อให้ผิวหนังได้สัมผัสกับอากาศและระบายความร้อนได้ดีที่สุด
  • ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดตัว: ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นจัดหรือน้ำอุณหภูมิห้องบิดหมาด เช็ดตัวย้อนทิศทางการไหลเวียนของเลือด โดยเช็ดเข้าหาหัวใจเพื่อเปิดรูขุมขนและช่วยระบายความร้อน
  • ประคบน้ำแข็งตามจุดชีพจร: วางถุงน้ำแข็งหรือขวดน้ำเย็นจัดบริเวณซอกคอ รักแร้ และขาหนีบ ซึ่งเป็นบริเวณที่มีเส้นเลือดใหญ่ผ่าน การทำเช่นนี้จะช่วยลดอุณหภูมิของกระแสเลือดที่ไหลเวียนไปเลี้ยงสมองและอวัยวะภายในได้อย่างรวดเร็ว
  • ใช้พัดลมช่วยเป่าระบาย: ระหว่างเช็ดตัวให้ใช้พัดลมเป่าละอองน้ำบนผิวหนังเพื่อช่วยเร่งการระเหยและการระบายความร้อนออกจากร่างกาย

กลุ่มเสี่ยงและมาตรการป้องกันเชิงรุกในที่ทำงาน

ร่างกายของมนุษย์มีกลไกควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ที่ประมาณ 37 องศาเซลเซียส แต่เมื่อต้องเผชิญกับสภาพอากาศร้อนชื้นจัดเป็นเวลานาน ร่วมกับการสูญเสียเหงื่อจนร่างกายขาดน้ำ กลไกการควบคุมอุณหภูมิจะล้มเหลว ส่งผลให้อุณหภูมิแกนกลางร่างกายพุ่งสูงเกิน 40 องศาเซลเซียสจนทำลายเซลล์สมองและอวัยวะภายใน

แรงงานกลางแจ้งกับความเสี่ยงทางสุขภาพ

กลุ่มผู้ใช้แรงงาน พนักงานส่งของ พนักงานก่อสร้าง และผู้ที่ต้องทำงานกลางแจ้ง มีความเสี่ยงสูงที่สุดเนื่องจากร่างกายต้องทำงานหนักท่ามกลางอุณหภูมิแวดล้อมที่สูง ร่างกายจะผลิตความร้อนภายในเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ประกอบกับการดื่มน้ำที่ไม่เพียงพอทำให้เกิดภาวะขาดน้ำเฉียบพลันและเป็นตะคริวแดด นำไปสู่ภาวะหมดสติได้ง่าย

มาตรการป้องกันภัยร้อนสำหรับองค์กรและคนทำงาน

เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์วิกฤตนี้ ควรมีมาตรการป้องกันเชิงรุกในสถานที่ทำงานดังนี้:

  • การปรับตัวต่อความร้อน (Heat Acclimatization): หลีกเลี่ยงการให้พนักงานใหม่ทำงานกลางแจ้งเต็มเวลาในวันแรก ควรค่อยๆ เพิ่มชั่วโมงการทำงานกลางแจ้งทีละน้อยในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกเพื่อให้ร่างกายสร้างความคุ้นเคยกับสภาพอากาศร้อน
  • การปรับตารางเวลาการทำงาน: ในวันที่มีดัชนีความร้อนสูง ควรเลี่ยงการทำงานกลางแดดจัดในช่วงเวลา 11.00 - 15.00 น. และจัดให้มีเวลาพักในที่ร่มที่มีพัดลมระบายอากาศทุกๆ 1 ชั่วโมง
  • จัดเตรียมน้ำดื่มและเกลือแร่: สนับสนุนให้คนทำงานดื่มน้ำปริมาณเล็กน้อยแต่บ่อยครั้ง ประมาณ 1 แก้ว ทุกๆ 15-20 นาที โดยไม่ต้องรอให้รู้สึกกระหายน้ำ

ระบบการประสานงานส่งต่อและการดูแลรักษาในหออภิบาลผู้ป่วยวิกฤต (ICU)

เมื่อรถพยาบาลฉุกเฉินมาถึงจุดเกิดเหตุ ทีมบุคลากรทางการแพทย์จะเข้ามารับไม้ต่อในการดูแลรักษาเพื่อรักษาชีวิตและป้องกันความพิการทางสมองอย่างเป็นระบบ

การดูแลระหว่างนำส่งโรงพยาบาล

พยาบาลวิกฤตจะทำการให้ออกซิเจน ประเมินทางเดินหายใจ และเริ่มเปิดเส้นเลือดดำเพื่อให้น้ำเกลือที่เย็นจัด (Cold Saline Infusion) พร้อมทั้งติดตามอุณหภูมิแกนกลางทางทวารหนักอย่างต่อเนื่องเพื่อควบคุมไม่ให้อุณหภูมิลดลงเร็วเกินไปจนเกิดอาการหนาวสั่น ซึ่งจะทำให้ร่างกายผลิตความร้อนเพิ่มขึ้นอีก

การรักษาขั้นสูงในหอผู้ป่วยวิกฤต (ICU)

เมื่อถึงโรงพยาบาลและย้ายเข้าสู่ห้อง ICU แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะมุ่งเน้นไปที่การประคับประคองและฟื้นฟูอวัยวะที่ได้รับความเสียหายจากความร้อนจัด:

  • การลดอุณหภูมิขั้นสูงด้วยเครื่องมือแพทย์: แพทย์อาจใช้เครื่องมือพิเศษในการใส่สายสวนเพื่อล้างกระเพาะอาหารด้วยน้ำเย็น หรือการใช้แผ่นเจลลดอุณหภูมิระบบปิดรอบร่างกายเพื่อควบคุมอุณหภูมิแกนให้อยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย
  • การป้องกันและรักษาภาวะแทรกซ้อนรุนแรง: ภาวะลมแดดที่รุนแรงสามารถนำไปสู่ภาวะกล้ามเนื้อสลาย (Rhabdomyolysis) ซึ่งจะปล่อยสารไมโอโกลบินเข้าสู่กระแสเลือดจนทำให้เกิดไตวายเฉียบพลัน นอกจากนี้ยังต้องเฝ้าระวังภาวะลิ่มเลือดกระจายในหลอดเลือด (DIC) และภาวะสมองบวม
  • การสนับสนุนการทำงานของอวัยวะ: หากผู้ป่วยมีภาวะหายใจล้มเหลวหรือหมดสติลึก แพทย์จะใส่ท่อช่วยหายใจและใช้เครื่องช่วยหายใจ พร้อมทั้งติดตามการทำงานของตับ ไต และระบบประสาทอย่างใกล้ชิดจนกว่าผู้ป่วยจะฟื้นตัว
การปฐมพยาบาลผู้ป่วยหมดสติจากความร้อนอย่างถูกวิธีภายใน 30 นาทีแรก เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการลดอัตราการเสียชีวิตและความพิการทางสมองถาวร ความรู้และการตัดสินใจที่รวดเร็วของคนรอบข้างคือสิ่งสำคัญที่สุดในการรักษาชีวิตของพวกเขาไว้

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพที่คุณต้องการ หรือเลือกดูตามหมวดหมู่

🐻 แชทคุยกับคุณหมอนะคะ