ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำความเข้าใจโรคลมแดดและอุณหภูมิร่างกายสูงปรี๊ดจากอุณหภูมิร่างกายสูงปรี๊ดจาก Heat Stroke

โรคลมแดด หรือที่เรียกในทางการแพทย์ว่าฮีทสโตรก (Heat Stroke) เป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่อันตรายถึงชีวิต โดยเกิดขึ้นเมื่ออุณหภูมิแกนกลางของร่างกายพุ่งสูงเกินกว่าสี่สิบองศาเซลเซียสอย่างรวดเร็ว และกลไกการระบายความร้อนของร่างกายล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ภาวะนี้พบได้บ่อยในกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว และผู้ที่ต้องทำกิจกรรมกลางแจ้งท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัด อุณหภูมิร่างกายสูงปรี๊ดจาก Heat Str เป็นสัญญาณเตือนที่แสดงว่าอวัยวะภายในเริ่มได้รับความเสียหายจากความร้อนสะสม หากไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที อาจนำไปสู่ความเสียหายต่อสมอง หัวใจ ไต และระบบการทำงานของร่างกายล้มเหลว

สาเหตุและกลไกการเกิดภาวะฮีทสโตรก

ภาวะอุณหภูมิร่างกายสูงปรี๊ดจาก Heat Stroke เกิดจากการที่ร่างกายได้รับความร้อนจากสิ่งแวดล้อมมากเกินกว่าที่จะระบายออกได้ทัน ปกติแล้วร่างกายจะระบายความร้อนผ่านทางการระเหยของเหงื่อ การพาความร้อน และการแผ่รังสี แต่เมื่อความชื้นในอากาศสูงหรืออยู่ในที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก ร่วมกับการขาดน้ำอย่างรุนแรง กลไกการขับเหงื่อจะหยุดทำงานทำให้อุณหภูมิภายในพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ปัจจัยกระตุ้นสำคัญได้แก่ การออกกำลังกายอย่างหนักหน่วงกลางแดด การสวมใส่เสื้อผ้าหนาเกินไป และการดื่มน้ำไม่เพียงพอ

อาการสำคัญและการดำเนินของโรคลมแดด

การสังเกตอาการตั้งแต่เนิ่นๆ เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยชีวิตผู้ป่วย อาการของโรคลมแดดมักพัฒนาอย่างรวดเร็วและแบ่งออกเป็นระยะ ดังนี้

  • ระยะเริ่มต้น: อ่อนเพลียอย่างรุนแรง เวียนศีรษะ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ผิวหนังแดงและร้อนจัดแต่ไม่มีเหงื่อออก ชีพจรเต้นเร็วและแรง
  • ระยะลุกลามและวิกฤต: อุณหภูมิร่างกายสูงปรี๊ดจาก Heat Str สับสน มึนงง พูดไม่ชัด สูญเสียการทรงตัว ชักเกร็ง หรือหมดสติ ซึ่งเป็นภาวะที่ต้องนำส่งโรงพยาบาลทันที
ข้อควรระวังทางการแพทย์: อาการผิวแห้งและไม่มีเหงื่อออกเลยแม้จะอยู่ในที่อากาศร้อนจัด เป็นจุดสังเกตสำคัญที่ช่วยแยกระหว่างภาวะเพลียแดดกับโรคลมแดด ซึ่งโรคลมแดดมีความรุนแรงและอันตรายถึงชีวิตมากกว่าอย่างเทียบไม่ได้

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

เมื่อพบผู้ป่วยที่มีอาการอุณหภูมิร่างกายสูงปรี๊ดจาก Heat Stroke จำเป็นต้องประเมินหาอาการเตือนอันตรายเหล่านี้ หากพบข้อใดข้อหนึ่งต้องโทรเรียกหน่วยแพทย์ฉุกเฉินหรือนำส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที

  • อุณหภูมิร่างกายวัดทางทวารหนักหรือช่องทางอื่นๆ สูงกว่าสี่สิบองศาเซลเซียส
  • หมดสติ ไม่รู้สึกตัว หรือมีอาการซึมลงอย่างเห็นได้ชัด
  • มีอาการชักเกร็งหรือกล้ามเนื้อกระตุกผิดปกติ
  • หายใจหอบถี่ หายใจเร็วตื้น หรือชีพจรเบาและเร็วมาก
  • อาเจียนรุนแรงจนไม่สามารถรับประทานน้ำหรือเกลือแร่ได้

วิธีปฐมพยาบาลและลดอุณหภูมิร่างกายเบื้องต้นอย่างถูกวิธี

การลดอุณหภูมิร่างกายให้ลดลงโดยเร็วที่สุดก่อนถึงมือแพทย์เป็นหัวใจสำคัญในการลดอัตราการเสียชีวิตและลดความเสียหายของอวัยวะภายใน ผู้ดูแลควรปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้

  • เคลื่อนย้ายผู้ป่วยเข้าสู่ร่ม หรือห้องที่มีเครื่องปรับอากาศ หรือบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทสะดวกทันที
  • ถอดเสื้อผ้าที่ไม่จำเป็นออกเพื่อช่วยระบายความร้อน และคลายเสื้อผ้าให้หลวม
  • ใช้น้ำเย็นเช็ดตัวให้ทั่วร่างกาย หรือใช้น้ำราดตัวร่วมกับการเปิดพัดลมเพื่อเร่งการระบายความร้อน
  • วางถุงประคบเย็นบริเวณซอกหนีบ รักแร้ คอ และขาหนีบ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีเส้นเลือดใหญ่ผ่าน เพื่อช่วยลดอุณหภูมิเลือดที่ไหลเวียนไปเลี้ยงสมองและหัวใจ
  • หากผู้ป่วยยังมีสติและสามารถกลืนได้ดี ให้จิบรน้ำเกลือแร่ (ORS) หรือน้ำเปล่าเย็นทีละน้อยเพื่อชดเชยการสูญเสียน้ำและเกลือแร่
คำแนะนำจากคุณหมอ: ห้ามให้ผู้ป่วยดื่มน้ำปริมาณมากๆ ในรวดเดียว และห้ามให้ยาลดไข้กลุ่มพาราเซตามอลหรือแอสไพรินเด็ดขาด เนื่องจากสาเหตุของไข้ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อแต่เกิดจากความร้อนสะสม การใช้ยาลดไข้ทั่วไปจะไม่ช่วยลดอุณหภูมิและอาจเป็นอันตรายต่อตับและไตได้

สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดในการดูแลผู้ป่วยโรคลมแดด

การช่วยเหลือที่ผิดวิธีอาจทำให้อาการของผู้ป่วยทรุดหนักลงกว่าเดิม สิ่งที่ห้ามทำอย่างเด็ดขาดประกอบด้วย

  • ห้ามใช้แอลกอฮอล์เช็ดตัว เพราะจะทำให้หลอดเลือดฝอยหดตัวและกักเก็บความร้อนไว้ภายในร่างกายมากขึ้น
  • ห้ามแช่ผู้ป่วยในน้ำแข็งจัดจนเกินไป เพราะอาจทำให้หลอดเลือดหดตัวอย่างรุนแรงและเกิดภาวะช็อกได้
  • ห้ามบังคับให้ผู้ป่วยที่หมดสติหรือซึมมากดื่มน้ำหรือยาใดๆ ทางปาก เพราะอาจสำลักเข้าปอดและอุดกั้นทางเดินหายใจ
  • ห้ามละเลยหรือรอให้อาการดีขึ้นเองที่บ้าน เนื่องจากโรคลมแดดมีความรุนแรงและอาจเสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว

วิธีป้องกันการเกิดโรคลมแดดในชีวิตประจำวัน

การป้องกันเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการรับมือกับสภาพอากาศที่ร้อนจัด โดยมีแนวทางปฏิบัติที่สำคัญดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงเวลาที่แดดจัดและมีความร้อนสูง (ช่วงเวลาประมาณสิบโมงเช้าถึงบ่ายสี่โมงเย็น)
  • ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอตลอดทั้งวัน แม้จะไม่รู้สึกกระหายน้ำก็ตาม หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน แอลกอฮอล์ หรือน้ำตาลสูง
  • สวมใส่เสื้อผ้าที่มีเนื้อผ้าเบา โปร่งสบาย สีอ่อน และระบายความร้อนได้ดี
  • ทาครีมกันแดดและสวมหมวก กางร่ม เมื่อจำเป็นต้องออกกลางแจ้ง
  • ระมัดระวังเป็นพิเศษในกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว ห้ามปล่อยให้อยู่ในรถที่ปิดทึบเด็ดขาด
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down