ช่วงนี้เวลาเดินตรวจที่คลินิก มักจะมีคำถามจากคุณพ่อคุณแม่มือใหม่หรือแม้แต่คนไข้หนุ่มสาวว่า วัคซีนที่ฉีดตั้งแต่เด็กหรือวัคซีนประจำปี มันจำเป็นจริงๆ หรือเปล่าในเมื่อเราก็ดูแข็งแรงดี หลายคนอาจมองว่าการไม่ฉีดวัคซีนก็แค่อาจจะป่วยเป็นไข้หวัดแล้วหายได้เองเหมือนโรคทั่วไป แต่ในฐานะหมอที่ต้องเจอเคสต่างๆ ทุกวัน อยากชวนมาคุยกันยาวๆ ถึงเรื่อง ผลกระทบระยะยาวของการไม่ได้รับว ที่ไม่ได้ส่งผลแค่ตัวเราคนเดียว แต่ยังโยงใยไปถึงคนรอบข้างและสังคมโดยรวมด้วย
ทำไมการ์ดตกเรื่องวัคซีน ถึงน่ากลัวกว่าที่คิดในระยะยาว
เวลาที่เราพูดถึงโรคติดเชื้อ หลายคนมักนึกถึงแค่อาการป่วยระยะสั้น เช่น มีไข้ ไอ เจ็บคอ แล้วก็หาย แต่สำหรับโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน เช่น คอตีบ ไอกรน โปลิโอ หรือหัด เชื้อเหล่านี้ไม่ได้หายไปไหนจากโลก แค่ถูกกดให้อยู่ในวงจำกัดด้วยกำแพงภูมิคุ้มกันที่พวกเราช่วยกันสร้างขึ้นมาจากการฉีดวัคซีน
เมื่อไหร่ก็ตามที่เราเลือกที่จะไม่รับวัคซีน หรือปล่อยให้ลูกหลานขาดวัคซีนตามเกณฑ์ สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่เราป่วยง่ายขึ้น แต่ร่างกายเรากำลังเปิดประตูรับเชื้อโรคให้กลับมาอาศัยและแพร่กระจายได้อีกครั้ง ผลกระทบระยะยาวจึงไม่ใช่แค่อาการป่วยเรื้อรังของตัวบุคคล แต่หมายถึงความเสี่ยงที่จะเกิดโรคระบาดซ้ำรอยประวัติศาสตร์
ภาวะแทรกซ้อนเรื้อรังและความพิการที่ย้อนเวลากลับไปแก้ไม่ได้
โรคติดเชื้อบางชนิดไม่ได้จบลงแค่การนอนโรงพยาบาลแล้วกลับบ้านได้ หลายโรคทิ้งร่องรอยความเสียหายไว้ให้ร่างกายต้องแบกรับไปตลอดชีวิต ตัวอย่างที่ชัดเจนคือโรคโปลิโอที่ทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรงและพิการถาวร หรือโรคหัดที่อาจนำไปสู่ภาวะสมองอักเสบเรื้อรังและการสูญเสียการมองเห็น
การไม่ได้รับวัคซีนจึงเท่ากับการเอาสุขภาพในอนาคตไปเสี่ยงกับโรคที่จริงๆ แล้วเราสามารถป้องกันได้ตั้งแต่ต้นทุนที่ต่ำกว่ามาก ทั้งในแง่ของค่าใช้จ่ายในการรักษาและคุณภาพชีวิตที่เสียไป
เมื่อภูมิคุ้มกันหมู่ในชุมชนเริ่มพังทลายลง
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่หมอฟังทีไรก็รู้สึกกังวลทุกที เพราะวัคซีนไม่ได้มีไว้ปกป้องแค่ตัวเราคนเดียว แต่ยังมีกลุ่มเปราะบางในสังคมที่ไม่สามารถรับวัคซีนได้ เช่น เด็กทารกที่ยังอายุไม่ถึงเกณฑ์ ผู้ป่วยโรคมะเร็งที่กำลังรับเคมีบำบัด หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง
เมื่อคนส่วนใหญ่ในสังคมเริ่มปฏิเสธวัคซีน ภูมิคุ้มกันหมู่หรือความคุ้มกันของประชากร (Herd Immunity) จะค่อยๆ ลดลงและหายไป เชื้อโรคจะกลับมาแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้กลุ่มเปราะบางเหล่านี้ซึ่งไม่มีเกราะป้องกันตัวต้องเผชิญกับความเจ็บป่วยที่รุนแรงและอาจถึงแก่ชีวิตได้โดยที่พวกเขาไม่ได้เป็นคนปฏิเสธวัคซีนด้วยซ้ำ
ภาระค่าใช้จ่ายระยะยาวและการสูญเสียทางเศรษฐกิจของครอบครัว
หลายคนอาจมองว่าการหลีกเลี่ยงการฉีดวัคซีนช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าได้ส่วนหนึ่ง แต่ในความเป็นจริงแล้ว ค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคติดเชื้อรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นค่าห้องไอซียู ค่ารักษาภาวะแทรกซ้อน หรือค่าฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายในระยะยาว สูงกว่าราคาค่าวัคซีนหลายร้อยหลายพันเท่า
การเจ็บป่วยเรื้อรังจากโรคที่ป้องกันได้ยังส่งผลกระทบต่อการทำงาน การขาดรายได้ของครอบครัว และภาระที่ต้องดูแลผู้ป่วยติดเตียงในระยะยาว ซึ่งสร้างความเครียดทั้งทางร่างกายและจิตใจให้กับคนรอบข้างอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
วิธีดูแลตัวเองและสร้างเกราะคุ้มกันที่ถูกต้อง
หากตอนนี้ใครที่รู้ตัวว่าขาดวัคซีนสำคัญ หรือไม่มั่นใจว่าตัวเองเคยได้รับวัคซีนอะไรมาบ้าง สิ่งแรกที่ควรทำคือการเข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจเช็กระดับภูมิคุ้มกันหรือพิจารณาฉีดวัคซีนชดเชยตามความเหมาะสมของช่วงวัย
- ตรวจสอบประวัติการรับวัคซีนย้อนหลังของตนเองและคนในครอบครัว
- ปรึกษาแพทย์ประจำตัวหากมีโรคประจำตัวหรือข้อกังวลเรื่องผลข้างเคียง
- ติดตามข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือและอิงหลักฐานทางการแพทย์
- สร้างเสริมสุขภาพให้แข็งแรงด้วยการพักผ่อนและรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ควบคู่ไปกับการมีเกราะป้องกันจากวัคซีน
วัคซีนอาจไม่ใช่เครื่องมือที่สมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ในการป้องกันโรค แต่เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดที่เรามีในมือเวลานี้ การลงทุนกับวัคซีนจึงเป็นการลงทุนกับอนาคตที่คุ้มค่าที่สุด เพื่อให้เราและคนที่เรารักใช้ชีวิตได้อย่างอุ่นใจโดยไม่ต้องกังวลกับโรคระบาดที่ควรจะหมดไปจากสังคมไทยนานแล้ว