ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ความเชื่อมโยงที่คาดไม่ถึงระหว่างสมองกับลำไส้

หลายคนมักแปลกใจเมื่อหมอถามถึงความเครียดหรือเรื่องงาน เวลามาปรึกษาอาการท้องผูกเรื้อรังหรือถ่ายเหลวไม่เป็นเวลา จริงๆ แล้วในทางการแพทย์ เราเรียกทางเดินอาหารว่าเป็น สมองที่สองของร่างกาย เพราะมีเส้นประสาทจำนวนมหาศาลเชื่อมต่อกันอยู่ ความผิดปกติของการขับถ่ายที่สัมพันธ์กับปัจจัยทางจิตใจ ไม่ใช่เรื่องคิดไปเอง แต่เป็นกลไกทางสรีรวิทยาที่เกิดขึ้นจริงเมื่อสมองได้รับความกดดันหรือความวิตกกังวล

กลไกที่ทำให้ความเครียดสั่งการให้ระบบขับถ่ายรวน

เมื่อเรามีความเครียด ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนบางชนิดออกมา เช่น คอร์ติซอลและอะดรีนาลีน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการเคลื่อนตัวของลำไส้ สำหรับบางคน ความเครียดจะไปกระตุ้นให้ลำไส้บีบตัวเร็วขึ้นจนเกิดอาการท้องเสีย หรือปวดมวนท้องอยากถ่ายทันทีที่ต้องไปประชุมสำคัญ ในขณะที่บางคนกลับได้รับผลตรงกันข้าม คือลำไส้หยุดนิ่งหรือเคลื่อนตัวช้าลง ทำให้เกิดอาการท้องผูก ถ่ายไม่ออก หรือถ่ายไม่สุด

ภาวะลำไส้แปรปรวน: เมื่อระบบขับถ่ายตอบสนองต่ออารมณ์

กลุ่มอาการลำไส้แปรปรวน หรือที่เรียกกันว่า IBS เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของความผิดปกติของการขับถ่ายที่สัมพันธ์กับปัจจัยทางจิตใจ คนไข้กลุ่มนี้มักจะมีอาการปวดท้องที่สัมพันธ์กับการถ่าย เมื่อถ่ายแล้วอาการปวดมักจะดีขึ้น แต่รูปแบบการขับถ่ายจะเปลี่ยนไปตามสภาวะจิตใจ หากช่วงไหนชีวิตมีความกดดันสูง อาการจะกำเริบชัดเจนขึ้นจนรบกวนชีวิตประจำวัน

วิธีปรับสมดุลทางอารมณ์เพื่อคืนความปกติให้ระบบขับถ่าย

การรักษาความผิดปกติเหล่านี้ไม่ได้จบลงที่การกินยาระบายหรือยาแก้ปวดท้องเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมองไปที่รากเหง้าของปัญหา ดังนี้

  • ฝึกเทคนิคการหายใจเพื่อลดการทำงานของระบบประสาทส่วนเกินในช่วงเวลาที่เครียด
  • ปรับการรับประทานอาหาร โดยเพิ่มใยอาหารที่ย่อยง่ายและดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อช่วยให้ลำไส้ทำงานได้นุ่มนวลขึ้น
  • สังเกตตัวเองว่ามีสถานการณ์ไหนที่กระตุ้นให้เกิดอาการ แล้วพยายามบริหารจัดการความคาดหวังหรือลดความกดดันในจุดนั้น
  • การออกกำลังกายเบาๆ เช่น การเดินหรือโยคะ ช่วยลดความเครียดสะสมและกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้ตามธรรมชาติได้ดี

สัญญาณเตือนแบบไหนที่ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจให้แน่ใจ

แม้จะเข้าใจดีว่าอาการเหล่านี้สัมพันธ์กับจิตใจ แต่การวินิจฉัยโรคต้องมั่นใจว่าไม่มีความผิดปกติอื่นๆ ซ่อนอยู่ หากพบอาการต่อไปนี้ หมอแนะนำว่าไม่ควรนิ่งนอนใจและควรมาตรวจร่างกายเพิ่มเติม

  • น้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • ถ่ายเป็นเลือดหรืออุจจาระมีสีดำผิดปกติ
  • มีอาการท้องผูกหรือท้องเสียสลับกันในคนที่มีอายุเกิน 50 ปีและเพิ่งเริ่มมีอาการเป็นครั้งแรก
  • มีไข้หรืออาการปวดท้องรุนแรงจนนอนไม่ได้
  • มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down