หลายคนที่มาหาผมที่ห้องตรวจด้วยอาการปวดบวมแดงร้อนที่นิ้วโป้งเท้า มักจะตั้งคำถามด้วยความสงสัยว่า หมอครับ ผมไม่ได้เดินไปไหนไกล ทำไมอยู่ดีๆ ข้อเท้าถึงอักเสบจนเดินไม่ไหวแบบนี้ พอกpert ซักประวัติเรื่องอาหารการกินเมื่อคืน มักจะมีคำตอบคล้ายกันคือ ปาร์ตี้หมูกระทะ ซดน้ำซุปเข้มข้น หรือไม่ก็สังสรรค์เบียร์กับเพื่อนฝูง
อาการเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญครับ แต่มันคือสัญญาณเตือนจากโรคเกาต์ที่กำลังกำเริบ และตัวการสำคัญที่ปลุกยักษ์ตัวนี้ให้ตื่นขึ้นมาก็คือ เจ้าสารพิวรีนในอาหารและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั่นเอง วันนี้ผมอยากชวนมาทำความเข้าใจกันแบบง่ายๆ ว่าของอร่อยเหล่านี้เข้าไปสร้างปัญหาในร่างกายเราได้อย่างไรครับ
เข้าใจกลไกบ้านๆ: พิวรีนคืออะไร ทำไมถึงเปลี่ยนเป็นกรดยูริกได้?
เวลาที่เรากินอาหารเข้าไป ร่างกายจะมีกระบวนการย่อยสลายตามธรรมชาติ โดยเฉพาะอาหารที่มีสารพิวรีนสูง เมื่อพิวรีนถูกย่อยสลายจนเสร็จสิ้นกระบวนการ มันจะกลายสภาพเป็นของเสียตัวหนึ่งที่ชื่อว่า กรดยูริก
ปกติแล้วร่างกายคนเรามีความสามารถในการขับกรดยูริกส่วนเกินออกทางไตและทางปัสสาวะได้อย่างสบายๆ แต่ถ้าวันไหนเรารับประทานอิทธิพลของอาหารที่มีพิวรีนสูงและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปในปริมาณมากเกินกว่าที่ไตจะเคลียร์ไหว กรดยูริกในเลือดก็จะเริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดภาวะยูริกในเลือดสูง และเมื่อมันสะสมมากๆ เข้า ก็จะตกผลึกเป็นก้อนเข็มเล็กๆ ไปแอบอยู่ตามข้อต่อต่างๆ ทั่วร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณข้อนิ้วเท้า ข้อมือ หรือข้อเข่า
กับดักความอร่อย: อาหารกลุ่มไหนบ้างที่มีพิวรีนสูงปรี๊ดที่ต้องระวัง?
สารพิวรีนไม่ได้มีอยู่ทั่วไปในปริมาณที่เท่ากันครับ อาหารบางชนิดมีอยู่สูงมากจนคนที่เป็นโรคเกาต์หรือคนที่เริ่มมีกรดยูริกเกินควรหลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาด กลุ่มอาหารที่เราต้องระวังเป็นพิเศษมีดังนี้ครับ
- เนื้อสัตว์ปีกและเนื้อแดง: ไม่ว่าจะเป็นเนื้อเป็ด เนื้อไก่ เนื้อวัว หรือเนื้อหมู โดยเฉพาะส่วนเครื่องใน เช่น ตับ ไต เซี่ยงจี้ ซึ่งจัดว่ามีพิวรีนอยู่สูงมาก
- อาหารทะเลบางชนิด: กุ้ง หอย ปู ปลาหมึก และปลาบางชนิด เช่น ปลาซาร์ดีน ปลาแมคเคอเรล หรือไข่ปลาต่างๆ
- น้ำซุปเคี่ยวและน้ำต้มกระดูก: หลายคนชอบซดน้ำซุปหมูกระทะหรือชาบูร้อนๆ รู้ไหมครับว่าพิวรีนจากเนื้อสัตว์และกระดูกจะละลายออกมาอยู่ในน้ำซุปทั้งหมด การซดน้ำซุปจึงเท่ากับการดื่มกรดยูริกเข้มข้นเข้าไปเต็มๆ
- ยอดผักและหน่อไม้: แม้ผักจะมีประโยชน์ แต่ผักยอดอ่อน เช่น ชะอม สะตอ หน่อไม้ หรือเห็ดบางชนิด ก็มีส่วนประกอบของพิวรีนในระดับปานกลางถึงสูงเช่นกัน
ตัวการทำลายระบบขับถ่าย: ทำไมแอลกอฮอล์ถึงเป็นไม้เบื่อไม้เมากับโรคเกาต์?
นอกจากเรื่องอาหารแล้ว เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะเบียร์และเหล้า มีอิทธิพลอย่างมากต่อการกำเริบของโรคเกาต์ ในเบียร์นั้นนอกจากจะมีแอลกอฮอล์แล้ว ยังมีสารพิวรีนที่ได้จากยีสต์หมักอยู่ในปริมาณที่สูงมากอีกด้วย
ที่ร้ายไปกว่านั้นคือ แอลกอฮอล์จะเข้าไปขัดขวางกระบวนการขับกรดยูริกออกทางไต ทำให้ไตทำงานได้แย่ลงในการขับของเสีย แถมยังทำให้ร่างกายเกิดภาวะขาดน้ำอ่อนๆ ส่งผลให้ความเข้มข้นของกรดยูริกในเลือดพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นเหตุผลว่าทำไมหลายคนพอดื่มเหล้าหรือเบียร์ปุ๊บ ตื่นเช้ามามักจะเจออาการข้อเท้าบวมเป่งทันที
แนวทางปรับตัวและดูแลตัวเองเพื่อป้องกันข้ออักเสบกำเริบ
ข่าวดีคือ โรคเกาต์และอาการปวดข้อจากกรดยูริกสูงเป็นโรคที่เราสามารถควบคุมได้ด้วยตัวเอง หากเราเข้าใจและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่าง
- ดื่มน้ำเปล่าให้มากๆ: การดื่มน้ำวันละ 2 ถึง 3 ลิตร จะช่วยให้ไตขับกรดยูริกส่วนเกินออกทางปัสสาวะได้ดีขึ้น ลดโอกาสการตกผลึกที่ข้อ
- เลือกทานโปรตีนที่ปลอดภัย: เน้นทานโปรตีนจากนมจืดไขมันต่ำหรือโยเกิร์ต เพราะมีงานวิจัยระบุว่าช่วยลดระดับกรดยูริกในเลือดได้ รวมถึงทานไข่ไก่และปลาเนื้อขาวในปริมาณที่พอเหมาะ
- หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มรสหวาน: น้ำหวาน น้ำอัดลม และผลไม้ที่มีฟรุกโตสสูง ก็มีส่วนกระตุ้นการสร้างกรดยูริกในร่างกายได้เช่นกัน
- ควบคุมน้ำหนักตัว: โรคอ้วนทำให้ร่างกายผลิตกรดยูริกมากขึ้น แต่การลดน้ำหนักควรค่อยเป็นค่อยไป ไม่ควรอดอาหารอย่างหักโหมเพราะจะทำให้ร่างกายสลายไขมันและกล้ามเนื้อ จนส่งผลให้กรดยูริกพุ่งสูงขึ้นเฉียบพลันได้
สุดท้ายนี้ หากใครเริ่มมีอาการปวดข้อซ้ำๆ หรือมีก้อนนูนตามข้อ แนะนำให้มาพบแพทย์เพื่อตรวจเลือดและรับคำแนะนำที่ถูกต้องครับ การปรับอาหารควบคู่กับการรักษาที่ตรงจุด จะช่วยให้เรากลับมาใช้ชีวิตและมีความสุขกับการทานอาหารได้อย่างปลอดภัยโดยไม่ต้องกลัวอาการปวดกำเริบอีก