เชื่อว่าหลายคนที่มีอาการปวดข้อแปล๊บๆ ยิ่งตรงนิ้วโป้งเท้าด้วยแล้ว คงเคยนึกสงสัยว่าเมื่อคืนเผลอทานอะไรลงไป ทำไมตื่นเช้ามาถึงได้ปวดบวมแดงร้อนจนเดินแทบไม่ไหว หลายคนอาจจะพอได้ยินมาบ้างว่าโรคเกาต์มักจะกำเริบหลังจากจัดเต็มกับบุฟเฟต์มื้อใหญ่หรือปาร์ตี้สังสรรค์ วันนี้หมอจะมาเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่ายๆ ว่าเบื้องหลังอาการปวดทรมานเหล่านี้เกิดจากอะไร และทำไมเรื่องของกินถึงกลายเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้โรคกำเริบขึ้นมาได้
เกาต์ไม่ได้เกิดจากแค่ความซวย แต่พิวรีนคือตัวการลับ
เวลาที่เราทานอาหารเข้าไป ร่างกายจะมีการย่อยสลายสารชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่าพิวรีน ซึ่งสารตัวนี้พบได้ตามธรรมชาติทั้งในเซลล์ของสิ่งมีชีวิตและในร่างกายของเราเองครับ เมื่อพิวรีนถูกย่อยสลายจนสุดทาง มันจะกลายเป็นของเสียที่เรียกว่ากรดยูริก ปกติแล้วร่างกายของเราจะขับกรดยูริกออกทางปัสสาวะได้เอง แต่ถ้าวันไหนที่เรากินอาหารที่อิทธิพลของอาหารที่มีพิวรีนสูงเข้าไปมากๆ ร่างกายจะผลิตกรดยูริกออกมาล้นทะลัก จนไตขับออกไม่ทัน กรดยูริกส่วนเกินเหล่านี้ก็จะเริ่มจับตัวเป็นผลึกแหลมคม หน้าตาคล้ายเศษแก้วเล็กๆ ไปสะสมอยู่ตามข้อต่อต่างๆ และนั่นแหละคือจุดเริ่มต้นของอาการอักเสบ บวม แดง ร้อน ที่ทำเอาหลายคนนอนไม่หลับเลยทีเดียว
มื้อนี้จัดเต็มอะไรมาบ้าง? อาหารพิวรีนสูงที่ต้องระวังเป็นพิเศษ
ไม่ใช่ว่าอาหารทุกชนิดจะมีพิวรีนเท่ากันหมด อาหารบางอย่างเรากินได้ตามปกติ แต่มีกลุ่มอาหารบางประเภทที่เปรียบเสมือนเชื้อเพลิงชั้นดีที่คอยโหมไฟให้โรคเกาต์กำเริบ อาหารกลุ่มนี้มักจะมีความเข้มข้นของสารพิวรีนสูงมาก ได้แก่
- เนื้อสัตว์สีแดงและเนื้อสัตว์ปีก: เช่น เนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อเป็ด เนื้อไก่ โดยเฉพาะส่วนเครื่องใน ไม่ว่าจะเป็น ตับ ไต หรือหัวใจ ซึ่งมีปริมาณพิวรีนสูงปรี๊ด
- อาหารทะเลบางชนิด: เช่น กุ้ง หอย ปู ปลาหมึก และปลาทะเลบางชนิด เช่น ปลาซาร์ดีน ปลาแมคเคอเรล
- น้ำซุปเคี่ยวและน้ำต้มกระดูก: หลายคนชอบซดน้ำต้มนานๆ ร้อนๆ ให้คล่องคอ แต่รู้ไหมครับว่าพิวรีนจากเนื้อสัตว์และกระดูกจะละลายออกมาอยู่ในน้ำซุปจนหมด
- อาหารและเครื่องดื่มที่มีฟรุกโตส: น้ำตาลฟรุกโตสและน้ำอัดลม รวมถึงน้ำผลไม้ที่มีรสหวานจัด มีส่วนไปขัดขวางการขับกรดยูริกออกจากร่างกายทางไตโดยตรง
ทำไมปาร์ตี้ถึงจบลงด้วยอาการปวดข้อ? โทษมหันต์จากแอลกอฮอล์
เวลาพูดถึงอาหารพิวรีนสูง หลายคนมักจะนึกถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ควบคู่กันไปเสมอ ซึ่งต้องบอกเลยว่าแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะเบียร์และเหล้า มีอิทธิพลอย่างมากต่อการกำเริบของโรคเกาต์ จากกลไกหลักๆ สองอย่าง
อย่างแรกคือ ในตัวของเบียร์เองมีสารพิวรีนในปริมาณที่สูงมากอยู่แล้วจากการหมักยีสต์ ยิ่งดื่มมากก็ยิ่งรับพิวรีนเข้าไปมาก
อย่างที่สองคือ แอลกอฮอล์มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและเกิดภาวะขาดน้ำอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ความเข้มข้นของกรดยูริกในเลือดพุ่งสูงขึ้นทันที แถมยังไปขัดขวางการขับกรดยูริกออกทางไต ทำให้กรดคั่งอยู่ในร่างกายมากกว่าเดิม การดื่มแอลกอฮอล์จึงเหมือนเป็นการเติมน้ำมันเข้ากองไฟ ทำให้จากที่เคยแค่ปวดตึงกลายเป็นการอักเสบรุนแรงในชั่วข้ามคืน
ปรับพฤติกรรมอย่างไรให้อยู่ร่วมกับโรคนี้ได้อย่างมีความสุข
หมอไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องอดกินของอร่อยไปตลอดชีวิตนะครับ หลักการสำคัญคือการเดินทางสายกลางและการรู้เท่าทันร่างกายของตัวเอง ลองปรับตามคำแนะนำเหล่านี้ดูครับ
- ดื่มน้ำเปล่าให้มากๆ: การดื่มน้ำสะอาดวันละ 2 ถึง 3 ลิตร จะช่วยเจือจางกรดยูริกในเลือดและช่วยให้ไตขับกรดยูริกส่วนเกินออกทางปัสสาวะได้ดีขึ้น
- เลือกทานโปรตีนจากพืชและนมพร่องมันเนย: งานวิจัยหลายชิ้นระบุว่า โปรตีนจากถั่ว เต้าหู้ และผลิตภัณฑ์จากนมไขมันต่ำ ไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงของโรคเกาต์ แถมยังอาจช่วยลดระดับกรดยูริกได้ด้วย
- ลด ละ เลิก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์: ถ้าเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ควรงดเบียร์เป็นอันดับแรก เพราะส่งผลกระทบต่อโรคเกาต์มากที่สุด และจำกัดปริมาณการดื่มให้น้อยลง
- ควบคุมน้ำหนักตัว: น้ำหนักเกินเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ร่างกายสร้างกรดยูริกมากขึ้น และทำให้ไตขับออกได้ยากขึ้น การลดน้ำหนักอย่างถูกวิธีจึงช่วยลดความถี่ในการกำเริบได้ดีมาก
ท้ายที่สุดนี้ การดูแลตัวเองในระยะยาวและการสังเกตว่าอาหารชนิดไหนกินแล้วมักจะมีอาการปวดตามมา จะช่วยให้เราวางแผนการกินได้อย่างมีความสุขโดยไม่ต้องทนทรมานจากอาการปวดข้ออีกต่อไปครับ