ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

วินาทีแรกที่ได้ยินเสียงลูกร้องไห้กระจองอแงในห้องคลอด ถือเป็นช่วงเวลาที่มหัศจรรย์ที่สุดสำหรับคนเป็นพ่อและแม่ แต่บางครั้ง ท่ามกลางความปิติยินดีนั้น อาจมีความกังวลใจก้อนโตแทรกเข้ามาอย่างกะทันหัน เมื่อคุณหมอเด็กเดินมาแจ้งว่า ลูกน้อยจำเป็นต้องย้ายเข้าหอผู้ป่วยวิกฤตทารกแรกเกิด (NICU) เนื่องจากตรวจพบ ภาวะลมรั่วในช่องอกของทารกแรกเกิด

หมอเข้าใจดีว่า เมื่อได้ยินคำว่า "ลมรั่วในปอด" หรือ "ลมรั่วในช่องอก" หัวใจของคนเป็นพ่อแม่ย่อมหล่นวูบและเต็มไปด้วยคำถามมากมาย ว่าทำไมเหตุการณ์นี้จึงเกิดขึ้นกับลูกน้อยที่เพิ่งลืมตาดูโลก และลูกจะปลอดภัยไหม หมออยากชวนทุกท่านมาทำความเข้าใจกับภาวะนี้อย่างละเอียด เพื่อคลายความกังวลและเตรียมพร้อมรับมือไปด้วยกัน

ทำความเข้าใจกันก่อน: ลมรั่วในช่องอกของทารกเกิดขึ้นได้อย่างไร?

เพื่อให้เห็นภาพง่ายขึ้น ให้เราลองจินตนาการว่าปอดของลูกน้อยประกอบไปด้วยถุงลมเล็กๆ จำนวนมหาศาลที่คอยทำหน้าที่แลกเปลี่ยนออกซิเจน ทันทีที่ลืมตาดูโลก ลูกต้องออกแรงสูดลมหายใจครั้งแรกเพื่อขยายปอดที่เคยแฟบอยู่ให้พองออก

แต่ในบางกรณี ถุงลมเล็กๆ เหล่านี้อาจมีความเปราะบาง หรือต้องใช้แรงดันในการขยายตัวมากเกินไป จนทำให้เกิดรอยฉีกขาดเล็กๆ ลมที่ควรจะวิ่งอยู่แค่ในปอดจึงรั่วไหลออกมาสะสมอยู่ใน "ช่องเยื่อหุ้มปอด" ซึ่งเป็นพื้นที่ว่างระหว่างปอดกับผนังอก เมื่อลมสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ ลมเหล่านั้นก็จะหันกลับมาเบียดและกดทับเนื้อปอด ทำให้ปอดขยายตัวได้ไม่เต็มที่ ส่งผลให้ทารกเริ่มมีปัญหาเรื่องการหายใจนั่นเอง

เด็กกลุ่มไหนบ้างที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดลมรั่วในช่องอก?

ภาวะนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทารกทุกคน แม้กระทั่งทารกที่คลอดตามกำหนดและดูแข็งแรงดี แต่อย่างไรก็ตาม หมอพบว่ามีทารกบางกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงกว่าปกติ ได้แก่

  • ทารกคลอดก่อนกำหนด: เนื่องจากโครงสร้างปอดและถุงลมยังพัฒนาได้ไม่เต็มที่ขาดสารลดแรงตึงผิวในปอด ทำให้ปอดแฟบง่ายและฉีกขาดได้ง่ายเมื่อได้รับแรงดัน
  • ทารกที่มีภาวะสูดสำลักขี้เทา: ขี้เทาที่เหนียวข้นอาจเข้าไปอุดตันในหลอดลมเล็กๆ ทำให้ลมหายใจเข้าไปได้แต่ระบายออกไม่ได้ จนถุงลมโป่งพองและแตกออกในที่สุด
  • ทารกที่ต้องได้รับการกู้ชีพหลังคลอด: ในกรณีที่ทารกไม่หายใจหลังคลอดทันที คุณหมอจำเป็นต้องใช้แรงดันลมเพื่อช่วยเปิดปอดของลูก ซึ่งแรงดันนี้อาจส่งผลให้ถุงลมที่บอบบางฉีกขาดได้
  • ทารกที่มีความผิดปกติของโครงสร้างปอดมาแต่กำเนิด: ซึ่งเป็นกลุ่มที่พบได้ไม่บ่อยนัก

สัญญาณเตือนที่บอกว่าลูกน้อยอาจกำลังมีลมรั่วในปอด

เนื่องจากทารกยังพูดไม่ได้ การสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดโดยทีมแพทย์และพยาบาลในห้องคลอดหรือห้องทารกแรกเกิดจึงสำคัญที่สุด โดยอาการส่วนใหญ่มักจะแสดงให้เห็นภายในไม่กี่ชั่วโมงแรกหลังคลอด ดังนี้

อาการหายใจเร็วและหอบเหนื่อย

ทารกจะหายใจเร็วกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด (ปกติทารกแรกเกิดจะหายใจประมาณ 40-60 ครั้งต่อนาที) โดยอาจหายใจเร็วขึ้นเรื่อยๆ เพื่อพยายามนำออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายให้เพียงพอ

เสียงหายใจผิดปกติและการใช้กล้ามเนื้อช่วยหายใจ

คุณพ่อคุณแม่หรือคุณหมออาจสังเกตเห็นปีกจมูกของลูกบานออกทุกครั้งที่หายใจเข้า มีเสียงครางเบาๆ ในคอขณะหายใจออก และผิวหนังบริเวณร่องซี่โครงหรือใต้ชายโครงบุ๋มลึกเข้าไปอย่างรุนแรง ซึ่งแสดงว่าลูกต้องใช้แรงในการหายใจอย่างมาก

สีผิวที่เปลี่ยนไป

หากปอดถูกกดทับมากจนไม่สามารถแลกเปลี่ยนก๊าซได้เพียงพอ ระดับออกซิเจนในเลือดจะลดลง ทำให้ริมฝีปาก ปลายมือ หรือปลายเท้าของลูกเริ่มมีสีเขียวคล้ำ

เมื่อตรวจพบแล้ว คุณหมอมีวิธีรักษาและช่วยชีวิตลูกน้อยอย่างไรบ้าง?

เมื่อคุณหมอสงสัยภาวะนี้ การตรวจวินิจฉัยที่รวดเร็วที่สุดคือการทำเอ็กซเรย์หน้าอก (Chest X-ray) ซึ่งจะเผยให้เห็นปริมาณลมที่รั่วอยู่อย่างชัดเจน สำหรับแนวทางการรักษาจะขึ้นอยู่กับปริมาณลมและความรุนแรงของอาการเป็นหลัก

  • การเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด: หากปริมาณลมที่รั่วมีเพียงเล็กน้อย และลูกไม่มีอาการเหนื่อยหอบ ร่างกายของทารกจะค่อยๆ ดูดซึมลมเหล่านั้นกลับไปเองได้โดยไม่ต้องทำหัตถการใดๆ เพียงแค่ให้ออกซิเจนเสริมและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
  • การให้ออกซิเจนความเข้มข้นสูง: ในบางกรณี การให้ลูกสูดดมออกซิเจนที่มีความเข้มข้นสูงขึ้นจะช่วยเร่งปฏิกิริยาการดูดซึมลมที่รั่วในช่องอกให้หายไปได้เร็วขึ้น
  • การใช้เข็มเจาะระบายลมออก: หากลมมีปริมาณมากจนกดเบียดปอดและหัวใจ ทำให้สัญญาณชีพของลูกเริ่มไม่คงที่ คุณหมอจะใช้เข็มขนาดเล็กเจาะผ่านผนังอกเพื่อดูดเอาลมที่ค้างอยู่ออกทันทีเพื่อลดความดัน
  • การใส่สายระบายทรวงอก: หากยังมีลมรั่วออกมาอย่างต่อเนื่อง คุณหมอจะทำการใส่สายยางขนาดเล็กคาไว้ในช่องอกเพื่อต่อเข้ากับระบบขวดระบายน้ำ เพื่อให้ลมไหลออกจากช่องอกตลอดเวลา และรอจนกว่ารอยรั่วที่ปอดจะปิดสนิท ซึ่งมักใช้เวลาประมาณ 2-5 วัน

การดูแลส่งต่อความรักและความห่วงใยในช่วงพักฟื้น เพื่อให้ปอดของลูกกลับมาแข็งแรง

หมออยากให้คุณพ่อคุณแม่มั่นใจว่า แม้ภาวะนี้จะดูน่ากลัวในช่วงแรก แต่ปอดของทารกแรกเกิดมีความสามารถในการซ่อมแซมและฟื้นฟูตัวเองได้ดีเยี่ยมอย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อรอยรั่วปิดสนิทและปอดกลับมาขยายตัวได้เต็มที่ ทารกส่วนใหญ่จะสามารถหายขาดได้เป็นปกติโดยไม่มีผลกระทบระยะยาวต่อระบบทางเดินหายใจ

ในช่วงที่ลูกน้อยต้องพักฟื้นในตู้อบ สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ทำได้ดีที่สุดคือการแวะไปเยี่ยม ส่งเสียงพูดคุยให้ลูกได้ยิน สัมผัสลูกเบาๆ ผ่านช่องตู้อบตามคำแนะนำของพยาบาล และที่สำคัญที่สุดคือการบีบเก็บน้ำนมแม่รอไว้ เพราะน้ำนมแม่คือวัคซีนหยดแรกที่จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและช่วยให้ร่างกายของลูกฟื้นตัวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ภาวะลมรั่วในช่องอกของทารกแรกเกิดเป็นวิกฤตระยะสั้นที่ผ่านไปได้ ด้วยความก้าวหน้าทางการแพทย์และเทคโนโลยีในหอผู้ป่วย NICU ยุคปัจจุบัน ขอให้คุณพ่อคุณแม่เชื่อมั่นในทีมแพทย์ และส่งกำลังใจให้เจ้าตัวเล็กจับมือผ่านพ้นก้าวแรกที่ท้าทายนี้ไปด้วยกันอย่างปลอดภัย

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down