เวลาที่เราเดินขึ้นบันไดสักชั้นสองชั้นแล้วรู้สึกเหนื่อยหอบ หลายคนอาจจะคิดว่าเป็นเพราะช่วงนี้ไม่ได้ออกกำลังกาย แต่ถ้าอาการเหนื่อยนั้นเกิดขึ้นโดยไม่มีสาเหตุ หรือแค่นั่งอยู่เฉยๆ แล้วรู้สึกเหมือนอากาศไม่พอหายใจ แบบนี้ไม่ใช่เรื่องปกติแล้วครับ
ในฐานะหมอที่เจอคนไข้เดินเข้ามาบ่นเรื่องหายใจลำบากอยู่บ่อยๆ วันนี้อยากชวนมาคุยกันถึงเรื่อง ภาวะขาดออกซิเจนและภาวะพร่องหายใจ สองภาวะนี้มีความเกี่ยวข้องกัน แต่อาจจะมีรายละเอียดที่ต่างกันเล็กน้อย ซึ่งถ้าเราเข้าใจตั้งแต่เนิ่นๆ ก็จะช่วยชีวิตและรับมือได้ทันท่วงทีครับ
ภาวะพร่องหายใจกับภาวะขาดออกซิเจน ต่างกันอย่างไร?
เวลาพูดถึงระบบหายใจ คนมักจะสับสนระหว่างสองคำนี้ แต่จริงๆ แล้วมันเป็นคนละขั้นตอนกัน ดังนี้ครับ
- ภาวะพร่องหายใจ (Hypoventilation): คือภาวะที่ร่างกายหายใจช้าเกินไป หรือตื้นเกินไป ทำให้การแลกเปลี่ยนก๊าซในปอดไม่มีประสิทธิภาพ ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดจึงคั่งสูงขึ้น เพราะระบายออกไม่ทัน
- ภาวะขาดออกซิเจน (Hypoxia): คือภาวะที่เนื้อเยื่อและเซลล์ต่างๆ ในร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ ซึ่งอาจเกิดจากภาวะพร่องหายใจเมื่อครู่ หรืออาจเกิดจากปัญหาอื่น เช่น โรคปอด หัวใจ หรือภาวะเลือดจางก็ได้
พูดง่ายๆ คือ ภาวะพร่องหายใจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดภาวะขาดออกซิเจนตามมาได้นั่นเองครับ
สัญญาณเตือนแบบไหนที่บอกว่าร่างกายกำลังขาดออกซิเจน?
ร่างกายของคนเราฉลาดมากครับ เวลาที่ออกซิเจนเริ่มน้อยลง เขาจะส่งสัญญาณเตือนภัยให้เราสังเกตเห็นได้จากอาการเหล่านี้
- หายใจเร็วและแรงกว่าปกติ เหมือนคนเพิ่งวิ่งมา ทั้งที่นั่งอยู่เฉยๆ
- รู้สึกมึนหัว ง่วงเหงาหาวนอนผิดปกติ หรือไม่มีสมาธิ เพราะสมองขาดออกซิเจน
- ริมฝีปาก ปลายมือ หรือปลายเท้าเริ่มมีสีเขียวคล้ำ (Cyanosis) ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายที่บ่งบอกว่าออกซิเจนในเลือดลดต่ำลงมากแล้ว
- หัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น เพราะหัวใจต้องพยายามสูบฉีดเลือดให้เร็วขึ้นเพื่อชดเชยออกซิเจนที่ขาดหายไป
สาเหตุยอดฮิตที่ทำให้เกิดปัญหานี้
จากประสบการณ์ที่ตรวจคนไข้ ปัญหาเรื่องการหายใจและออกซิเจนต่ำมักจะมีที่มาจากโรคหรือพฤติกรรมเหล่านี้ครับ
- โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังและหอบหืด: ทางเดินหายใจตีบแคบ ทำให้ลมเข้าออกปอดได้น้อยลง
- ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น: ตอนนอนหลับทางเดินหายใจยุบตัว ทำให้สะดุ้งตื่นกลางดึกและออกซิเจนตก
- การใช้ยาบางชนิดเกินขนาด: เช่นยากลุ่มยานอนหลับหรือยาแก้ปวดบางตัวที่มีฤทธิ์กดศูนย์ควบคุมการหายใจในสมอง ทำให้หายใจช้าลงจนเกิดภาวะพร่องหายใจ
- การติดเชื้อรุนแรงที่ปอด: เช่น ปอดอักเสบ หรือโควิด-19 ทำให้เนื้อปอดแลกเปลี่ยนก๊าซไม่ได้
วิธีเช็กระดับออกซิเจนเบื้องต้นด้วยตัวเองที่บ้าน
ในยุคนี้เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว (Pulse Oximeter) กลายเป็นอุปกรณ์สามัญประจำบ้านไปแล้ว วิธีใช้ก็ง่ายมากครับ แค่หนีบไว้ที่ปลายนิ้วมือ
คนปกติทั่วไป ค่าออกซิเจนในเลือดควรจะอยู่ที่ประมาณ 95 ถึง 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่วัดได้ต่ำกว่า 94 เปอร์เซ็นต์โดยไม่มีโรคประจำตัวเดิม ถือว่าเริ่มไม่ค่อยดีแล้วครับ และถ้าต่ำกว่า 90 เปอร์เซ็นต์เมื่อไหร่ นั่นคือสัญญาณวิกฤตที่ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที
อาการแบบไหนที่แปลว่าต้องรีบไปโรงพยาบาลด่วนที่สุด?
อย่ารอให้อาการแย่ลงจนหมดสติครับ หากคุณหรือคนใกล้ตัวมีอาการเหล่านี้ ควรรีบเรียกรถพยาบาลหรือพาไปห้องฉุกเฉินทันที
- หายใจไม่อิ่มรุนแรงจนพูดเป็นประโยคยาวๆ ไม่ได้ ต้องหยุดหายใจเป็นพักๆ
- เจ็บหน้าแน่นหน้าอกร่วมด้วย
- ริมฝีปากหรือเล็บมือเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ
- ซึมลง ปลุกไม่ค่อยตื่น หรือสับสนจำไม่ได้ว่าอยู่ที่ไหน
สุขภาพเรื่องการหายใจเป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลยครับ หากสังเกตว่าตัวเองหรือคนในครอบครัวมีอาการเหนื่อยง่ายกว่าปกติ หายใจลำบาก หรือวัดค่าออกซิเจนได้ต่ำ แนะนำให้มาพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง ดีกว่าปล่อยไว้จนอันตรายครับ