ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ยาต้านเศร้ากลุ่มเอสเอสอาร์ไอ ทำงานยังไงในสมองของเรา

หลายคนที่มาปรึกษาหมอเรื่องภาวะซึมเศร้าหรือโรควิตกกังวล มักจะมีความกังวลเมื่อได้ยินคำว่ายาต้านเศร้า จริงๆ แล้วเจ้าตัว การใช้ยาต้านเศร้ากลุ่มเอสเอสอาร์ไอ หรือชื่อเต็มที่เรียกว่า Selective Serotonin Reuptake Inhibitors ไม่ใช่ยาที่กินแล้วจะทำให้เรากลายเป็นคนไร้ความรู้สึกหรือมึนงงตลอดเวลา แต่ยาตัวนี้ทำงานโดยการปรับระดับสารสื่อประสาทในสมองที่ชื่อว่า เซโรโทนิน (Serotonin) ให้กลับมาอยู่ในจุดที่สมดุลขึ้น เปรียบเสมือนการเติมเชื้อเพลิงให้สมองสามารถจัดการกับอารมณ์ความรู้สึกได้ดีขึ้นกว่าตอนที่ป่วยนั่นเอง

ระยะเวลาที่ต้องรอ กว่ายาจะเริ่มเห็นผล

จุดนี้เป็นสิ่งที่คนไข้หลายคนท้อใจและเลิกกินยาไปก่อน เพราะคาดหวังว่ากินแล้วจะหายเศร้าในทันทีเหมือนกินยาแก้ปวดหัว ซึ่งในความเป็นจริง การใช้ยาต้านเศร้ากลุ่มเอสเอสอาร์ไอต้องการเวลาในการออกฤทธิ์ โดยปกติแล้วคนไข้จะเริ่มรู้สึกว่าอาการต่างๆ ดีขึ้นในช่วง 2 ถึง 4 สัปดาห์แรก และยาจะออกฤทธิ์ได้เต็มประสิทธิภาพจริงๆ ในช่วง 6 ถึง 8 สัปดาห์ ดังนั้นหมออยากให้ใจเย็นๆ และกินยาอย่างต่อเนื่องตามที่แพทย์สั่ง อย่าเพิ่งด่วนตัดสินว่ายาไม่ได้ผลในช่วงแรกครับ

ผลข้างเคียงที่อาจเจอได้ในช่วงเริ่มยา

ในช่วงแรกที่ร่างกายเรายังไม่คุ้นเคยกับสารเคมีที่เปลี่ยนไป อาจมีอาการข้างเคียงที่พบได้บ่อยแต่ไม่อันตราย เช่น:

  • อาการคลื่นไส้ หรืออาหารไม่ย่อย
  • อาการปากแห้งคอแห้ง
  • มีปัญหาเรื่องการนอนหลับ หรือหลับๆ ตื่นๆ
  • อาการหงุดหงิดหรือกระวนกระวายใจในช่วงสัปดาห์แรก

อาการเหล่านี้มักจะค่อยๆ หายไปเองเมื่อร่างกายปรับตัวได้ หากใครมีอาการมากจนรบกวนชีวิตประจำวัน แนะนำให้จดบันทึกไว้แล้วนำมาเล่าให้หมอฟังในนัดครั้งถัดไป เพื่อที่หมอจะได้ปรับเปลี่ยนวิธีหรือปรับขนาดยาให้เหมาะสมครับ

ห้ามหยุดยาเองเด็ดขาด แม้อาการจะดีขึ้นแล้ว

หนึ่งในกฎเหล็กของการใช้ยาต้านเศร้ากลุ่มเอสเอสอาร์ไอคือ ห้ามหยุดยาเองแม้ว่าวันหนึ่งจะรู้สึกว่าหายดีแล้วก็ตาม เพราะการที่อาการดีขึ้นเป็นผลมาจากตัวยาที่ไปปรับสมดุลในสมอง การหยุดยาฉับพลันอาจทำให้เกิดภาวะถอนยาหรือทำให้อาการซึมเศร้าตีกลับมาหนักกว่าเดิม การจะหยุดยาต้องใช้วิธีค่อยๆ ลดปริมาณลงภายใต้การดูแลของแพทย์ เพื่อให้สมองค่อยๆ ปรับตัวจนเข้าสู่ภาวะปกติอย่างปลอดภัยที่สุด

คุยกับหมออย่างไรเมื่อต้องกินยาต่อเนื่อง

การรักษาภาวะซึมเศร้าไม่ใช่แค่เรื่องของยา แต่คือการสื่อสารระหว่างคนไข้และแพทย์ หากระหว่างทางที่กินยาไปแล้วมีความรู้สึกเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอารมณ์ ผลข้างเคียงที่ทนไม่ไหว หรือความกังวลใจเรื่องการใช้ชีวิตประจำวัน หมออยากให้เปิดใจพูดคุยกันทุกเรื่อง เพราะเป้าหมายของเราคือการทำให้คุณกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติและมีความสุขอีกครั้ง การรักษาคือการเดินทางที่หมอจะเดินไปพร้อมกับคุณครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down