ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมคนไข้ที่มาหาหมอเรื่องปวดเข่า ต้องเริ่มต้นด้วยการเอกซเรย์

หลายครั้งที่คนไข้เดินเข้ามาในห้องตรวจด้วยอาการปวดเข่าเรื้อรัง หมอมักจะแนะนำให้ส่งตรวจด้วยการเอกซเรย์เป็นอันดับแรก หลายคนอาจสงสัยว่าแค่ฟิล์มใบเดียวบอกอะไรได้มากมายขนาดนั้นเลยหรือ คำตอบคือการเอกซเรย์เป็นเครื่องมือพื้นฐานที่ทรงพลังที่สุดในการประเมินระดับความเสื่อมของข้อเข่า โดยเราจะเรียกกระบวนการนี้ว่า การวิเคราะห์ภาพถ่ายทางรังสีเอก เพื่อดูว่าช่องว่างระหว่างกระดูกข้อเข่าเปลี่ยนไปอย่างไร

ภาพฟิล์มบอกอะไรเราได้บ้างเกี่ยวกับข้อเข่า

เมื่อหมอนำภาพถ่ายทางรังสีเอกมาวางบนจอ สิ่งที่หมอโฟกัสไม่ได้มีแค่กระดูกเท่านั้น แต่เป็นการมองหาร่องรอยของความเสื่อมที่สะท้อนออกมาผ่านระยะห่างของข้อต่อ ดังนี้

  • ช่องว่างระหว่างกระดูกต้นขาและกระดูกหน้าแข้งแคบลงหรือไม่ เพราะปกติจะมีกระดูกอ่อนคั่นกลางอยู่ ถ้าช่องนี้เริ่มหายไป นั่นคือสัญญาณว่ากระดูกอ่อนเริ่มสึกกร่อน
  • มีการสร้างกระดูกงอกผิดปกติบริเวณขอบข้อเข่าหรือไม่ ซึ่งเป็นกลไกที่ร่างกายพยายามตอบสนองต่อการรับน้ำหนักที่ผิดปกติ
  • ผิวหน้าของกระดูกมีความขรุขระหรือเปลี่ยนแปลงรูปร่างไปจากเดิมหรือไม่

ทำไมต้องยืนถ่ายเอกซเรย์ข้อเข่าเท่านั้น

เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะถ้าคนไข้นั่งหรือนอนถ่ายภาพ ผลที่ได้จะไม่สะท้อนความเป็นจริงตอนใช้งานจริง หมอจึงต้องให้คนไข้ยืนเต็มตัว เพื่อให้น้ำหนักตัวทิ้งลงไปที่ข้อเข่า ซึ่งจะทำให้เห็นช่องว่างระหว่างข้อที่แท้จริงภายใต้แรงกด หากถ่ายในท่านอน ช่องว่างนั้นอาจดูปกติ แต่พอเดินจริงกระดูกจะเสียดสีกันจนเกิดอาการปวดอย่างที่คนไข้รู้สึก

แบ่งระดับความเสื่อมตามฟิล์มเอกซเรย์

ทางการแพทย์เราใช้การอ่านภาพถ่ายทางรังสีเอกเพื่อจัดเกรดความรุนแรงของข้อเข่าเสื่อมออกเป็น 4 ระยะ เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุด

ระยะที่ 1: เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย

ช่องว่างระหว่างข้อเข่าดูเกือบปกติ แต่อาจเริ่มเห็นกระดูกงอกเล็กๆ บริเวณขอบข้อ เป็นระยะที่เน้นการดูแลตัวเองและลดน้ำหนัก

ระยะที่ 2: ความเสื่อมที่ชัดเจนขึ้น

ช่องว่างระหว่างข้อเริ่มแคบลง เห็นกระดูกงอกชัดเจนขึ้น คนไข้มักเริ่มมีอาการปวดหลังจากใช้งานหนัก

ระยะที่ 3: ความเสื่อมระดับปานกลาง

ช่องว่างระหว่างข้อแคบลงอย่างเห็นได้ชัด กระดูกบริเวณข้ออาจเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างหรือผิดรูปไปบ้าง การใช้ชีวิตประจำวันเริ่มมีข้อจำกัด

ระยะที่ 4: ความเสื่อมระดับรุนแรง

ช่องว่างระหว่างกระดูกแทบจะหายไป กระดูกข้อเข่าอาจเสียดสีกันโดยตรง ทำให้มีอาการปวดรุนแรงและข้อเข่าผิดรูปชัดเจน ซึ่งมักต้องปรึกษาเรื่องการผ่าตัด

ฟิล์มเอกซเรย์ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของการรักษา

ถึงแม้ภาพถ่ายทางรังสีเอกจะบอกระดับความเสื่อมได้ดี แต่หมอก็ต้องนำมาเปรียบเทียบกับอาการของคนไข้จริง บางคนฟิล์มดูเสื่อมมากแต่เดินได้ปกติ ในขณะที่บางคนฟิล์มดูดีแต่ปวดมาก ดังนั้นการวินิจฉัยที่ดีที่สุดคือการตรวจร่างกายควบคู่ไปกับการดูภาพฟิล์ม เพื่อให้การรักษาตรงจุดและช่วยให้คนไข้กลับมาใช้ชีวิตได้มีความสุขที่สุด

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down