ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

วันจันทร์ที่รู้สึกเหมือนแบกโลกทั้งใบ

หลายคนมักเริ่มต้นสัปดาห์ด้วยความสดใส แต่สำหรับบางคน แค่เสียงนาฬิกาปลุกในเช้าวันจันทร์ก็ทำให้ใจหวิวและรู้สึกเหนื่อยล้าจนแทบขยับตัวไม่ไหว ความรู้สึกนี้ไม่ใช่แค่ความขี้เกียจหรือการพักผ่อนไม่เพียงพอเพียงชั่วคราว แต่มันคือสัญญาณเตือนของ ภาวะหมดไฟในการทำงาน หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า Burnout Syndrome ซึ่งเป็นสภาวะทางอารมณ์และร่างกายที่สะสมมาจากการทำงานหนักเกินขีดจำกัดเป็นเวลานานจนส่งผลเสียต่อการใช้ชีวิต

เช็กให้ชัวร์ว่าเราแค่เหนื่อยชั่วคราว หรือกำลังเผชิญภาวะหมดไฟ

การแยกแยะระหว่างความเหนื่อยปกติกับภาวะหมดไฟทำได้ไม่ยาก หากสังเกตอาการตัวเองดีๆ จะพบความเปลี่ยนแปลงที่แบ่งออกเป็น 3 ด้านหลัก ดังนี้

  • ด้านอารมณ์: รู้สึกหมดหวัง มองงานในแง่ลบ ขาดความภูมิใจในผลงานของตนเอง หรือมีอารมณ์ฉุนเฉียวได้ง่ายกับเพื่อนร่วมงานและคนรอบข้าง
  • ด้านร่างกาย: นอนไม่หลับแม้จะเพลียมาก ปวดหัวเรื้อรัง ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หรือมีปัญหาเกี่ยวกับระบบย่อยอาหารโดยหาสาเหตุทางกายภาพไม่พบ
  • ด้านประสิทธิภาพการทำงาน: เริ่มทำผิดพลาดบ่อยขึ้น จดจ่อกับงานได้น้อยลง และรู้สึกว่างานที่เคยทำได้ง่ายกลับกลายเป็นภาระหนักอึ้ง

สาเหตุที่แท้จริง ไม่ใช่แค่เรื่องงานหนัก

หลายคนเข้าใจว่าภาวะนี้เกิดจากปริมาณงานที่มากเกินไปเพียงอย่างเดียว แต่ในความเป็นจริง ภาวะหมดไฟในการทำงาน มักมีปัจจัยอื่นร่วมด้วยเสมอ เช่น การไม่มีอำนาจตัดสินใจในงานที่ทำ การขาดรางวัลหรือการยอมรับในสิ่งที่ทำลงไป บรรยากาศในที่ทำงานที่มีแต่ความขัดแย้ง หรือความไม่ชัดเจนในบทบาทหน้าที่ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้สะสมจนทำให้คนทำงานรู้สึกว่าทำไปก็ไร้ความหมาย

รับมืออย่างไรเมื่อใจเริ่มไม่ไหว

หากรู้ตัวว่ากำลังเข้าสู่สภาวะนี้ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมคือหัวใจสำคัญของการฟื้นฟูสุขภาพใจให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง

  • กำหนดขอบเขตให้ชัดเจน: ฝึกปฏิเสธงานที่ไม่ใช่หน้าที่หลักและแบ่งเวลาชีวิตส่วนตัวออกจากงานอย่างเด็ดขาด อย่าให้งานกลืนกินเวลาพักผ่อนที่ควรจะเป็นของคุณ
  • หยุดพักเพื่อชาร์จพลัง: การลาพักร้อนเพื่อหลีกหนีจากสิ่งแวดล้อมเดิมๆ ช่วยให้สมองได้รีเซ็ตตัวเอง อย่าลืมว่าการพักไม่ใช่ความผิด แต่เป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อให้ไปต่อได้ไกลขึ้น
  • ปรับวิธีคิดต่องาน: ลองมองหาเป้าหมายเล็กๆ ในแต่ละวันแทนการโฟกัสที่ความสำเร็จที่ไกลตัวเกินไป และที่สำคัญคือต้องใจดีกับตัวเองบ้างในวันที่ผลงานไม่เป็นไปตามเป้า

เมื่อไหร่ที่ควรปรึกษาหมอหรือผู้เชี่ยวชาญ

หากลองปรับพฤติกรรมแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น หรือรู้สึกว่าอารมณ์ดิ่งลงจนเริ่มส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์และการใช้ชีวิตประจำวันจนถึงขั้นมีความคิดอยากทำร้ายตัวเอง หรือรู้สึกว่าโลกนี้ไม่มีที่ว่างให้เราอีกต่อไป อย่าลังเลที่จะปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยา ภาวะหมดไฟที่ปล่อยไว้นานอาจนำไปสู่ภาวะซึมเศร้าหรือโรควิตกกังวลได้ การรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้คุณกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขอีกครั้ง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down