ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ตื่นมาแล้วรู้สึกไม่อยากไปทำงาน ใช่แค่ขี้เกียจหรือเปล่า

หลายคนมักสับสนระหว่างความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักชั่วคราว กับภาวะที่เรียกว่า ภาวะหมดไฟในการทำงาน (Burnout Syndrome) ซึ่งความจริงแล้วสองอย่างนี้ต่างกันมากครับ ความเหนื่อยล้าปกติเรามักจะหายได้ด้วยการพักผ่อน แต่ถ้ามันกลายเป็นภาวะหมดไฟ ต่อให้วันหยุดยาวแค่ไหน พอกลับมาถึงโต๊ะทำงาน ความรู้สึกหดหู่และไม่อยากทำอะไรก็ยังคงวนเวียนอยู่เหมือนเดิม นี่คือสัญญาณเตือนว่าระบบภายในใจของเราเริ่มประท้วงแล้ว

สัญญาณเตือนภัยที่บอกว่าไฟในใจมอดลงแล้ว

ร่างกายและจิตใจคนเรามีกลไกตอบสนองเมื่อถูกใช้งานหนักเกินขีดจำกัด หากสังเกตพบอาการเหล่านี้บ่อยครั้งในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ขอให้ตั้งใจฟังเสียงตัวเองให้มากขึ้นครับ

  • รู้สึกสูญเสียพลังงาน ไม่กระตือรือร้น และไม่อยากไปทำงานอย่างรุนแรง
  • มองงานที่ทำด้วยความรู้สึกติดลบ หรือรู้สึกห่างเหินจากเพื่อนร่วมงานและเป้าหมายขององค์กร
  • ประสิทธิภาพในการทำงานลดลงอย่างชัดเจน ทำอะไรก็ผิดพลาดหรือล้าช้ากว่าปกติ
  • มีอาการทางกาย เช่น ปวดหัวเรื้อรัง ปวดเมื่อยตามตัว หรือนอนไม่หลับโดยไม่ทราบสาเหตุ

ทำไมถึงหมดไฟ? ลองมาเช็กสาเหตุที่ซ่อนอยู่

ส่วนใหญ่ภาวะนี้ไม่ได้เกิดจากตัวพนักงานเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลลัพธ์จากการปะทะกันระหว่างบุคลิกภาพของเรากับสภาพแวดล้อมการทำงาน ไม่ว่าจะเป็น

  • ปริมาณงานที่เกินขีดจำกัดจนจัดการไม่ไหวในเวลาที่จำกัด
  • การขาดอำนาจการตัดสินใจในงานที่ทำ ทำให้รู้สึกเหมือนเป็นเพียงฟันเฟืองที่ไร้ค่า
  • ค่าตอบแทนหรือการยอมรับที่ไม่สอดคล้องกับความทุ่มเท
  • สภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งหรือขาดการสนับสนุนจากทีม

กู้คืนไฟในใจ เริ่มต้นปรับจูนจากตรงไหนดี

การแก้ไขภาวะหมดไฟไม่ใช่เรื่องของการลาออกเสมอไป แต่คือการกลับมาทบทวนและสร้างสมดุลใหม่ให้กับชีวิต

กำหนดขอบเขตให้ชัดเจน

หัดปฏิเสธงานที่เกินกำลัง และสร้างเส้นแบ่งระหว่างเวลางานกับเวลาส่วนตัวให้เด็ดขาด เมื่อออกจากออฟฟิศแล้วให้ถือว่าเป็นช่วงเวลาพักผ่อนของสมองอย่างแท้จริง

สื่อสารกับหัวหน้าหรือทีมอย่างเปิดใจ

บางครั้งการพูดคุยถึงภาระงานที่เกินตัวไม่ใช่เรื่องผิด ลองนำเสนอทางออกหรือการจัดลำดับความสำคัญใหม่เพื่อให้งานเดินต่อได้โดยที่สุขภาพจิตเราไม่พัง

ดูแลร่างกายให้พร้อมรบ

อย่ามองข้ามการนอนหลับ การกินอาหารที่มีประโยชน์ และการขยับร่างกายบ้าง การออกกำลังกายเบาๆ ช่วยหลั่งสารแห่งความสุขที่จำเป็นต่อการสู้กับความเครียดได้มาก

เมื่อไหร่ที่ควรปรึกษาหมอ

หากลองปรับชีวิตแล้วความรู้สึกแย่ๆ ยังคงไม่หายไป หรือเริ่มส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง และการใช้ชีวิตประจำวันจนรู้สึกไร้ทางออก การพบจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาเพื่อหาทางออกที่เหมาะสมเป็นเรื่องที่น่าสนับสนุนครับ เพราะสุขภาพจิตเป็นเรื่องสำคัญไม่ต่างจากสุขภาพกาย การได้รับการดูแลที่ถูกจุดจะช่วยให้กลับมามีความสุขกับชีวิตได้อีกครั้ง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down