ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ตื่นเช้ามาแล้วรู้สึกไม่อยากลุกจากเตียงใช่หรือไม่

หลายคนมักเริ่มต้นวันใหม่ด้วยความรู้สึกเฉื่อยชา ไม่อยากไปทำงาน และมองโลกในแง่ลบกับสิ่งที่เคยทำได้ดีมาก่อน หากคุณเริ่มรู้สึกว่าพลังงานชีวิตถูกสูบออกไปจนหมดเกลี้ยง ทั้งที่พักผ่อนก็น่าจะเพียงพอ นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนของ ภาวะหมดไฟในการทำงาน หรือที่เรียกกันว่า Burnout Syndrome ซึ่งไม่ใช่แค่ความขี้เกียจ แต่เป็นสภาวะทางใจที่ต้องการการดูแลอย่างถูกวิธี

สัญญาณเตือนจากร่างกายและจิตใจที่ห้ามมองข้าม

ภาวะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน แต่มักสะสมมาจากการทำงานหนักติดต่อกันเป็นเวลานานโดยขาดการจัดการที่เหมาะสม โดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 3 ด้านหลักๆ ดังนี้

  • ความเหนื่อยล้าทางอารมณ์: รู้สึกหมดแรง หมดไฟ รู้สึกแห้งแล้งข้างในใจจนไม่เหลือความกระตือรือร้นในการทำงาน
  • การแยกตัวจากงาน: เริ่มรู้สึกไม่อินกับงานที่ทำ มองงานในแง่ลบ หรือเริ่มมีทัศนคติไม่ดีต่อเพื่อนร่วมงานและลูกค้า
  • ประสิทธิภาพการทำงานลดลง: ทำงานผิดพลาดบ่อยขึ้น คิดงานไม่ออก และรู้สึกว่าสิ่งที่ทำไปไม่มีคุณค่า

ทำไมเราถึงกลายเป็นคนหมดไฟ

ในมุมมองของหมอ ปัญหาเรื่องนี้มักไม่ได้มาจากตัวบุคคลเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ไม่สมดุล เช่น ปริมาณงานที่มากเกินความสามารถ การขาดการควบคุมในงานที่รับผิดชอบ หรือการได้รับค่าตอบแทนและการชื่นชมที่ไม่เหมาะสม รวมถึงความขัดแย้งภายในองค์กรที่กัดกินกำลังใจไปเรื่อยๆ จนร่างกายและสมองเริ่มประท้วงด้วยความเครียดเรื้อรัง

วิธีดึงตัวเองกลับมาให้ออกจากหลุมดำความเหนื่อยล้า

การแก้ไขภาวะหมดไฟต้องอาศัยการปรับเปลี่ยนทั้งระดับความคิดและการจัดการชีวิตประจำวัน

  • กล้าที่จะปฏิเสธงานที่เกินตัว: เรียนรู้การจัดลำดับความสำคัญของงาน อะไรควรทำก่อนหลังและอะไรที่สามารถตัดออกไปได้บ้าง
  • เว้นระยะห่างจากงานบ้าง: การหยุดพักไม่ได้หมายความว่าคุณไม่รับผิดชอบ แต่เป็นการชาร์จพลังเพื่อให้คุณกลับมาทำงานได้มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม
  • หันกลับมาดูแลสุขภาพกาย: การนอนหลับที่มีคุณภาพ การกินอาหารที่ดี และการขยับร่างกายบ้าง จะช่วยปรับสมดุลสารเคมีในสมองที่เสียไปจากความเครียด
  • หาพื้นที่ระบาย: ปรึกษาเพื่อน คนในครอบครัว หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต เพื่อทบทวนปัญหาและหาทางออกที่เหมาะสม

เมื่อไหร่ที่ควรปรึกษาหมอ

หากลองปรับเปลี่ยนชีวิตแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น หรือเริ่มมีอาการทางกายที่ชัดเจน เช่น นอนไม่หลับเรื้อรัง ปวดหัวบ่อย ปวดท้องจากความเครียด หรือเริ่มมีภาวะซึมเศร้าร่วมด้วย การพบแพทย์หรือนักจิตวิทยาไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่เป็นการให้ความสำคัญกับสุขภาพตัวเองอย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาสุขภาพใจลุกลามจนยากจะเยียวยา

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down