เคยไหมเวลาที่กำลังหยิบแก้วน้ำ เล่นโทรศัพท์มือถือ หรือแม้แต่บิดผ้าถูบ้าน แล้วรู้สึกเจ็บแปร๊บขึ้นมาที่โคนนิ้วโป้ง ยิ่งขยับข้อมือหรือพยายามงัดนิ้วหัวแม่มือขึ้นก็ยิ่งเจ็บ จนบางครั้ง อาการปวดข้อมือร้าวไปที่นิ้วหัว แม่มือรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนแทบไม่อยากขยับมือข้างนั้นเลย
อาการปวดลักษณะนี้เป็นปัญหาที่คนไข้แวะเวียนมาตรวจที่คลินิกบ่อยมาก โดยเฉพาะคนที่ต้องใช้มือทำงานหนักซ้ำๆ ไม่ว่าจะเป็นสายพนักงานออฟฟิศที่พิมพ์งานทั้งวัน คุณแม่ลูกอ่อนที่ต้องอุ้มลูกท่าเดิมนานๆ หรือคนที่ติดการไถหน้าจอสมาร์ทโฟน
ทำไมอยู่ๆ ถึงเจ็บแปร๊บร้าวขึ้นมาที่โคนนิ้วโป้ง?
บริเวณโคนนิ้วหัวแม่มือเชื่อมต่อกับข้อมือ จะมีเส้นเอ็นทำหน้าที่ดึงและเหยียดนิ้วโป้งอยู่ 2 เส้นหลัก ซึ่งเส้นเอ็นนี้จะวิ่งผ่านช่องอุโมงค์เล็กๆ บริเวณข้อมือ เมื่อเราใช้งานนิ้วหัวแม่มือและข้อมือในท่าเดิมซ้ำๆ หรือใช้งานเกร็งต่อเนื่องนานเกินไป จะเกิดการเสียดสีระหว่างเส้นเอ็นกับปลอกหุ้มเอ็น
การเสียดสีที่เกิดขึ้นบ่อยเข้า จะทำให้ปลอกหุ้มเอ็นเกิดการหนาตัวและอักเสบขึ้นมา เมื่อปลอกหุ้มเอ็นบวมตึง ช่องทางวิ่งของเส้นเอ็นก็จะแคบลง ทุกครั้งที่คุณขยับนิ้วโป้ง เส้นเอ็นจึงถูกบีบรัด จนเกิดเป็นความรู้สึกเจ็บแปร๊บและปวดร้าวขึ้นมาทันที
อาการปวดข้อมือร้าวไปที่นิ้วหัวแม่มือ เกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง?
แม้ว่าอาการเจ็บตรงจุดนี้จะมีตัวการหลักที่พบได้บ่อยที่สุด แต่ก็มีบางภาวะที่ให้症狀ใกล้เคียงกัน ดังนี้
1. โรคปลอกหุ้มเอ็นข้อมืออักเสบ (De Quervain’s Tenosynovitis)
นี่คือต้นเหตุอันดับหนึ่งของ อาการปวดข้อมือร้าวไปที่นิ้วหัว แม่มือ เกิดจากการอักเสบของปลอกหุ้มเอ็นบริเวณโคนนิ้วโป้ง อาการเด่นคือจะปวดระบมตรงขอบข้อมือฝั่งนิ้วโป้ง เจ็บมากเวลาเกร็งงัดนิ้วโป้งขึ้น หรือเวลากำมือแล้วเอียงข้อมือ บางรายอาจมีอาการบวมนูนขึ้นมาจนกดแล้วเจ็บชัดเจน
2. ข้อโคนนิ้วหัวแม่มือเสื่อม (Thumb CMC Osteoarthritis)
พบได้บ่อยในผู้สูงอายุหรือคนที่ใช้งานมือหนักมาเป็นเวลานาน เกิดจากกระดูกอ่อนที่รองรับข้อต่อบริเวณโคนนิ้วโป้งสึกหรอ ทำให้กระดูกชนกันเวลาขยับ จะมีอาการปวดลึกๆ บริเวณโคนนิ้ว รู้สึกข้อติดขัดในตอนเช้า หรือกำสิ่งของได้ไม่แรงเหมือนเดิม
3. เอ็นข้อมือตึงหรือแพลงจากการอุบัติเหตุ
เกิดจากการโดนกระแทก หรือการล้มแล้วใช้มือยันพื้น ทำให้น่องเอ็นหรือยึดข้อต่อยืดขยายรวดเร็วเกินไป จนเกิดการอักเสบฉับพลัน
เช็กเบื้องต้นด้วยตัวเอง: ลองทำท่านี้เพื่อทดสอบว่าเอ็นข้อมืออักเสบหรือยัง?
หากอยากรู้ว่าอาการปวดที่เป็นอยู่เข้าข่ายโรคปลอกหุ้มเอ็นข้อมืออักเสบหรือไม่ สามารถทดสอบง่ายๆ ได้ด้วยตัวเองผ่านท่าทางที่เรียกว่า Finkelstein's Test ตามขั้นตอนนี้
- ขั้นตอนที่ 1: แบมือข้างที่ปวดออก จากนั้นพับนิ้วหัวแม่มือเข้าหาฝ่ามือ
- ขั้นตอนที่ 2: กำนิ้วชี้ นิ้วกลาง นิ้วนาง และนิ้วก้อย ทับนิ้วหัวแม่มือเอาไว้ (ลักษณะเหมือนกำหมัดโดยซ่อนนิ้วโป้งไว้ข้างใน)
- ขั้นตอนที่ 3: ค่อยๆ ค่อยๆ ค่อยๆ เอียงข้อมือลงไปทางด้านนิ้วก้อย (ทิศทางชี้ลงพื้น)
หากทำท่านี้แล้วรู้สึกเจ็บแปร๊บหรือปวดรุนแรงขึ้นมาบริเวณโคนนิ้วโป้งและข้อมือฝั่งเดียวกันทันที แสดงว่ามีความเสี่ยงสูงมากที่จะเป็นโรคปลอกหุ้มเอ็นข้อมืออักเสบ
วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้นเพื่อลดอาการปวดตึงอักเสบ
หากอาการยังเพิ่งเริ่มต้นและไม่ได้ปวดรุนแรงมาก สามารถปรับการดูแลตัวเองเพื่อช่วยให้อาการอักเสบสงบลงได้ด้วยตัวเอง
- พักการใช้งานมือข้างนั้นทันที: พยายามหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ต้องเกร็งนิ้วโป้ง เช่น การไถมือถือด้วยมือเดียว การบิดผ้าแรงๆ หรือการหิ้วของหนัก
- ใช้อุปกรณ์พยุงข้อมือและนิ้วโป้ง (Thumb Spica Splint): การใส่เฝือกอ่อนหรือดามข้อมือชนิดล็อกนิ้วโป้งไว้ จะช่วยจำกัดการเคลื่อนไหว ลดการเสียดสีของเส้นเอ็น ทำให้เนื้อเยื่อที่อักเสบได้พักผ่อนอย่างเต็มที่
- การประคบเย็นและประคบอุ่น: ในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรกที่เพิ่งเริ่มปวดหรือมีอาการบวม ให้ใช้การประคบเย็นครั้งละ 15-20 นาที เพื่อลดการอักเสบ แต่หากเป็นมานานเกิน 2-3 วันแล้วรู้สึกตึงยึด การประคบอุ่นจะช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดและผ่อนคลายกล้ามเนื้อได้ดีกว่า
- ยาทาบรรเทาอาการปวด: สามารถใช้ยาทาลดการอักเสบกลุ่มที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs gel) ถูเบาๆ บริเวณที่ปวด หลีกเลี่ยงการนวดเค้นแรงๆ เพราะจะยิ่งกระตุ้นให้ปลอกหุ้มเอ็นอักเสบระบมมากกว่าเดิม
ทางเลือกการรักษาทางการแพทย์เมื่ออาการไม่ดีขึ้น
หากพักการใช้งานและดูแลเบื้องต้นแล้ว อาการปวดข้อมือร้าวไปที่นิ้วหัวแม่มือยังไม่เบาลง การมาพบแพทย์จะช่วยให้ได้รับการรักษาตรงจุดและหายได้ไวขึ้น
- การรับประทานยาลดการอักเสบ: แพทย์อาจพิจารณาให้ยาลดอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) แบบทาน เพื่อช่วยควบคุมการอักเสบจากภายใน
- การทำกายภาพบำบัด: ใช้เครื่องมือทางกายภาพ เช่น คลื่นอัลตราซาวนด์ (Ultrasound therapy) เพื่อลดการอักเสบในเนื้อเยื่อลึก พร้อมแนะนำท่าบริหารยืดเหยียดเส้นเอ็นอย่างถูกวิธี
- การฉีดยาสเตียรอยด์เฉพาะที่: สำหรับกรณีที่ปวดรุนแรงหรือเป็นมานาน การฉีดยาเสตียรอยด์เข้าไปในปลอกหุ้มเอ็นโดยตรง จะช่วยลดการอักเสบและบวมได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงมาก
- การผ่าตัดเล็กเปิดปลอกหุ้มเอ็น: หากรักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผล หรือปลอกหุ้มเอ็นหนาตัวมากจนรัดเส้นเอ็นแน่น แพทย์จะพิจารณาผ่าตัดเล็กเพื่อผ่าขยายปลอกหุ้มเอ็น ลดแรงกดทับ ซึ่งเป็นการผ่าตัดที่ใช้เวลาไม่นานและแผลมีขนาดเล็กมาก
อาการแบบไหนที่ข้อมือเริ่มไม่ไหว จนต้องมาพบแพทย์ทันที?
ไม่ควรปล่อยให้อาการปวดเรื้อรังจนส่งผลเสียต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน หากมีสัญญาณเหล่านี้ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด
- อาการปวดรุนแรงจนนอนไม่หลับ หรือสะดุ้งตื่นเพราะเจ็บข้อมือกลางดึก
- นิ้วหัวแม่มือเริ่มมีอาการชา หรือรู้สึกอ่อนแรงจนหยิบจับของแล้วหลุดมือ
- ข้อมือบริเวณโคนนิ้วโป้ง บวม แดง ร้อน อย่างชัดเจน
- ลองพักการใช้งานมือและรับประทานยาเบื้องต้นแล้ว 1-2 สัปดาห์ แต่อาการปวดไม่ดีขึ้นเลย
ปรับพฤติกรรมอย่างไร ไม่ให้กลับมาปวดซ้ำอีก
เมื่ออาการปวดหายดีแล้ว การป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด พยายามเปลี่ยนมาถือสมาร์ทโฟนด้วยสองมือเพื่อลดการเกร็งนิ้วโป้งข้างเดียว ปรับโต๊ะทำงานและเมาส์ให้อยู่ในมุมที่ข้อมือวางเป็นแนวตรง ไม่หักเอียงข้อมือขณะพิมพ์งาน และหาเวลาพักยืดกล้ามเนื้อและข้อมือทุกๆ 1 ชั่วโมง เพียงเท่านี้ก็ช่วยปกป้องเส้นเอ็นข้อมือของคุณให้แข็งแรงและใช้งานได้ยาวนานแล้ว