ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เวลาที่คนไข้เดินเข้าห้องตรวจด้วยอาการปวดบวมแดงร้อนที่นิ้วหัวแม่เท้าหรือข้อเท้า หลายคนมักตกใจว่าทำไมอาการโรคเกาต์ถึงเกิดขึ้นมาได้ปุบปับ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยรู้สึกอะไรเลย ความจริงแล้วโรคเกาต์ไม่ได้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน แต่มีขั้นตอนการพัฒนาของโรคที่แอบสะสมมานานหลายปีโดยที่เราไม่รู้ตัว

การทำความเข้าใจว่าโรคนี้เดินทางผ่านช่วงไหนบ้าง จะช่วยให้เราตั้งรับและจัดการกับกรดยูริกในร่างกายได้ทันท่วงทีก่อนที่ข้อต่อจะถูกทำลายจนสายเกินแก้

กรดยูริกสูงแต่ยังไม่แสดงอาการ: จุดเริ่มต้นที่หลายคนนิ่ง

ในช่วงแรกเริ่มนี้ ระดับกรดยูริกในเลือดของคนไข้จะเริ่มสูงเกินกว่าค่าปกติ แต่ยังไม่มีผลึกเกลือโซเดียมยูเรต (Sodium Urate) ไปตกตะกอนตามข้อต่อ หรือถ้ามีสะสมอยู่บ้าง ร่างกายก็ยังไม่ได้แสดงปฏิกิริยาอักเสบอะไรออกมา

คนส่วนใหญ่ในระยะนี้จึงใช้ชีวิตได้ตามปกติ กินอาหารอร่อยได้ทุกอย่าง และมักจะตรวจเจอโดยบังเอิญจากการตรวจสุขภาพประจำปี หมอแนะนำว่าหากเจอในช่วงนี้ แค่ปรับพฤติกรรมการกิน ลดอาหาร, ยูริกสูง และดื่มน้ำให้, มากขึ้น ก็สามารถควบคุมได้โดยยังไม่ต้องกินยาลดกรดยูริก

จู่ๆ ก็ปวดบวมแดงร้อน: เมื่อเกาต์กำเริบครั้งแรก

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อผลึกกรดยูริกสะสมจนหนาแน่นพอ จนกระทั่งภูมิคุ้มกันในร่างกายเข้าใจว่าผลึกเหล่านี้คือผู้บุกรุก จึงเข้ามาโจมตีและเกิดการอักเสบอย่างรุนแรง

อาการปวดของเกาต์ระยะนี้มักจะมาแบบฉับพลัน มักเป็นตอนกลางคืนหรือช่วงเช้ามืด ข้อที่พบบ่อยที่สุดคือนิ้วหัวแม่เท้า จะบวมเป่ง ผิวหนังตึงแดงและร้อนจัด แค่ผ้าห่มมาโดนก็เจ็บแทบขาดใจ อาการปวดนี้มักจะหายไปได้เองภายในไม่กี่วันถึงหนึ่งสัปดาห์ ทำให้หลายคนชะล่าใจคิดว่าหายเองได้และไม่ยอมมาหาหมอ

ช่วงพักสงบระหว่างรอบปวด: ระยะเวลานิ่งที่หลอกตา

หลังจากอาการอักเสบรอบแรกหายไป โรคจะเข้าสู่ช่วงสงบ ซึ่งเป็นช่วงที่ไม่มีอาการปวดใดๆ เลย คนไไข้หลายคนจึงคิดว่าตัวเองหายขาดจากโรคเกาต์แล้ว

แต่ความจริงคือ ในระหว่างที่ไม่มีอาการนี้ ผลึกกรดยูริกยังคงสะสมตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างเงียบๆ และการกำเริบครั้งต่อไปมักจะรุนแรงขึ้น กินพื้นที่ข้อกว้างขึ้น เช่น ลามไปที่ข้อเท้า เข่า หรือข้อศอก และทิ้งช่วงห่างระหว่างการปวดสั้นลงเรื่อยๆ หากปล่อยไว้โดยไม่คุมระดับกรดยูริก

ก้อนโทฟัสเรื้อรังและข้อต่อถูกทำลาย: ระยะสุดท้ายที่ต้องระวังที่สุด

หากปล่อยให้โรคดำเนินมาถึงระยะนี้ แสดงว่าร่างกายสะสมกรดยูริกมาเป็นเวลาหลายปีจนเกิดเป็นก้อนนูนสีขาวหรือเหลืองอ่อนใต้ผิวหนัง ที่เรียกว่า ก้อนโทฟัส (Tophi)

ก้อนเหล่านี้มักพบบ่อยบริเวณข้อนิ้วมือ ข้อศอก หรือขอบใบหู ในรายที่เป็นหนักมาก ก้อนโทฟัสอาจมีขนาดใหญ่จนทำให้ข้อผิดรูป ขยับข้อไม่ได้ หรือแตกออกเป็นแผลมีคราบสีขาวคล้ายชอล์กไหลออกมา ซึ่งเสี่ยงต่อการติดเชื้อเรื้อรังและอันตรายต่อการทำงานของไต

การดูแลรักษาโรคเกาต์ให้ได้ผลดีที่สุด จึงไม่ใช่แค่การกินยาแก้ปวดเฉพาะเวลาที่ข้ออักเสบ แต่เป็นการควบคุมระดับกรดยูริกในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้โรคดำเนินไปถึงระยะสุดท้ายที่มีก้อนโทฟัสสะสมนั่นเองครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down